ในช้อปปี้ๆๆๆ มีแบมแบมๆๆ JYP เปิด Official Shop ประเดิมแคมเปญ 11.11 กระทบไหล่ แบมแบม GOT7

เลือกไทม์มิ่งช่วง Prime Time ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างวันคนโสด หรือ 11.11 สร้างกระแสให้กับแพลตฟอร์มของตัวเองได้ค่อนข้างดี สำหรับช้อปปี้ (Shopee) เพราะถือเป็นแคมเปญที่ทั่วทั้งภูมิภาคต่างรอคอย รวมทั้งในประเทศไทยที่ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตต่อเนื่องทุกปี ทำให้คนไทยเริ่มคุ้นเคยและเฝ้ารอดีลสุดพิเศษจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน 

ทุ่มงบอัดโปรโมชั่นใหญ่สุดในรอบ 3 ปี

โดยปีนี้ช้อปปี้ทุ่มงบจัดแคมเปญยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปี นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากว่า 3 ปี หลังจากเดือนพฤศจิกายนในปลายปี 2014 เป็นต้นมา ภายใต้แคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ลดอลัง ปังทุกดีล ในรูปแบบ Non Stop โดยเริ่มเปิดแคมเปญมาตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ยาวไปจนถึง 11 พ.ย. 2561 ที่นอกจากดีลเด็ดๆ จากสินค้ากว่าพันแบรนด์ทั้งไทยและโกลบอลแบรนด์ เช่น Unilever, P&G, Olay, Mamypoko, Sabina, Wacoal, 3M, ASUS, Guy Laroche และอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 11 บาท โดยคาดว่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยผลตอบรับของการจัดแคมเปญของช้อปปีในปีที่ผ่านมา มียอดสั่งซื้อจากทั้ง 7 ประเทศ รวมกันมากกว่า 2.5 ล้านออเดอร์ และมีจำนวนสินค้าที่ขายได้ในแคมเปญนี้มากกว่า 7 ล้านชิ้น

ส่วนความพิเศษในปีนี้นอกจากดีลที่ดึงดูดใจแล้ว ช้อปปี้ยังให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่แตกต่าง เพิ่มการสร้าง Engagement บนแพลตฟอร์มผ่านการจัดแคมเปญไฮไลท์ร่วมกับ Strategic Partner เช่น Shopee 11.11 Creative Award ด้วยการให้แบรนด์ดีไซน์โลโก้ช้อปปี้เข้ากับ Brand Identity ของตัวเองและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ร่วมโหวตผลงานผ่านแอปฯช้อปปี้ อาทิ Olay, Hasbro, Bifesta, Grab, iflix, P&G, Honestbee  หรือกิจกรรมพิเศษร่วมกับแบรนด์ เช่น ลูกค้า 11 รายแรกที่โชว์หน้าแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ ที่ร้าน Pizza Hut ในแต่ละสาขากว่า 130 สาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน รับพิซซ่าได้ฟรี หรือผู้โดยสาร Grab ที่ใช้บริการในวันที่ 9 พฤศจิกายน และทำรายการชำระเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะได้รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท เพื่อซื้อสินค้าในช้อปปี้ เป็นต้น

ทั้งนี้ แคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ของช้อปปี้ในปีนี้ ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกและเทรนด์ในการช้อปปิ้งออนไลน์ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Facebook และช้อปปี้ ทำให้ได้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมนักช้อปทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Mobile Commerce ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันคนโสด ซึ่งตามข้อมูลของ Facebook พบว่า ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ทั้ง 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราการจับจ่ายซื้อสินค้าสูงขึ้นกว่า 1.3 เท่า เมื่อเทียบกับวันที่ 11 ของเดือนอื่นๆ ขณะที่อัตราส่วนของการจับจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนสูงขึ้นถึงกว่า 76% ในช่วงเทศกาลวันหยุด

