ขออีกหนึ่งตลาด “เอปสัน” ลุย High Brightness หวังขึ้นผู้นำเบ็ดเสร็จโปรเจ็กเตอร์ไทย   

0


ตลาดโปรเจ็กเตอร์ในประเทศไทย มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ 2-3% ไปอีกไม่ต่ำกว่า 3 ปี จากขนาดตลาดในปี 2017 ที่ราว 85,000 เครื่อง คาดว่าจะขยับไปอยู่ที่ 93,000 เครื่อง ในปี 2020

ขณะที่ในเชิงมูลค่าก็จะเติบโตอย่างสอดคล้องในระดับเดียวกัน จากประมาณ 2,650 ล้านบาท ในปี 2017 คาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2,800 ล้านบาท ในปี 2020 เช่นเดียวกัน

ขณะที่ผู้นำตลาดโปรเจ็กเตอร์ในประเทศไทยอย่างเอปสัน ยังรักษาการครองส่วนแบ่งในตลาดสูงสุดมาได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2011 โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ของปีงบประมาณปี 2017 (ก.ค. – ก.ย.17) เอปสันสามารถทำส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งหนึ่งของตลาดได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 52% เพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีส่วนแบ่งตลาด 49%

คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การได้ส่วนแบ่งเกินครึ่งหนึ่งของตลาด ทำให้สามารถกล่าวได้ว่า ปัจจุบันเอปสันคือ ผู้ Dominate หรือขับเคลื่อนตลาดโปรเจ็กเตอร์ในประเทศไทยได้แล้ว แต่หากพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละกลุ่มสินค้า จะพบว่า ในตลาดโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูง หรือ High Brightness เป็นตลาดที่เอปสันยังอยู่ในอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 23% ขณะที่ตลาดกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนให้ตลาดเติบโตในอนาคต และจะเป็นสนามที่เอปสันจะโฟกัสอย่างจริงจังมากขึ้น โดยวางเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้านี้ ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2018 (เม.ย. 2018 – มี.ค. 2019) ด้วยการมีส่วนแบ่งในตลาดนี้ไม่ต่ำกว่า 40%

“แม้สัดส่วนตลาดโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงในเชิงปริมาณจะอยู่ที่ 1-2% ของตลาด แต่ในแง่มูลค่ามีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของตลาด เนื่องจากราคาต่อเครื่องที่สูงถึงหลายแสนบาท โดยประเมินว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีสัดส่วนของมูลค่าเพิ่มเป็น 30% ของตลาดเลยทีเดียว ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างตลาด Entry สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน และในกลุ่มเครื่องที่มีความสว่าง 2000 – 4000 ลูเมนท์ มีแนวโน้มเติบโตลดลง เนื่องจาก กลุ่มผู้ใช้งานเริ่มต้นที่เคยตัดสินใจซื้อจากปัจจัยด้านราคา มีแนวโน้มที่จะซื้อเครื่องใหม่และขยับมาในระดับที่คุณภาพสูงขึ้น เพื่อความคุ้มค่าและการใช้งานที่ดีมากขึ้น”

เพิ่ม 4 ไลน์อัพ เติมพอร์ตความสว่างสูง

ตลาดโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูง เป็นอีกหนึ่งตลาดที่เติบโตได้ดีของเอปสัน ทำให้มีสัดส่วนและขยับอันดับในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี  2014 จากแชร์ 4% ซึ่งถือว่าเป็นเบอร์ 5 ของตลาด จนมาไตรมาสแรกของปี 2017 ที่ขยับมาอยู่เบอร์ 2 ด้วยแชร์ในตลาด  23% โดยคาดว่าเมื่อจบปีงบประมาณนี้ แชร์จะขยับมาเป็น 28% พร้อมเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำภายในสิ้นปีงบประมาณหน้า ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็จะทำให้เอปสันสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโปรเจ็กเตอร์ประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ในทุกๆ ตลาด จากที่ปัจจุบันเอปสันอยู่ในฐานะผู้นำตลาดอยู้แล้ว เมื่อมองโดยรวมทั้ง Total Market

