เจ้าสัวธนินท์ เติมพอร์ต “พรีเมี่ยม” ดึงTop 3 ไต้หวัน เปิด HARBOUR ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์

หากพูดถึงอณาจักรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือซีพี ปัจจุบันถือเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารของไทย ที่วันนี้ไม่มีใครจะเทียบได้ และไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดความยิ่งใหญ่ในธุรกิจเท่านั้น แต่เรียกได้ว่ามีธุรกิจครบวงจรในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารมากที่สุด  เพราะมีธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ไปจนกระทั่งแปรรูปเป็นสินค้าวางขายในร้านค้าของตัวเองอีกต่างหาก

บริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อทั้งระบบการผลิต การแปรรูป และการจัดจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรของเครือซีพี ต้องยกให้เป็นความรับผิดชอบของ ซีพีเอฟ หรือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่สำคัญนำอาหารป้อนสู่ตลาดทั้งไทยและต่างประเภท  ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) วันนี้เราจึงเห็นสินค้าของซีพีเอฟวางขายอยู่ทั่วทุกมุมของโลก

เปิด “ฮาร์เบอร์” มาเติมพอร์ตสินค้าพรีเมียม

ทุกวันนี้ซีพีเอฟมีรายได้จากการขายสินค้ามากกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี ดำเนินธุรกิจหลักอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจอาหาร ซึ่งสองธุรกิจแรกผู้บริโภคอย่างเราๆ อาจจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับซีพีเอฟน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย แต่ธุรกิจอาหารนี่แหละเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอย่างเราโดยตรง ปัจจุบันซีพีเอฟมีทั้งสินค้าและร้านอาหารหลากหลายแบรนด์  ได้แก่

1.ธุรกิจห้าด้าว บริหารจัดการจุดขายห้าดาวในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมีผลิตภัณฑ์ภายใต้จุดขายห้าดาวทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่ จุดขายไก่ย่าง ไก่ทอด ข้าวมันไก่ บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง เรดดี้มีล และไส้กรอก

2.ร้านอาหารเซสเตอร์ ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดส์ หรือ อาหารจานด่วน

3.ร้านอาหารซีพี คิทเช่น ร้านอาหารบริการด่วน ภายใต้แนวคิดอาหารสดใหม่ อิ่มอร่อย ราคายุติธรรม

4.ร้านค้าปลีกซีพี เฟรชมาร์ท ร้านค้าปลีกที่เน้นสินค้าเกี่ยวกับการทำอาหาร อาหารสด อาหารปรุงสดพร้อมรับประทาน และอาหารแห้ง นอกจากนี้ ยังมีโมเดลใหม่เรียกว่า Mini Super โดนเน้นการสร้างความสะดวกสบายในการเข้าถึงอาหารดี มีคุณภาพ ราคายุติธรรม

5.ศูนย์อาหารซีพี ฟู้ดเวิลด์ เป็นศูนย์อาหารที่มีความหลากหลายของร้านอาหาร ทั้งที่เป็นร้านอาหารของกลุ่มบริษัทเองและร้านอาหารจากภายนอก ปัจจุบันศูนย์อาหาร ซีพี ฟู้ดเวิลด์ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลการจัดเลี้ยงเต็มรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ บริการอาหารจัดเลี้ยง มีทั้ง Meal Box และ Snack Box รวมถึงการจัดเลี้ยงแบบครบวงจร และบริการหาอารสำหรับผู้ป่วย โดยมีแผนกโภชนาการ ภายใต้การกำกับดูแลของเซฟมืออาชีพ และมีมาตรฐานสากลระดับโลก อย่าง JCI และ HACCP

6.ร้านเป็ดย่างเจ้าสัว เป็นธุรกิจแฟรนไชส์จำหน่ายเป็ดย่างที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ

7.ตู้เย็นชุมชน เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่เอื้อให้ผู้บริโภคในชุมชนได้เข้าถึงแหล่งอาหารสด สะอาด ปลอดภัยและมีคุณภาพ

หากดูพอร์ตสินค้าของซีพีเอฟที่ขายอยู่ปัจจุบัน  ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแมสทั่วไป ซึ่งเข้าถึงฐานคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหลัก แต่เป้าหมายสำคัญจากวิสัยทัศน์การเป็น “ครัวของโลก” นั่นหมายถึงการเสิร์ฟสินค้าอาหารให้กับคนทุกระดับและทุกกลุ่มเป้าหมาย พอร์ตสินค้าที่มีอยู่ยังไม่ได้ขยับขึ้นไปแตะกลุ่มคนระดับบนมากนัก  ล่าสุด ซีพีเอฟ จึงได้จับมือกับกลุ่มไห่หลาย ซึ่งถือได้ว่าเป็น Top 3 ในธุรกิจอาหารของไต้หวัน เปิดตัวภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” (HARBOUR) สาขาแรกในประเทศไทย ด้วยรูปแบบภัตตาคารแบบบุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียม ซึ่งมีอาหารหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และตะวันตก ซึ่งสาขาแรกก็คือ ที่ไอคอน สยาม อาณาจักรในเครือซีพีนั่นเอง