ส่วนในประเทศไทย พบว่า มากกว่า 1 ใน 4 มีแนวโน้มที่จะจับจ่ายในวันคนโสด ด้วยงบประมาณสูงกว่า 8,000 บาท สำหรับการช้อปปิ้งในช่วงวันหยุดยาว โดยนักช้อป 23% มีแนวโน้มที่จะจับจ่ายในงบประมาณที่ใกล้เคียงหรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่า การช้อปปิ้งออนไลน์ในปัจจุบันกำลังเข้าใกล้ยุคของโมบายและโซเชียล โดย 69% ของชาวไทยมักใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางหลักในการเปรียบเทียบราคาสินค้าและหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ

เปิดตัวแอมบาสเดอร์ แบมแบม GOT7

นอกจากจัดเต็มสินค้าโปรโมชั่นชุดใหญ่แล้ว ช้อปปี้ยังประกาศเปิดตัว Campaign Ambassador อย่าง แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือ แบมแบม GOT7 ศิลปินเคป๊อบสายเลือดไทย จากค่ายเจวายพี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ของเกาหลีใต้ ซึ่งทางต้นสังกัดของแบมแบม ได้เข้ามาเปิด Official Shop อยู่บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ไทยแลนด์ ตั้งแต่วันเริ่มแคมเปญคือ 25 ตุลาคม 2561 นำมาซึ่งการเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับแคมเปญในครั้งนี้ของแบมแบม

คุณอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Shopee กล่าวว่า เจวายพี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เข้ามาเปิด Official Shop แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับทางช้อปปี้ ไทยแลนด์เท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มแฟนคลับศิลปินของทางค่ายสามารถสั่งซื้อสินค้าหลากหลายคอลเลคชั่นและถูกลิขสิทธิ์จากทางค่ายได้โดยตรงจากช้อปปี้เพียงที่เดียว โดยเบื้องต้นจะมีสินค้าลิขสิทธิ์ทั้งของศิลปินวง GOT7 (ก็อตเซเว่น), Stray Kids (สเตรย์คิดส์), DAY6 (เดย์ซิกส์) และ TWICE (ทไวซ์) เช่น อัลบั้มซีดี และแท่งไฟ  ซึ่งในอนาคตจะมีสินค้าเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ

ส่วนการเลือกแบมแบม GOT7 มาเป็นแคมเปญแอมบาสเดอร์นั้น ทางช้อปปี้มองว่า เพราะแบมแบมเป็นคนไทย และมีความสามารถจนประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล บวกกับบุคลิกที่มีความกระฉับกระเฉงและเป็นกันเองทำให้ได้รับความชื่นชอบจากแฟนๆ ในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ช้อปปี้ด้วย รวมทั้งตัวของแบมแบมเองและศิลปินวง GOT7 ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในประเทศไทยอย่างมาก

“ตลาดฐานแฟนคลับเคป๊อปในประเทศไทยมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ที่ผ่านมาการซื้อสินค้าของศิลปินเกาหลีที่ชื่นชอบจะต้องใช้วิธีฝากหิ้วจากคนที่ไปเกาหลี หรือไม่ก็ซื้อผ่านแพลตฟอร์มของช็อปในเกาหลี ซึ่งนอกจากไม่สะดวกแล้วยังมีค่าใช้จ่ายจากภาษีนำเข้าต่างๆ ทำให้ต้องซื้อในราคาแพง ขณะที่นโยบายของช้อปปี้จะให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจตลาดและกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซ็กเม้นต์ เพื่อให้ช้อปปี้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองผู้ใช้งานทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ เนื่องจากเป็นการเข้ามาในตลาดที่ยังไม่เคยมีใครเข้ามาก่อน จึงเป็นโอกาสในการขยายฐานผู้ใช้งานไปสู่ตลาดใหม่ๆ ที่กว้างมากยิ่งขึ้น”

