ใหญ่ไป พี่ก็แบกต้นทุนไม่ไหว…สายการบินกระอัก Airbus ระส่ำ ประกาศเลิกขายแล้ว A380


Airbus
 ประกาศยุติการขายเครื่องบินรุ่น A380 เครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ซึ่งครั้งหนึ่งวงการสายการพาณิชย์ตื่นเต้นฮือฮากับขนาดและศักยภาพที่แปลงเครื่องบินกลายเป็น “โรงแรมลอยฟ้า” ขณะที่คู่แข่งอย่าง Boeing ไม่น้อยหน้า เข็น
 Boeing 747 มาสู้อย่างดุเดือดในสมรภูมิน่านฟ้า แต่ดูเหมือนว่าเกมการแข่งขันจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อตอนนี้แนวโน้มสายการบินต้องการเครื่องบินขนาดที่เล็กกว่า ที่สามารถบินพิสัยไกลได้

จุดพลิกผัน ที่ทำให้ Airbus ต้องประกาศว่าจะเลิกการผลิต A380 ในปี 2021 ก็เพราะลูกค้ารายใหญ่อย่าง สายการบิน Emirates Airline ยุติคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ แต่จะหันไปสั่งซื้อรุ่น A330neo กับ A350 แทน และถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้ว ยอดขายของ A380 นั้นไม่ได้ดีมาตั้งแต่เริ่มแล้ว…

ปี 2000 Airbus ยอมเสี่ยงกับการลงทุนก้อนใหญ่กว่า 10 พันล้านดอลลาร์ในการสร้าง A380 ซึ่งมีที่นั่ง 555 ที่ เพื่อเป็นการต่อกรกับ Boeing 747 จัมโบ้เจ็ทที่มีอายุอานามมาแล้วกว่า 50 ปี ถึงแม้ว่าในตอนนั้นจะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่การพัฒนาต้องมาสะดุดลงจนทำให้ยอดขายสะดุดตามมาด้วย ผู้โดยสารชอบเครื่องบินรุ่นนี้เพราะพื้นที่โอ่อ่าและเงียบในเวลาทำการบิน แต่สำหรับสายการบินแล้ว ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร แลกมากับ “ต้นทุน” และ “แรงกดดัน” มหาศาล เมื่อเครื่องบินรุ่นใหญ่นี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินไป ทำให้เป็นปัญหาเรื่องการขายที่นั่ง ซึ่งต้องการจำนวนมากเพื่อให้คุ้มค่าการบิน ประกอบกับในช่วงหลังนี้เองสายการบินต่างๆ กลับให้ความสนใจกับเครื่องบินพิสัยไกลอย่าง Boeing 787 Dreamliner หรือ Airbus A350 มากขึ้น

จากที่ Airbus เคยมีแผนการผลิต A380 มากกว่าปีละ 40 ลำต่อปี และการผลิตก็เคยทะยานไปถึง 30 ลำต่อปี แต่ความต้องการนั้นก็ตกลงอย่างรวดเร็ว ปีที่ผ่านมา Airbus ได้ผลิต A380 เพียงแค่ 12 ลำ โดยสายการบินสัญชาติอเมริกันไม่เคยซื้อเครื่องบินรุ่นนี้เลย ส่วนสายการบิน Lufthansa, Air France-KLM, และ Qantas Airways ก็ลดคำสั่งซื้อ สุดท้าย Virgin Atlantic Airways ผู้ที่เคยเป็นลูกค้ารายแรกๆ ก็ยกเลิกคำสั่งซื้อก่อนการส่งมอบ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Qantas ยกเลิกคำสั่งซื้อที่สั่งไปเมื่อปี 2006 อีก 8 ลำ ในส่วนของ Singapore Airlines ซึ่งเป็นสายการบินแรกที่ให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นนี้ ก็ปลดประจำการ A380 2 ลำแรกออกจากฝูงบินแล้ว ตอนนี้นกยักษ์ 2 ลำที่ว่า กำลังจอดพักเครื่องอยู่ที่ฝรั่งเศสและรอนำขายทอดตลาดเป็นซาก

ขณะที่ Emirates สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในด้านเที่ยวบินระหว่างประเทศ ยังมีคำสั่งซื้อเหลืออยู่ 14 ลำก่อนที่การผลิตจะยุติลงและวางแผนว่าจะใช้เครื่องบินรุ่นนี้ไปจนถึงปี 2030 ซึ่งจะทำให้ Emirates ซื้อ A380 มาทั้งหมด 123 ลำ หรือ ครึ่งหนึ่งของยอดขาย A380 ทั้งหมดของ Airbus

ไม่เพียงแค่ A380 จะมียอดขายซบเซาลงเท่านั้น Boeing 747 ก็ได้รับกระทบนี้ด้วยเพียงแต่ไม่รุนแรงเท่ากับ A380 ซึ่ง Boeing เองก็ประกาศว่ามีความเป็นไปได้ที่จะหยุดผลิตเครื่องบินรุ่นดังกล่าวและตอนนี้เอง Boeing 747 ก็ผลิตออกมาเพื่อเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้าเท่านั้น ทำให้คาดการณ์กันว่า Boeing อาจจะประกาศยุติการผลิต Boeing 747 ในปี 2022

จุดจบของ A380 ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์มากอะไร แต่ถือเป็นเรื่องหน้าแตกไม่น้อย สำหรับบริษัทผลิตอากาศยานของยุโรปที่กำลังจะฉลองครบรอบ 50 ปีในปีนี้พอดิบพอดี… ซึ่งการส่งสัญญาณว่าการยุติการผลิต A380 ส่งผลกระทบให้เกิดการเลิกจ้างงานทั้งหมด 3,500 ตำแหน่ง ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ความต้องการเครื่องบินยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย International Air Transport Association คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 4.6 พันล้านคนในปีนี้

สำหรับปี 2018 Airbus ประกาศว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นใกล้เคียง 30% คิดเป็น 3.1 พันล้านยูโร จากยอดขาย 64 พันล้านยูโร และบริษัทได้มีการปรับปรุงกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีจาก 2.4 พันล้านยูโร ขึ้นไปที่ 4.8 พันล้านยูโร ตัวเลขทั้งหมดนี้เติบโตประมาณ 15%

Airbus กล่าวว่า การเติบโตของกำไรจะถูกขับเคลื่อนโดยยอดขายจากเครื่องบิน A350 และทำให้ A350 ยอดขายทะลุจุดคุ้มทุนในปีนี้

Source: https://www.wsj.com/articles/airbus-will-stop-building-its-a380-superjumbo-jet-11550121699