JMART อวดงบ Q1/62 พลิกกำไรทุกบริษัท ย้ำชัด Q2/62 ทิศทางเติบโตต่อเนื่อง [PR]

กลุ่มเจมาร์ท ย้ำแผนธุรกิจปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังอวดผลงาน Q1/62 เทิร์นอะราวด์ชัดเจน บริษัทในกลุ่มมีผลกำไรทุกบริษัท โดยมี JMT เป็นฐานกำไรสำคัญ และเตรียมทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ประกอบกับ การพลิกฟื้นของธุรกิจสินเชื่อ J FINTECH เริ่มสร้างกำไร จัดเก็บหนี้ได้เพิ่มขึ้น หนี้สูญลดลง เตรียมติดสปีดผลงานให้แรงต่อเนื่องในทุกไตรมาส ด้านธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ JAYMART MOBILE ล่าสุดออกแคมเปญใหญ่ครบรอบ 30 ปี และการเปิดตัวสินค้าใหม่ กระตุ้นผลงาน Q2 นอกจากนี้ แผนเพิ่มทุนของ J นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สนับสนุนให้ต้นทุนการเงินลดลง เตรียมโอนคอนโดฯ Newera ปลายปีนี้ และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ The Jas Amata Nakorn ด้าน SINGER ควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อ และยอดจัดเก็บดีขึ้น โดยมีสินเชื่อรถทำเงินเป็นดาวเด่น ปิดท้ายด้วย JVC พร้อมเปิดแผน Digitalization กลุ่มเจมาร์ท และมั่นใจ DDLP พัฒนาเสร็จตามแผน

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 118.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.2% เทียบกับไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 186.4% เทียบกับไตรมาส 4/2561 สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มบริษัทฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิในทุกบริษัทตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 นี้ ตามที่ได้ประเมินไว้ โดยมีธุรกิจติดตามหนี้เป็นดาวเด่นสำหรับรายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 2,473 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากการขายในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ มีสัดส่วน 66.7% รายได้จากการให้บริการติดตามหนี้สินและบริการอื่นๆ สัดส่วน 26.4% รายได้ค่าเช่าและบริการ สัดส่วน 5.6% และรายได้จากการรับประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JMT ที่เข้าไปลงทุนในไตรมาส 2/2561 ที่ผ่านมา มีสัดส่วน 1.4% ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับลดลง 25.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักมาจาก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากลูหนี้ในบริษัทย่อยลดลง “ผลงานไตรมาส 1/2562 ประกาศออกมาเป็นไปตามที่เราประเมินไว้ และคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/2562 กลุ่มเจมาร์ทพร้อมเทิร์นอะราวด์สร้างผลงานอย่างโดดเด่น มั่นใจ จะสามารถพลิกเป็นกำไรในทุกบริษัทปีนี้ได้ และจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต หลังจากในปี 2561 ที่ผ่านมา เจมาร์ทมีผลประกอบการที่ขาดทุน แต่นี่คือการย่อตัวที่พร้อมจะกระโดดให้สูงที่สุด เราจึงตั้งเป้าหมายในปี 2562 จะสามารถสร้างผลกำไรทุบสถิติใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ที่เคยทำไว้ในปี 2560 กำไรสุทธิอยู่ที่ 490 ล้านบาท ขณะที่ มีไฮไลท์จาก JVC บริษัทในเครือที่พัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลางด้วยบล็อคเชน (DDLP) จะเริ่มรับรู้รายได้ตามกำหนดในปีนี้ และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบฟินเทค จะสนับสนุนให้เจมาร์ทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายอดิศักดิ์ กล่าว

นายดุสิต สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด หรือ JAYMART MOBILE ซึ่งเป็นบริษัทแกน เปิดเผยถึง ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม ในช่วงไตรมาส 2/2562 มีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ วางแผนทางการตลาด การบริหารช่องทางการจำหน่าย มุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มมาร์จิ้น ล่าสุด จัดแคมเปญใหญ่ครบรอบ 30 ปี มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสุดพิเศษ และการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงกระะตุ้นตลาดมือถือ ผนวกกับ การเป็นพันธมิตรแบบ Exclusive Partnership กับ AIS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ของประเทศไทย ในการการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจำหน่าย SIM พร้อมแพ็กเกจ ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มียอดจำหน่าย SIM เพิ่มขึ้น โดยจำนวน SIM Subscriber 5 เดือนล่าสุด มีจำนวนกว่า 70,000 SIM ตั้งเป้าปี 2562 จะมีไม่ต่ำกว่า 200,000 SIM ตามเป้า สนับสนุนผลงานให้แข็งแกร่งขึ้น

นายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด หรือ J Fintech บริษัทย่อยที่ดําเนินธุรกิจทางด้านการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้แบรนด์ “J Money” เปิดเผยถึง ผลประกอบการในไตรมาส 1/2562 พลิกมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท เป็นผลจากการคัดกรองคุณภาพลูกค้าดีขึ้น มีการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาการจัดเก็บหนี้ในชั้นปกติได้ในอัตราเฉลี่ย 97.56% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2561 มีอัตราเฉลี่ย 96.94% มีการจัดเก็บหนี้ที่ได้มีการตัดหนี้สูญกลับคืนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และบันทึกเป็นรายได้เท่ากับ 13.7 ล้านบาท ปัจจุบัน เจ ฟินเทค มีลูกค้าราว 160,000 ราย สิ้นไตรมาส 1/2562 มีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยรวมอยู่ที่ 3,903 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 5.1% ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีพอร์ตสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ขณะที่ สินเชื่อแฟคทอริ่ง ปัจจุบันมีลูกค้าราว 30 องค์กร ปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 300 ล้านบาท ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีแรกนี้ได้ 500 ล้านบาทตามเป้า