การรุกหนักเพื่อไปสู่เป้าหมายของเอปสัน เริ่มด้วยการเปิดตัวโปรเจ็กเตอร์ใหม่จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ รุ่นความสว่าง 12,000 ลูเมนท์ EB-L1515S และ EB-L1505UH และรุ่นความสว่าง 15,000 ลูเมนท์ EB-L1715S และ EB-L1755U เข้ามาในพอร์ตเลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ที่ระดับความสว่างสูงกว่า 10,000 ลูเมนท์ ที่ให้ความละเอียด 4K สามารถปรับสัญญาณภาพระดับความละเอียด 1080 พิกเซล ให้ฉายออกมาคุณภาพสูงกว่า Full HD พร้อมติดตั้งกล้องภายในตัวช่วยตรวจสอบภาพฉายของเครื่องในสภาวะจริงจากระยะไกล จึงแก้ไขหากเกิดปัญหาได้แบบเรียลไทม์ พร้อมคุณสมบัติในการบันทึกข้อมูล คำเตือนเกี่ยวกับการจ่ายไฟและอุณหภูมิในอากาศ เพื่อบริหารประสิทธิภาพการทำงานของโปรเจคเตอร์ ทำให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ที่มีความสว่างและความละเอียดของภาพสูง เช่น ห้องจัดงานเลี้ยง หอประชุม โรงละคร พิพิธภัณฑ์ หรืองานอีเว้นท์เอาท์ดอร์

“ในส่วนการทำตลาดโปรเจ็กเตอร์ เอปสันจะใช้งบราว 30% ของงบการตลาดโดยรวม โดยในส่วนของสินค้าใหม่ทั้ง 4 รุ่นนี้ จะเน้นทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในกลุ่มองค์กร หรือผู้ประกอบการ เนื่องจากราคาเครื่องที่ค่อนข้างมีราคาสูง  อาทิ บริษัทผู้รับเหมาติดตั้งระบบโสตทัศนูปกรณ์มืออาชีพ หรือ Installer ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและการ ติดตั้งอุปกรณ์ภาพและเสียง กลุ่มที่ปรึกษาด้านการออกแบบระบบภาพและเสียงหรือ Consultant Designer ที่ออกแบบโซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์ภาพและเสียง รวมทั้งกลุ่มนักออกแบบคอนเท้นท์และสร้างสรรค์ผลงานด้าน Projection Mapping ที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้โปรเจคเตอร์ให้เหมาะกับคอนเท้นท์และสถานที่จัดงานของอีเว้นท์ต่างๆ”

ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 4C

ในส่วนการวางกลยุทธ์ เพื่อไปสู่ความเป็นผู้นำของเอปสันนั้น จะเน้นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เพื่อสร้าง Value ให้กับแบรนด์เอปสัน มากกว่าการเน้นยอดขายเพียงอย่างเดียว ภายใต้การขับเคลื่อนกลยุทธ์ 4C  ซึ่งประกอบด้วย

Cusotmer Solutions  การตอบรับความต้องการของลูกค้าในรูปแบบโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีของเอปสันให้ตอบโจทย์ธุรกิจ กระบวนการและขั้นตอนการทำงาน รวมถึงเป้าหมายทางธุรกิจของลูกค้า ตั้งแต่กลุ่มเอสเอ็มอีไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

Customer Values เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์และตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เอปสัน ผ่านคุณค่าในด้านต่างๆ ที่จะได้รับ อาทิ คุณค่าด้านคุณภาพ ความคุ้มค่าในการลงทุน ความน่าเชื่อถือ หรือการประหยัดพลังงาน

Convenience Channel  การขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับตลาดเป้าหมาย

Communications กลยุทธ์ด้านการสื่อสารที่จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถจดจำแบรนด์และ Core Value ของแบรนด์ได้

“ล่าสุดเอปสันได้เข้ามามีส่วนร่วมในงาน Chiang Mai Design Week 2017 หนึ่งในงานเทศกาลสำคัญของเชียงใหม่ ที่รวมนักสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ ช่างฝีมือ ศิลปิน และผู้ประกอบการธุรกิจในเชียงใหม่และจังหวัดอื่น มาร่วมกันนำเสนองานออกแบบและขยายช่องทางธุรกิจในอุตสาหกรรม โดยเอปสันได้ทำงานร่วมกับศิลปิน Projection Mapping ท้องถิ่น ที่ใช้ฝีมือและไอเดียออกแบบกราฟฟิคดีไซน์ และสร้างสรรค์เป็นผลงานกราฟฟิคเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่ฉายด้วยเลเซอร์โปรเจคเตอร์เอปสันที่ด้านหน้าอาคารของพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เพื่อให้ผู้ร่วมงานมากกว่า 1 แสนคน ได้เห็นความสามารถของโปรเจ็กเตอร์ความสว่างสูงของเอปสัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความเช่ือมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี”