เรื่องของ “เสือ” ต้องให้แบรนด์ที่มีโลโก้รูป “เสือ” จัดการ ไทเกอร์ จับมือ Kenzo เปิดตัว “Rare Stripes” A Collection with Purpose

หลังจากปีที่แล้ว Tiger Beer ร่วมกับ WWF จัดแคมเปญรับบริจาคและสร้างจิตสำนึกลดการล่าและค้าเสือผิดกฎหมาย ‘3890Tigers’ (อ่านต่อเพิ่มเติมคิลกที่นี่) ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี AI ร่วมกับงานศิลปะ นำเสนอเรื่องราวของเสือ มาปีนี้ Tiger Beer ต่อยอดแคมเปญนี้อีกครั้ง ด้วยความอาร์ตยิ่งกว่าที่เคย เพราะปีนี้ Tiger จับมือกับ KENZO แบรนด์ไฮแฟชั่นแห่งยุคจากฝรั่งเศส เปิดตัว  “Rare Stripes” A Collection with Purpose คอลเลคชั่นพิเศษ มุ่งสร้างความตระหนักเรื่องจำนวนเสือที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติที่ลดลงอย่างรวดเร็ว จนใกล้จะสูญพันธุ์ และส่งเสริมการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าผ่านแฟชั่นลวดลายเสือในคอลเลคชั่นพิเศษ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายเสื้อในคอลเลคชั่น “Rare Stripes” จะนำไปบริจาคให้แก่ WWF เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่า

โชว์ติสต์กว่าที่เคยด้วย Co-Branding จับมือ Kenzo 

คุณพชรชนก ศิลอุดม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์เบียร์ไทเกอร์และเชียร์ กล่าวว่า “ไทเกอร์เบียร์ และ WWF ได้ร่วมมือกันอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าผ่านโครงการต่างๆ มาเป็นเวลากว่า 6 ปี โดยมีจุดร่วมกันในเรื่องของการสร้างจิตสำนึก และรณรงค์ให้ทุกคนร่วมมือกันในการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งแบรนด์ไทเกอร์เบียร์ของเราทำมาโดยตลอด และจากความสำเร็จของแคมเปญ 3890 ที่ไทเกอร์เบียร์ Global จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ปีนี้ทางไทเกอร์เบียร์ ประเทศไทยมีแคมเปญที่จะมาสานต่อและตอกย้ำเรื่องการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าที่ทำพร้อมๆ กับหลายประเทศทั่วโลกด้วยแคมเปญ “Tiger Beer x WWF x KENZO” ที่ผสานความร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง KENZO โดยสร้างสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษ “Rare Stripes” A Collection with Purpose เพื่อนำเอาแฟชั่นคอลเลคชั่นพิเศษนี้มาสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ถึงเรื่องราวของเสือที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคมีความตระหนักในการร่วมอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่ามากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตของเสือที่อาศัยอยู่ในป่าที่ลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่า ผ่านแฟชั่นลวดลายเสือในคอลเลคชั่นพิเศษจากศิลปินต่างๆ โดยแบรนด์ไทเกอร์เบียร์ของเราเชื่อมั่นว่า หากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าตั้งแต่วันนี้ เขาอาจจะสูญพันธุ์ไปตลอดกาลในอีกไม่ช้า ซึ่งเป้าหมายของเราคือต้องการที่จะเพิ่มจำนวนเสือที่อาศัยอยู่ในป่าให้มากขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2565 ซึ่งเป็นปีเสือด้วยเช่นกันค่ะ

สำหรับ “Rare Stripes” A Collection with Purpose นี้ Humberto Leon และ Carol Lim ซึ่งเป็น Co-Creative Director ของ KENZO และศิลปินทั้ง 4 ท่านที่ร่วมออกแบบ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่พวกเขาเดินทางเข้าไปศึกษาเรื่องราวของเสือที่อาศัยอยู่ในป่าในประเทศกัมพูชา แล้วนำมาดีไซน์ลงบนเสื้อคอลเลคชั่นพิเศษของ KENZO ซึ่งเป็น Limited Edition ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายออร์แกนิคภายใต้มาตรฐาน Global Organic Textile Standard (GOTS) โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้เพิ่งเปิดตัวที่ KENZO Shop ย่าน Ginza Six ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา


สำหรับในประเทศไทยจะมีเสื้อจากคอลเลคชั่น “Rare Stripes” 6 ดีไซน์ วางจำหน่ายเพียง 16 ตัว ซึ่งจะจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์เร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ความพิเศษของเสื้อคอลเลคชั่นนี้ยังอยู่ที่ QR Code ด้านในเสื้อที่สามารถสแกนแล้วลิ้งก์เข้าไปดูข้อมูลเกี่ยวกับเสือที่เป็นแบบบนเสื้อตัวนั้นๆ เพื่อให้เราได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเสือมากขึ้น รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายเสื้อในคอลเลคชั่น “Rare Stripes” จะนำไปบริจาคให้แก่กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์เสือที่อาศัยอยู่ในป่าต่อไป

ผ้าพันคอ มีสตอรี่

นอกจากนี้ แคมเปญในระดับประเทศของ ทาง ไทเกอร์ เบียร์ ประเทศไทย ยังต้องการขยายการรับรู้ให้แคมเปญนี้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป ให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องราวของ “เสือ” ในประเทศไทย (นอกเหนือจากเสือตัวนั้น ซึ่งมีคนใส่ใจเยอะแล้ว)