โดยการเปิด Official Shop ของ JYP  ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้บรรดาแฟนคลับให้มีช่องทางในการซื้อสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้นแล้ว การซื้ออัลบั้มผ่าน official Shop ในช้อปปี้ ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยสนับสนุนศิลปินซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บรรดาแฟนคลับชาวไทยให้ความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากการจัดอันดับความนิยมหรือ Billboard ต่างๆ ของทางเกาหลีจะนับรวมยอดการสั่งซื้อซีดี บวกกับการโหวตหรือคะแนนรวมกับช่องทางอื่นๆ ทำให้ยอดการสั่งซื้อจะถูกรวมไปกับการเก็บคะแนนความนิยมของศิลปินแต่ละราย จึงช่วยเพิ่มช่องทางให้แฟนคลับสามารถสนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบได้มากขึ้น สะท้อนถึงการทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เพื่อให้ช้อปปี้สามารถเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจความต้องการในแต่ละเซ็กเม้นต์ได้อย่างถ่องแท้ และในอนาคตจะพยายามเพิ่มเติมการตอบโจทย์ในเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น

เดินเกม Localization

นอกจากเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับแคมเปญแล้ว ทางช้อปปี้ยังได้จัดกิจกรรมฉลองการเปิดตัวด้วย Shopee X Bambam Fanmeet ในวันที่ 10 พ.ย. 2561 ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยการเลือก 200 ผู้โชคดีจากการสั่งซื้ออัลบั้ม Present You ของศิลปิน GOT7 และสินค้าอื่นๆ ผ่าน JYP Official Shop บนแอปช้อปปี้ จนถึงวันที่ 6 พ.ย. 2561 ซึ่งเป็นอีกวิธีการกระตุ้นยอดการซื้อได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

คุณอากาธาห์ เล่าถึงฟีดแบ็คหลังเปิดตัวแบมแบม พร้อม JYP Official Shop เมื่อวันที่ 25 ต.ค. หรือเพียงแค่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้ามาติดตามช็อปของเจวายพีบนแพลตฟอร์มเกือบ 3 หมื่นคนแล้ว ขณะที่ยอดจำหน่ายสินค้าแค่เพียง 1-2 วันแรกก็ทำยอดขายได้หลายพันชิ้น นอกจากนี้ Twitter @ShopeeTH ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่ช้อปปี้ได้เริ่มนำมาใช้ในการสื่อสารเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเติมจากแคมเปญนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Younger Audience และเพียงแค่ในช่วง 1-2 วันที่เริ่มทำแคมเปญก็สามารถสร้างยอดรีทวีตได้มากกว่า 4 หมื่นรีทวีต รวมทั้งยังสามารถขยับขึ้นไปติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์ในขณะนั้นได้ด้วย

การเปิด JYP Official Shop เป็นหนึ่งตัวอย่างในการศึกษาและพยายามตอบสนองตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ หรือการทำกลยุทธ์แบบ Localization ซึ่งทั้ง 7 ประเทศที่ช้อปปี้เข้าไปทำตลาด ก็จะมีความแตกต่างทั้งพฤติกรรม ความชอบ หรือลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยประเทศไทยมีขนาดของกลุ่มแฟนคลับที่ค่อนข้างใหญ่ ทั้งคนที่ชื่นชอบศิลปินไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งนอกจาก JYP Official Shop ที่เข้ามาเปิดช็อปอยู่ในพื้นที่ Shopee Mall ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับให้แบรนด์ต่างๆ มาเปิด Official Shop เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายของตัวเองผ่าน Mobile Commerce Platform โดยในปัจจุบันมีแบรนด์ชั้นนำทั้งของไทยและอินเตอร์แบรนด์มากกว่าพันร้าน และในอนาคตทางช้อปปี้จะพยายามดึง Global Brand ต่างๆ เข้ามาให้บริการเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่สำหรับศิลปินดาราเซเลบริตี้คนไทย ที่นิยมทำแบรนด์ของตัวเองก็จะใช้แพลตฟอร์มช้อปปี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางทำตลาด เช่น โอปอล หรือ BNK48 เป็นต้น

หรือแม้แต่การพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ที่อยู่ภายในแอปฯ ที่ช้อปปี้ก็พยายาม Localize ให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย ที่ชื่อชอบการใช้งานโซเชียล ชอบมีปฏิสัมพันธ์ คอมเม้นต์ แชท เช่น การมีฟีเจอร์ Voting ภายในแอปฯ สำหรับใช้ในการจัดแคมเปญ หรือร่วมกิจกรรมกับการทำรายการต่างๆ ที่จะทำให้สามารถเห็นฟีดแบ็คและการตอบรับต่างๆ จากผู้ชมได้เป็นอย่างดี

