10 เรื่องของ LINE Village Bangkok The Digital Adventure สวนสนุกในร่ม แห่งแรกของ LINE

1

นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ LINE เปิดตัว LINE Village Bangkok The Digital Adventure ซึ่งถือเป็น Indoor Theme Park โดยเหตุผลเลือกทำเลที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลว่าจำนวนผู้ใช้งาน LINE ในประเทศไทยมีจำนวนถึง 43 ล้านคน เป็นที่ 2 รองจากเกาหลีเท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เหนือกว่า รวมทั้งยังไม่มีสวนสนุกที่อิงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครดังๆ มากนัก ส่วนที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นมีทางเลือกเหล่านี้มากมายแล้ว ดังนั้น ประเทศไทยจึงเหมาะที่สุดสำหรับ  LINE Village Bangkok The Digital Adventure และนี่คือ 10 ประเด็นที่น่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ชิลและคิ้วท์ที่สุดในเวลานี้

1.  LINE Village Bangkok The Digital Adventure ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 สยามสแควร์ 1 มีพื้นที่ 1,300 ตารางเมตร มีห้องหรือโซนต่างๆ ทั้งหมด 23 โซน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. แต่ละวันรองรับได้ราว 4,000 คน โดยแบ่งเป็นรอบ ความเร็วที่จะปล่อยคิวต่อรอบคือ 15 นาที โดยเชื่อว่าผู้ที่จะใช้เวลาอยู่ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง

2. งบลงทุน 500 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี โดยทาง LINE เกาหลีเป็นผู้ออกแบบ โดยอาศัยประสบการณ์ที่ดูแลแบรนด์มาเป็นเวลากว่า 7 ปี และเคยจัดงานนิทรรศการ หรืองานโชว์ที่มีคาแร็กเตอร์การ์ตูนของไลน์เป็นไฮไลต์ของงาน มีพนักงานคอยอำนวยความสะดวกและอธิบายกิจกรรมแต่ละโซนทั้งหมด 50 คน

3. รูปแบบการนำเสนอจะเน้นการผสานระหว่างคาแร็กเตอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ กับการนำเสนอสื่อดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Interactive,  อุปกรณ์ VR ฯลฯ

4.ประโยชน์ในด้านแบรนด์ก็คือการต่อยอดจาก LINE ที่อยู่ในโลกดิจิทัล มาเป็น Physical Space ที่แฟนๆ ได้สัมผัสจริง สอดรับกับเทรนด์ของการท่องเที่ยวที่ “ประสบการณ์” เป็นปัจจัยสำคัญ โดยที่ตลาดนี้ในประเทศไทยยังเปิดกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายวัย 15-40 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้งานหลักของ LINE

5. มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Samsung โดยนำเอาอุปกรณ์ VR ของซัมซุงมาช่วยเล่นเกม เช่น VR Adventure บนเก้าอี้ที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวจริง พร้อมแว่นตา VR ความยาว 1 นาที รวมทั้งเปิดกว้างสำหรับการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์อื่นๆ

6. ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เช่น โซน Plaza ซึ่งมีกิจกรรมให้เล่นมากมาย อย่าง VR, กิจกรรม Physical อย่างเกมโยนห่วง และหมู่บ้านสีพาสเทล, โซน Finale ห้างกระจกหลายมิติ ที่มีคอนเทนท์ให้ถ่ายรูปมากมาย และที่พลาดไม่ได้คือ ตู้สติ๊กเกอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Beacon ส่งสติ๊กเกอร์ลายพิเศษให้กับผู้เยี่ยมชม

7.ความท้าทายในช่วงแรกก็คือการสร้างการรับรู้ ทั้งในกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าทัวร์ ลำดับต่อไปคือการทำเปิดการมาซ้ำ ซึ่งทาง LINE Village Bangkok: The Digital Adventure วางแผนที่จะมีการหมุนเวียนคาแร็กเตอร์อื่นๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งอัพเดทคอนเทนท์ใหม่ๆ ตามเทศกาลสำคัญๆ เช่น สงกรานต์, ฮาโลวีน ส่วนสติ๊กเกอร์ที่แจกให้กับลูกค้าก็จะอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่เรื่อยๆ เช่นกัน

8. ความคาดหวัง น่าจะมีรายได้จาก ลูกค้าคนไทย 50% ชาวต่างชาติ 50%  และถ้าหากว่าแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ ก็จะมาจากส่วนที่เป็นสวนสนุก LINE Village 70% และอีก 30% มาจาก Retail ขายสินค้า ซึ่งภายในปีนี้จะมีการเพิ่มสาขาของส่วน LINE Village Store ไปที่ทำเลใหม่ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ระกว่างการดูทำเลบริเวณ บางนา, ลาดพร้าว และบางกะปิ รวมทั้งเพิ่ม LINE Village Snack Bar ขายขนม-เครื่องดื่มที่มาจากคาแร็กเตอร์ของ LINE

คุณไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE Village โชว์เสื้อลายพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

9. เปิดให้ลูกค้าเข้าไปมีส่วนร่วมได้จริงวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน โดยมีโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว 500 ท่านแรกในแต่ละวัน ตั้งแต่วันที่ 8-9-10 รับส่วนลด 200 บาท

10. ราคาค่าตั๋ว สำหรับเด็กและผู้สูงอายุชาวไทยเริ่มต้นที่ 650 บาท  เด็กและผู้สูงอายุชาวต่างชาติ  790 บาท ส่วนบุคคลทั่วไปชาวไทย 850 บาท ชาวต่างชาติ 990 บาท