ทางไทเกอร์ จึงจัดทำ Scarf Collection ผ้าพันคอลายเสือไทย 3 ดีไซน์ ซึ่งทั้ง 3 ลายดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสือไทย 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เสือบุปผา นางสิงห์เฝ้าป่า ที่เป็นคุณแม่ของเสืออีกหลายรุ่น, เสือข้าวจี่ เสือสาว ที่เดินทางหากินในดินแดนไทย-พม่า และเสือวีรพงษ์ ซึ่งเป็นเสือนักเดินทาง อาณาเขตการหากินของเขาไกล 200-300 กิโลเมตร โดยข้อมูลของเสือทั้ง 3 สายพันธุ์นี้จะอยู่ใน QR Code บนผ้าพันคอแต่ละผืน แต่ละลายด้วยเช่นกัน ซึ่งเราสามารถสแกนแล้วลิ้งก์ไปสู่ข้อมูล เพื่อให้เราได้รู้จักและเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเสือไทยมากยิ่งขึ้น โดยผ้าพันคอลายเสือไทยมีขนาด 50×50 เซนติเมตร วางจำหน่ายในราคาผืนละ 300 บาท ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2561 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทาง http://bit.ly/tigerxwwf และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/TigerbeerTH

รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผ้าพันคอจะนำไปสมทบทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเสือที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติ และสนับสนุนเหล่าทีมงาน Ranger หรือผู้พิทักษ์ ที่ปกป้องผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อให้เสือที่อาศัยอยู่ในป่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ในป่าได้อย่างปลอดภัย”

ทางด้าน คุณเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการกองทุนสัตว์ป่าโลกประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาเรื่องประชากรเสือที่ลดลงนั้นไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาระดับประเทศ แต่เป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรเสือทั่วโลกลดลง 96% เหตุผลมาจากการล่าและการสูญเสียพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งประเทศไทยถือเป็น“พื้นที่แห่งความหวัง”  หรือพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์ และตั้งถิ่นฐานของเสือโคร่งที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีป่าทึบและทุ่งหญ้าโล่งประกอบกับปริมาณเหยื่อที่ยังสมบรูณ์ WWF ประเทศไทยได้ทำโครงการวิจัยและฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในพื้นที่อุทยาน แม่วงก์และคลองลานที่อยู่ในผืนป่าตะวันตกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และในปีนี้ WWF ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และองค์กรอนุรักษ์อื่นๆ สนับสนุนโครงการอนุรักษ์เสือโคร่งในโครงการผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ นับเป็นพื้นที่ที่มีความหวังในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งอยู่ในผืนป่าตะวันออกของประเทศ  เสือโคร่งเป็นสัตว์ผู้ล่าที่มีความสำคัญสูงสุด เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ หากประเทศไหนมีเสือโคร่ง ก็จะแสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ เราจึงยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแคมเปญพิเศษนี้กับไทเกอร์เบียร์ เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤติจำนวนประชากรเสือที่ลดลง โดยเล็งเห็นว่าการร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์เสือผ่านแฟชั่นลวดลายเสือกับ “Rare Stripes” A Collection with Purpose นี้เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ และหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เสือให้คงอยู่ในธรรมชาติต่อไป ไม่ให้เสือสูญพันธุ์และกลายเป็นเพียงตำนานเล่าขานสู่คนรุ่นหลังเพียงเท่านั้น เพราะถ้าเราไม่มีเสือโคร่งในธรรมชาติ เท่ากับเราไม่มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์นั่นเอง”

ในส่วนของประเทศไทย แคมเปญที่จัดทำออกมา ใช้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตัวจริงเป็นนายแบบ นำผ้าพันคอที่ออกแบบมาไปใช้ประโยชน์เพื่อสะท้อนภาพการทำงานของพวกเขา ว่าเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เพื่อปกป่าผืนป่า และสรรพสัตว์

ได้เวลา “Uncaged” ปล่อยเสือออกจากถ้ำ 

การทำแคมเปญในครั้งนี้ของ ไทเกอร์ ก็เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร เรื่องของงานศิลปะ และ Passion มุมมองที่มีต่อสังคม ซึ่ง ไทเกอร์ เองก็มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสื่อสารกิจกรรมการตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างจากเบียร์ Main Stream แบรนด์อื่นๆ ซึ่งมีส่วนแบ่งและงบประมาณการตลาดที่สูงกว่า

“ช่วงปลายปีเดือนพฤศจิยายน-ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของตลาดเบียร์ จะมีแคมเปญใหญ่คนที่มีบุคลิกของไทเกอร์ คือ คนที่กล้าออกจากกรอบ ตามความฝันและปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมา แนวเพลงที่เราเข้าไปสนับสนุนก็จะเป็นแนวเพลง Alternative – indy เป็นทางเลือก เช่นเดียวกับแคมเปญนี้ ที่เราเชื่อว่าคนที่เป็นฐานแฟนของไทเกอร์ จะเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องเหล่านี้” คุณพชรชนก ศิลอุดม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์เบียร์ไทเกอร์และเชียร์ กล่าว