AIS Academy เดินหน้าภารกิจ “คิดเผื่อ” คนไทย สู่องค์ความรู้ที่ไม่จบแค่งานสัมมนา

ท่ามกลางกระแส Disruption ที่ถาโถม ทุกองค์กรต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกขณะ ไม่เว้นแต่องค์กรขนาดใหญ่อย่าง AIS ผู้นำในโลกดิจิทัลของประเทศไทย ที่ต้องการ Transformation จากบทบาท Operator สู่การเป็น Digital Life Service Provider ดังที่ คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS ได้ประกาศวิสัยทัศน์ไว้ มาพร้อมกับโจทย์ใหญ่ที่จะทำอย่างไรให้พนักงานกว่า 12,000 คน มีทักษะและความรู้เพิ่มมากขึ้น และสามารถนำมาใช้ในการทำงานได้

ไม่ใช่พัฒนา “คนในองค์กร” แต่ยังคิดเผื่อถึง “คนไทย” ทุกคน

เพราะหลักสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร คือ “เรื่องของคน” ซึ่งเมื่อพูดถึงคนในองค์กรแล้ว แน่นอนว่าแผนก ทรัพยากรบุคคล หรือ HR เป็นส่วนที่ใกล้ชิดกับคนในองค์กรมากที่สุด HR ของ AIS จึงเป็นหน่วยงานแรกที่ลุกขึ้นมา Disrupt ตัวเอง เปลี่ยนบทบาทจากแผนกที่ต้องคอยรับฟังคำสั่ง มาเป็น Business Partner โดยจัดตั้ง “AIS Academy” มาทดแทนการพัฒนาบุคลากรรูปแบบเดิม

พร้อมเปลี่ยนการอบรมแบบเดิมๆ มาเป็นการเรียนรู้ในห้องเรียนดิจิทัล ที่เปิดกว้างให้คน AIS สามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ที่หลากหลายตามความต้องการของลักษณะงาน รวมถึงโปรแกรมหลักสูตรพิเศษที่ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ผ่านระบบ Digital Learning Platform อย่าง AIS LearnDi

ไม่เพียงแต่การสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้กับคนองค์กร AIS ยัง “คิดเผื่อ” ไปถึงคนไทยทุกคน สร้างแพลตฟอร์ม Academy for THAIs เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการระดับนานาชาติ ที่เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กรชั้นนำมาแบ่งปันความรู้ให้กับคนไทย เพื่อสร้างสังคมให้เติบโตขึ้น

คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล AIS กล่าวว่า การที่ AIS เติบโตไปคนเดียว ไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า จากการจัดงาน ACADEMY for THAIs  ตลอด 2 ครั้งที่กรุงเทพฯ ในหัวข้อ Disruption มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 4,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัว เพียงแต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรค คือ การเข้าถึงองค์ความรู้ จากการที่งานสัมมนาระดับนานาชาติ มักจะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯเท่านั้น

เริ่มที่เชียงใหม่ ก่อนมูฟไปขอนแก่น

ในการจัดงานครั้งต่อมา AIS จึงมองการขยายองค์ความรู้ไปสู่ระดับภูมิภาค AIS Academy for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค นำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจสูง ขณะที่ภาคธุรกิจและประชาชนเอง ก็ให้ความสนใจกับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ จากการมีผู้มาร่วมงานราว 1,200 คน

สำหรับแนวคิดในการจัดกิจกรรมสัมมนา จะเน้นไปที่เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่จะมีการปรับหัวข้อให้เข้ากับความต้องการองค์ความรู้ของประชาชนในแต่ละพื้นที่

“ประเทศไทยพูดถึงประเด็น Digital Disruption มา 1-2 ปีแล้ว ในการสัมมนาครั้งนี้เราจึงมาคุยเรื่อง Business Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกยุคดิจิทัลและเห็นความสำคัญของการใช้ Data ในการต่อยอดธุรกิจ และเห็นว่า Data ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลังจากนี้เราจะไปต่อที่จังหวัดขอนแก่น ในเดือนสิงหาคม โดยชูประเด็นเรื่อง Smart City เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาขอนแก่นให้เป็นเมือง Smart City ก่อนจะจัดงานใหญ่ปิดท้ายปลายปีที่กรุงเทพฯอีกครั้ง”

สัมมนาอย่างเดียวอาจไม่พอ ดันแพลตฟอร์ม “LearnDi” ให้ทุกคนเข้าถึงได้

แม้จะมีคำกล่าวว่า ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง แถมยุคนี้เรายังสามารถค้นหาเรื่องที่ “อยากรู้” ได้ด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต แต่ AIS Academy มองว่าจำเป็นจะต้องมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ที่ให้ข้อมูล “ที่เชื่อถือได้” เพื่อให้การนำองค์ความรู้ไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุด

2 ปีก่อน AIS Academy พัฒนาแพลตฟอร์ม Digital Learning Platform ในชื่อ “LearnDi” คลังความรู้ ที่รวบรวมทั้งหลักสูตรการเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมถึงโปรแกรมหลักสูตรพิเศษที่ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เช่น MIT, Havard Business School, มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ตลอดจนความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ มากกว่า 1,000 คอร์ส เพื่อสนับสนุนให้คน AIS เข้าถึงความรู้ใหม่ๆได้ตลอดเวลา

แต่อีกไม่นาน AIS จะเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงแพลตฟอร์มนี้ด้วยเช่นกัน โดย คุณกานติมา กล่าวต่อว่า เรามีแพลตฟอร์มนี้อยู่ในมือแล้ว จากการเปิดให้พนักงานในองค์กรใช้ พบว่าได้รับผลตอบรับที่ดี เพียงแต่ต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับพฤติกรรมและ Mindset ในการเรียนรู้ ทั้งนี้เราเชื่อว่า หากสามารถส่งต่อแพลตฟอร์ม LearnDi ไปถึงคนไทยทุกคนได้ จะเป็นการขยายไปสู่ภาพใหญ่ที่ AIS ต้องการต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ภาคสังคมและประเทศ ที่จะดำเนินต่อไป อย่างไม่สามารถขีดเส้นจบได้

อย่างไรก็ตาม เราอยากเห็นภาคเอกชนมาจับมือกันทำสิ่งเหล่านี้ อย่างเช่นในอดีตที่คนบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรก็แบ่งปันกัน เราเชื่อว่า ความมีน้ำใจจะทำให้สังคมไทยยั่งยืนได้ สิ่งเหล่านี้จะกลับมาเมื่อคนไทยคิดเผื่อกัน เราอยู่ได้ คนรอบข้างก็อยู่ได้