ตลาด Mobile Commerce ยังโตได้อีก

สำหรับโอกาสของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยคาดว่ายังเติบโตได้อีกมากทั้งจากความคุ้นเคยและมั่นใจของผู้บริโภคในการซื้อสินค้ามากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นระบบเพย์เม้นต์ หรือระบบลอจิสติกส์ต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี รวมทั้งการเห็นคู่แข่งรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสที่มีอยู่อีกมากในตลาดประเทศไทย

โดยเฉพาะในกลุ่ม Mobile Commerce ที่ตอนนี้ยังมีสัดส่วนอยู่ราว 10% ของตลาดเท่านั้น ทำให้ยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับการเติบโตของช้อปปี้ที่กว่า 3 ปีในการเข้ามาทำตลาด ถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างเร็ว โดยสามารถเติบโตได้มากกว่า 2 หลักในทุกๆ ปี เนื่องจากความสามารถในการเข้าใจตลาด และวางกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น เช่น เริ่มเห็นกลุ่มลูกค้าผู้ชายเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นราว 20-30% จากก่อนหน้าที่ผู้ช้อปส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง โดยทางช้อปปี้จะพยายามนำสินค้าและทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นลูกค้าในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับกลุ่มผู้หญิง ขณะที่สินค้าที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ได้แก่ สินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงาม ตามมาด้วยกลุ่มไอทีและแก็ดเจ็ท รวมทั้งกลุ่มของเล่นและสินค้าเด็กตามลำดับ

นอกจากนี้ ช้อปปี้ยังให้ความสำคัญทั้งการขับเคลื่อนการทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ การพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับการใช้งานทั้งในฝั่งของผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมทั้งการทำโปรโมชั่นที่ทำอย่างเหมาะสมและตรงกลุ่มทาร์เก็ต ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้รองรับกับการพัฒนาของตลาด โดยเฉพาะการมี Local Talent กว่า 700 คน ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Strategic Market ของช้อปปี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับอินโดนีเซียที่มีประชากรสูงถึงเกือบ 200 ล้านคน แต่ก็มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะหากเทียบกับตลาดที่อีคอมเมิร์ซพัฒนาไปมากแล้วอย่างไต้หวัน จะเห็นสัดส่วนการช้อปออนไลน์ของคนในประเทศที่มีสัดส่วนราวๆ 30% ของการจับจ่ายของผู้คน ขณะที่ไทยหรือเวียดนามนับเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ปัจจุบันมีสัดส่วนการช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ถึง 10% จึงยังมีโอกาสที่ตลาดจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว ขณะที่ผู้ค้าบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้ขณะนี้มีรวมทั้งสิ้นกว่า 8 แสนราย โดยมีทั้งกลุ่มที่เป็น SME หรือกลุ่มโอทอปผลิตภัณฑ์ชุมชนราวๆ 3 พันราย รวมทั้ง Official Shop จากแบรนด์ต่างๆ กว่า 1 พันแบรนด์ ซึ่งในอนาคตจะพยายามเพิ่มความหลากหลายของสินค้าบนแพลตฟอร์มให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน”

ช้อปปี้วางเป้าหมายสำคัญสำหรับการทำตลาดในประเทศไทยคือ การเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยนึกถึงเมื่อต้องการช้อปออนไลน์ ไม่ว่าจะในฐานะผู้ซื้อ หรือผู้ขาย หรือสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ Top of Mind ของผู้บริโภคคนไทย โดยเฉพาะการเลือกช้อปปี้เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชั่นหลักที่อยู่บนหน้าจอสามร์ทโฟนของคนไทย ซึ่งการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่สามารถสะท้อนได้ว่าเป็นอย่างดีว่าการขับเคลื่อนต่างๆ ของช้อปปี้นั้นมาได้ถูกทางแล้ว