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยถึง แนวโน้มไตรมาส 2/2562 จะโดดเด่นต่อเนื่อง รับภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพเติบโต บริษัทฯ เตรียมตัดมูลค่าเงินลงทุนของกองหนี้ด้อยคุณภาพก้อนใหญ่ครบในช่วงปลายไตรมาส 2 ปีนี้ สนับสนุนให้บริษัทฯ รับรู้รายได้จากกองหนี้ดังกล่าวเต็มกำลังในไตรมาส 2/2562 เป็นต้นไป และมั่นใจ JMT จะสามารถทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งเป้าหมายเติบโต 50% ทั้งรายได้และกำไร ล่าสุด ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2562 เติบโตอย่างน่าประทับใจ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 144.5 ล้านบาท เติบโต  24.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 116.1 ล้านบาท และเติบโต 9.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2561 จากประสิทธิภาพการจัดเก็บที่ดีขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ มียอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) 708 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 37.3% ขณะที่ รายได้รวมอยู่ที่ 546.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.7% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 400.1 ล้านบาท เนื่องจาก การเติบโตของรายได้จากการเรียกเก็บหนี้สินจากลูกหนี้ที่รับซื้อ รายได้จากการให้บริการติดตามหนี้สินและบริการอื่นๆ และรายได้จากการรับประกันภัย ภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำหรับ พอร์ตบริหารหนี้รวม ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 อยู่ที่ 146,245 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง

นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J เปิดเผยว่า ผลประกอบการประจำงวดไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มีรายได้ค่าเช่าและบริการ 155.5 ล้านบาท ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลจากการปิดสาขา IT Junction ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่สร้างกำไร ขณะที่ มีรายได้รวมจากการขายและบริการเท่ากับ 156.2 ล้านบาท รายได้อื่นๆ เท่ากับ 22 ล้านบาท ต้นทุนค่าเช่าและบริการลดลง 3.3% อยู่ที่ 134.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเท่ากับ 21.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิเท่ากับ 0.5 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ IT Junction จำนวน 46 สาขา ศูนย์การค้าชุมชนภายใต้แบรนด์ The Jas จำนวน 3 สาขา มีร้านกาแฟ Casa Lapin และ Rabb Coffee รวม 17 สาขาปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ Newera มูลค่าโครงการรวมประมาณ 520 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมโอนให้กับลูกค้าบางส่วนภายในไตรมาส 4 ปีนี้ และต่อเนื่องในปี 2563 ซึ่งเป็นผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ พร้อมทั้ง เริ่มก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “The Jas Amata Nakorn” ซึ่งมีรูปแบบคอนเซ็ปต์การลงทุนไม่สูงมากและได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี ปัจจุบัน มีพันธมิตรเข้ามาร่วมสร้างสีสันในศูนย์การค้า ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ และตลาด อ.ต.ก. หวังเจาะกลุ่มลูกค้าย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2563

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าซิงเกอร์ รวมถึงสินค้าเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ ผ่านร้านค้าปลีกของบริษัทและผ่านทางตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ โดยบริษัทให้เช่าซื้อผ่านทาง บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด หรือ SGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถภายใต้ชื่อ “รถทำเงิน” และสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อธุรกิจรายย่อย เปิดเผยถึง ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.7% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 185 ล้านบาท รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 603.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.99% เมื่อเทียบกับรายได้รวมของปีก่อนที่ 580.23 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อ และเงินให้กู้ที่เพิ่มขึ้นจาก 136 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 191 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 40.6% การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของดอกเบี้ยรับเป็นผลมาจากการที่กลุ่มบริษัทฯ ขยายฐานลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อ และเงินให้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ ได้ทำการปรับปรุงคุณภาพของฐานลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม โดยการปรับปรุงกระบวนการรับชำระค่างวดผ่านทางแอพพลิเคชั่น ทำให้ลูกค้ามีการชำระค่างวดที่ตรงเวลาและมีจำนวนเพิ่มขึ้น สำหรับ แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังจากได้รับเงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น ทำให้สามารถขยายธุรกิจ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ตามแผน มั่นใจ ภาพรวมทั้งปี SINGER จะสามารถเทิร์นอะราวด์ได้ตามแผน จากการรุกธุรกิจสินเชื่อรถทำเงิน สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ควบคู่ความสามารถในการควบคุม NPL ให้ลดลงไม่เกิน 10% ในปีนี้ ทั้งนี้ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี ซึ่งลงทุนในธุรกิจค้าปลีกเป็นหลัก สร้างโมเดลธุรกิจรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทในอนาคต และรองรับการเกิดขึ้นของฟินเทคในประเทศไทย โดยมีบริษัทในเครือได้แก่ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด เป็นบริษัทแกน ถือหุ้นสัดส่วน 99.9% บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด ถือหุ้นสัดส่วน 95.6% บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ถือหุ้นสัดส่วน 80% บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นสัดส่วน 55.8% บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นสัดส่วน 67.5%  บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นสัดส่วน 30.3%