“ประสบการณ์” สำคัญกว่า “อายุ” โฮมโปร จุดประกาย จ้างงานวัยเก๋า เปิดกว้างรับทุกตำแหน่ง ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

จากข้อมูลของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย  พบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยมาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6.6 ล้านคน คิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าปี 2564 ไทยจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 20% และในปี 2574 จะเพิ่มขึ้นถึง 28%

อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุดังกล่าวส่งผลให้ภาครัฐ และภาคเอกชน อย่าง “โฮมโปร” ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุเหล่านี้ ด้วยการสนับสนุนการจ้างงานผู้สูงอายุ ผ่านโครงการ YOUNG SMART  หรือในชื่อภาษาไทยว่า “ยังสามารถ” บนความเชื่อว่า “ประสบการณ์ สำคัญกว่า อายุ”

คุณสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไป สายสื่อสารการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร กล่าวว่า โฮมโปรไม่เพียงให้โอกาสรับสมัครพนักงานรุ่นใหม่เพื่อเป็นครอบครัวของโฮมโปรเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพ ความสามารถของผู้สูงอายุ จึงเปิดโอกาสให้แก่ผู้สูงอายุ เข้าร่วมทำงานกับโฮมโปร เพื่อเป็นการสร้างคุณค่า และพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นผ่านโครงการดังกล่าว

สำหรับตำแหน่งงานที่ทางโฮมโปรเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยเข้าร่วมงานได้นั้น มีการเปิดรับสมัครทุกตำแหน่งงานตั้งแต่พนักงานสาขาไปจนถึงผู้จัดการสาขา ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย พนักงานบริการลูกค้า พนักงานจัดเรียง พนักงานตรวจรับสินค้า พนักงานออเดอร์สินค้า หรือพนักงานธุรการและบัญชี พร้อมมอบสวัสดิการที่ดีเยี่ยมนอกเหนือจากเงินเดือนให้เทียบเท่ากับพนักงานทั่วไป ทั้งเบี้ยขยัน โบนัส ประกันสุขภาพ และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงสามารถเลือกทำงานในสาขาใกล้บ้าน ผ่านโครงการ สุขใจใกล้บ้าน ได้อีกด้วย

โดยผลตอบแทนที่ให้ในช่วงเริ่มงานช่วงแรกจะให้เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ก่อน อัตราค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง พร้อมมีเบี้ยขยันอีก 20 บาท/วัน และมีค่าทำงานพิเศษในวันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มให้อีก 60 บาท/วัน รวมทั้งค่าภาษา และประกันสุขภาพกลุ่มอีกด้วย

ส่วนผู้ที่ทำงานจนผ่านช่วงทดลองงาน หรือพ้นโปรไปแล้ว จะมีการปรับเงินเดือนตามระดับของงานนั้นๆ รวมทั้งตามวุฒิการศึกษา และคุณสมบัติหรือความสามารถพิเศษอื่นๆ ที่มีเพิ่มเติม เช่น ภาษา เป็นต้น

“ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ร่วมงานในโครงการ YOUNG SMART​ (ยังสามารถ) กับเราแล้วกว่า 36 คน โดยคาดว่าในปี 2562 นี้จะมีผู้สูงอายุที่ร่วมงานกับเรากว่า 50 คน ใน 91 สาขาทั่วประเทศ และปี 2563 จะเพิ่มเป็น 70 คน ตามลำดับ โดยการขับเคลื่อนนี้ เพื่อสะท้อนนโยบายในการดำเนินธุรกิจของโฮมโปร ​นอกเหนือจากการใส่ใจและมุ่งมั่นมอบประสบการณ์ด้านการเลือกซื้อสินค้า และบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าโฮมโปรแล้ว การคัดเลือกทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพื่อนำเสนอประสบการณ์ด้านชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านที่ดีให้แก่ลูกค้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่โฮมโปรให้ความสำคัญ และพยายามเปิดกว้างให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของโฮมโปรได้”​

ขณะเดียวกัน จากการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุ สนใจเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวโฮมโปร และเป็นสิ่งที่แตกต่างจากที่อื่นๆ อาทิ การให้ความเท่าเทียมด้านการทำงาน ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนร่วมงาน ผลตอบแทน ด้วยการมอบรายได้ให้ตามจริงของเนื้องานที่ทำ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เพราะเชื่อว่า ประสบการณ์สำคัญที่สุด รวมทั้งยังเปิดกว้างกับทุกความสามารถด้วยการมีตำแหน่งงานให้เลือกทำอย่างหลากหลายตั้งแต่พนักงานทั่วไป จนถึงผู้จัดการสาขา

ปัจจุบันโฮมโปร ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายธุรกิจที่ดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย เพื่อพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-Friendly Business) ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ และกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อปี 2559 และในปี 2560 บริษัทฯ ได้รับรางวัลองค์กรเอกชนที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ จากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงได้จับมือกับพันธมิตร ในการเปิดรับสมัครผู้สูงอายุเข้าร่วมทำงาน ซึ่งได้รับผลตอบที่ดีเยี่ยมจากผู้สูงอายุที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

“โฮมโปร ยังคงเดินหน้าจุดประกายสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ ผ่านโครงการ YOUNG SMART  หรือ “ยังสามารถ” เพราะเชื่อว่า ประสบการณ์ สำคัญกว่า อายุ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พร้อมฝึกฝนทักษะ และถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับพนักงานรุ่นใหม่ๆในองค์กรให้เกิดความชำนาญ ทั้งในด้านการบริการลูกค้า การใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร รวมถึงเป็นการสร้างสังคมใหม่ๆ ให้กับพวกเขาได้เรียนรู้ถึงความก้าวหน้าในยุคดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกายที่แข็งแรงของผู้สูงอายุ”​ คุณสิริวรรณ กล่าวปิดท้าย