การจับมือกันครั้งนี้ได้ควักทุนร่วมกัน 160 ล้านบาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ซึ่งทางซีพีเอฟถือหุ้นสัดส่วน 51% และทางไห่หลายถือหุ้นสัดส่วน 49%  สาขาแห่งแรกใช้งบลงทุน 130 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร รองรับลูกค้าวันละ 2 รอบกลางวัน และเย็น ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนวันเสาร์  อาทิตย์​ และวันหยุด ให้บริการตลอดทั้งวัน ในระดับราคา 799-1,099 บาทต่อ 2 ชั่วโมง รองรับลูกค้าได้วันละ 1,000 คน สาขาแรกเปิดให้บริการที่ชั้น 6 ไอคอนสยามเป็น ในปีแรกวางเป้าหมายว่าจะทำยอดขายได้ 200 ล้านบาท ส่วนใน 5 ปีจะขยายให้ครบ 5 แห่ง ไปในจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว โดยไม่ยึดติดว่าจะต้องอยู่ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น และการลงทุนยังคงอยู่ในงบประมาณ​ 130 ล้านบาท

คุณสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เล่าว่า การร่วมทุนครั้งนี้เกิดจากคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ไปรับประทานอาหารที่ไต้หวัน และชื่นชอบทั้งรสชาติอาหาร การบริการ และระบบการบริหารจัดการ ซึ่งร้านฮาร์เบอร์ในไต้หวันนั้นได้รับความนิยมจากชาวไต้หวันเป็นอย่างมาก แต่ละวันจะมีคนมาเข้าคิวต่อแถวเพื่อเข้าไปรับประทานอาหารนานนับชั่วโมง  ซึ่งท่านประธานธนินท์เองยังต้องไปเข้าแถวรอคิวเข้ารับประทานอาหารด้วยเช่นกัน

“สิ่งที่ท่านประธานธนินท์ชื่นชอบร้านฮาร์เบอร์จนร่วมทุนกัน คือ ระบบบริหารจัดการร้าน แนวคิด ความทันสมัย และเป็นเบอร์ 1 ในเอเชียด้วย”

โอกาสทางตลาดต่อยอดธุรกิจแบบ Win-Win

การเปิดภัตตาคารครั้งนี้ สิ่งที่กลุ่มซีพีจะได้ คือ โอกาสทางการตลาดในการขายสินค้าออกไปทำตลาดในร้านของกลุ่มไห่หลาย ที่ปัจจุบันมีแบรนด์สินค้าร้านอาหารประเภทต่างๆ รวม 42 สาขา อาทิ ร้านติ่มซำ ร้านอาหารเจ ร้านอาหารญี่ปุ่น  ทั้งในประเทศไต้หวันและประเทศจีน  โดยก่อนหน้ากลุ่มซีพีได้ส่งกุ้งแช่แข็งให้กับร้านอาหารของกลุ่มไห่หลายแล้ว อนาคตน่าจะมีการเพิ่มสินค้าและวัตถุดิบการทำอาหารอื่นๆ เข้าไปเพิ่มเติม รวมถึงการส่งสินค้าประเภทอาหารหวาน เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวต้มมัด เข้าไปทำตลาดด้วย ซึ่งกลุ่มไห่หลายเองแต่ละปีมียอดขายสินค้าจากธุรกิจอาหารมากถึง 3,800 ล้านดอลล่าห์ไต้หวันด้วย

คุณสุขวัฒน์ เล่าอีกว่า ไม่เพียงแต่ภัตตาคารฮาร์เบอร์เท่านั้นที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่ยังสนใจธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ ของกลุ่มไห่หลายด้วย อย่างเช่น ร้านอาหารเจ ที่ถือว่าเป็นร้านอาหารเจที่มีรสชาติอร่อยและเป็นพรีเมียมซึ่งตลาดในประเทศไทยยังไม่มี จึงเป็นโอกาสที่จะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วย สิ่งสำคัญที่กลุ่มซีพีได้ประโยชน์ คือ การเรียนรู้ระบบบริหารจัดการร้านอาหาร การพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ด้านการจัดการร้านอาหาร ขณะที่กลุ่มไห่หลายก็ได้ขยายธุรกิจไปในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย​

นอกจากนี้ ยังมองว่าการร่วมกันทำธุรกิจครั้งนี้ ยังเกิดประโยชน์ที่สำคัญอีก 3 ประการ คือ

1.ประเทศไทยได้รับประโยชน์ จากการจัดเก็บภาษีรูปแบบต่างๆ จากการร่วมทุน

2.มีการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งภายในร้านจะมีพนักงานคนไทยไม่ต่ำกว่า 90%

3.การใช้วัตถุดิบของไทยในการผลิตสินค้าจำหน่าย

“การขยายธุรกิจภัตตาคารเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์สู่ครัวโลกของซีพีเอฟ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอาหารคุณภาพในทุกระดับ ขณะที่ภัตตาคารฮาร์เบอร์เป็นภัตตาคารบุฟเฟต์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในจีนและไต้หวัน”