KING POWER ทุ่ม 10 ล้าน เดินหน้าสานต่อมอบห้องน้ำสาธารณะ “สุขา สุขใจ” ให้กับแหล่งท่องเที่ยว

ตลอดทั้งปีนี้กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์เดินหน้าสานต่อกิจกรรมต่างๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์  ภายใต้โปรเจค “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์” มาอย่างต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นถีงความสำคัญของการส่งเสริมในแต่ละกิจกรรมเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก อีกทั้งยังมีแนวคิดเบื้องหลังที่ต้องการสนับสนุนในสิ่งที่ยังไม่เคยได้รับการเกื้อหนุน หรือยังไม่ได้รับการส่งเสริมมากเพียงพอ

เรื่อง “ท่องเที่ยว” ต้องยกให้ KING POWER

เพราะว่ากลุ่มบริษัท “คิง เพาเวอร์” (KING POWER) วาง Positioning ของตัวเองว่า  เข้าใจนักเดินทาง  “We are travelers too” จากแนวคิดดังกล่าวสะท้อนออกมาเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม ที่เชื่อมโยงกับเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งไม่ว่าเรื่องเล็กๆ อย่าง “ห้องน้ำ” ก็เป็นอินไซต์สำคัญสำหรับแหล่งท่องเที่ยวอย่างมาก จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งมอบห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย สุขา สุขใจ” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ยกระดับคุณภาพสาธารณูปโภค และสร้างมาตรฐานด้านความสะอาดของห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย ให้ทัดเทียมกับระดับสากล ทั้งนี้ ได้มอบห้องน้ำชุมชน ในเมืองท่องเที่ยว แห่งที่ 3 ณ สวนสาธารณะศรีเมือง จังหวัดน่าน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

หลังจากก่อนหน้านี้  ได้ส่งมอบสุขาสุขใจแล้ว 2 แห่ง  ประกอบด้วย สุขา สุขใจ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และสุขา สุขใจ สวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง จ. อุบลราชธานี โดยได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และเมื่ออากาศกำลังเข้าสู่หน้าหนาว ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มองว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว จึงมองว่าการเตรียมความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว อย่าง “ห้องน้ำ” ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย เพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

และ “ห้องน้ำ” ที่ว่านี่ ต้องรองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย และทุกชาติ ตลอดจนคนพิการ ดังนั้นจึงออกแบบภายใต้แนวคิดตามรูปแบบสากล หรือที่เรียกว่า Universal Design โดยตลอดโครงการ  ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย สุขา สุขใจ’ ตั้งเป้าหมายจะมอบห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยว จำนวนรวม 10 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ให้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ แต่ยังต้องการสาธารณูปโภคเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น

คุณต้อล-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยให้ชุมชนเป็นผู้ดูแล สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย จึงได้สนับสนุนการสร้างห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อแสดงถึงศักยภาพของคนไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ทางกลุ่มบริษัทจะมุ่งเน้นการสนับสนุนส่งมอบห้องน้ำดังกล่าวให้แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองรองก่อน เนื่องจากเป็นโซนที่ยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมอยู่ โดย “คิง เพาเวอร์”เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกแบบและก่อสร้างห้องน้ำ

เพราะ “น่าน” หน้าหนาว น่าเที่ยว

ทางด้าน คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มองว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว ภาคเหนือถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมช่วงปลายปี โดยเฉพาะ จ.น่าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกคนนิยมมาสัมผัสลมหนาวและสายหมอก และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวปลายปีนี้ ทางกระทรวงฯ จึงได้ร่วมกับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ส่งมอบสุขา สุขใจ แห่งที่ 3 เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้กับชาวน่าน เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับความสุขกายสุขใจ และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยว จ.น่าน อีกด้วย

สำหรับเจ้าของพื้นที่อย่าง คุณนิวัฒน์ งามธุระ ปลัดจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นผู้ที่รับมอบห้องน้ำ “สุขา สุขใจ” ไปดูแลต่อ เล่าว่า “สวนสาธารณะศรีเมือง” เป็นสถานที่ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจใน จ.น่าน ในแต่ละปีจะรองรับทั้งคนท้องถิ่น เด็ก คนชรา และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ การสร้างห้องน้ำที่สะดวกสบาย และการออกแบบที่เป็นสากล ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ได้มอบห้องน้ำ ‘พลังคนไทย สุขา สุขใจ’ ให้กับชาวน่าน โดยเชื่อว่า สุขา สุขใจ นี้จะช่วยสร้างประโยชน์ สร้างความสุขให้กับชุมชน และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนทำให้ทุกคนต้องกลับมาเยือนเมืองน่านอีกครั้ง