MQDC ทุ่มงบ 70 ล้านจัดแคมเปญ Forest Rescue กู้ชีพต้นไม้ทั่วกรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียวโครงการ THE FORESTIAS

THE FORESTIAS  (เดอะ ฟอเรสเทียส์)  โปรเจ็กต์ยักษ์ในรูปแบบมิ๊กซ์ยูสมูลค่า 90,000 ล้านบาทของ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์  คอร์ปอเรชั่น จำกัด  หรือ MQDC  มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งจะตั้งอยู่บนเนื้อที่ 300 ไร่ ย่านถนนบางนา-ตราด กม. 7  ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว  ด้วยการปรับสภาพที่ดินเพื่อทำฐานราก  ภายในโครงการจะประกอบไปด้วยโครงการหลายประเภท  ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่อยู่อาศัย  ทั้งหมู่บ้านจัดสรร  และคอนโดมิเนียม  โครงการอาคารสำนักงาน  พื้นที่ค้าปลีก และโรงแรม  รวมถึงสถานที่สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ  ที่น่าสนใจ คือ ภายในโครงการจะมีพื้นที่สีเขียวมากถึง 60%   โดยเฉพาะในส่วนของสวนสาธารณะจะมีพื้นที่มากถึง 30 ไร่

ด้วยรูปแบบของโครงการที่นำเสนอโมเดลการใช้ชีวิตเข้ากับระบบนิเวศที่สมดุลเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Imagine Happiness”  ที่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาขององค์กร ‘for all well-being’ ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิต เพื่อส่งผลดีต่อทุกการดำเนินชีวิต พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโลก ผ่านการออกแบบที่ใส่ใจธรรมชาติ นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อสร้างสังคมคุณภาพที่ดี รวมทั้งการร่วมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และโลก เพื่อการใช้ชีวิตที่ดีของทุกคนในอนาคต เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่ร่วมกันของคนทั้ง 4 รุ่น การสร้างธรรมชาติให้อยู่คู่ธรรมชาติโดยมีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมถึงการสร้างผลงานคุณภาพที่มีความปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างชุมชนให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ขึ้น

ล่าสุดได้ใช้งบกว่า 70 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “Forest Rescue – ฟอเรส เรสคิว” ปฏิบัติการกู้ชีพต้นไม้รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ที่ต้องการช่วยรักษาชีวิตของต้นไม้ที่อาจจะถูกตัด  เนื่องจากมีการก่อสร้างบ้านหรือโครงการ  โดยต้นไม้เหล่านั้นจะถูกเคลื่อนย้ายมาปลูกภายในโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์  เบื้องต้นได้จัดสรรพื้นที่ไว้ประมาณ  3 ไร่  แต่หากได้รับการตอบรับมากขึ้น  จะขยายพื้นที่เพิ่มในการรองรับต้นไม้ต่างๆ ดังกล่าว  ​

สำหรับแนวทางการดำเนินงานตามแคมเปญดังกล่าว  การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อออนไลน์  โซเชียลมีเดีย  สิ่งพิมพ์​ รายการทีวี  เพื่อเปิดรับข้อมูลของผู้ที่ต้องการจะให้เคลื่อนย้ายต้นไม้ออกจากพื้นที่  หลังจากนั้นจะมีการส่งทีมงานไปประเมินสภาพต้นไม้  ชนิดของพันธุ์ไม้  สถานที่ตั้งของต้นไม้  เมื่อได้ข้อมูลต่างๆ แล้วจะทำการขนย้ายต้นไม้  เพื่อนำมาอนุบาลไว้ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ปลูก  เมื่อต้นไม้มีความพร้อมและศึกษาสถานที่ปลูกแล้ว  จะดำเนินการขนย้ายต้นไม้ดังกล่าวไปลงปลูกในพื้นที่จริง

คุณศศินันท์  ออลแมนด์  ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร MQDC เผยว่า ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญของระบบนิเวศวิทยาธรรมชาติ เพราะนับเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบถึงคนหมู่มาก ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสถานการณ์ธรรมชาติป่าไม้ โดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ที่เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2533 – 2558 ผ่านประมวลผลจากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า โลกเรามีต้นไม้ราว 3 ล้านล้านต้น ซึ่งผลการประเมินชี้ชัดว่าตั้งแต่ปี 2533 โลกสูญเสียพื้นที่ป่าถึง 1.3 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าพื้นที่ของทวีปแอฟริกาใต้ หรือทุกๆ 1 ชั่วโมง พื้นที่ป่าจะหายไปขนาดเท่าสนามฟุตบอลไซส์มาตรฐาน (7,140 ตารางเมตร) จำนวน 800 สนามต่อชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าในโซนประเทศเขตร้อนมีการสูญเสียที่รวดเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ของโลก สำหรับประเทศไทยโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ที่ 31.58% ลดลงจากปี 2558   0.02% หรือประมาณ 65,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง

คุณศศินันท์  ออลแมนด์

โดยโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์​ ได้จัดตั้งทีมปฎิบัติการ Forest Rescue Team ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและผู้ดูแลต้นไม้ลงพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง สำรวจ วางแผน ประเมินสถานการณ์ รวมถึงดำเนินการเคลื่อนย้ายต้นไม้  ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น  พบว่ามีต้นไม้ในเขตกรุงเทพฯ​ ประมาณ 1,000-2,000 ต้น  ที่น่าจะดำเนินการเคลื่อนย้ายไปในโครงการได้  หากเจ้าของต้นไม้มีความประสงค์จะให้ต้นไม้ดังกล่าวเข้าไปอยู่ในโครงการ  หรือมีความจำเป็นที่จะต้องตัดต้นไม้ดังกล่าวเพื่อใช้พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างต่างๆ