Hi School สตาร์ทอัพสายธุรกิจเพื่อสังคม บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ในสมุทรสาคร ควบคู่กับการปันผลกำไรคืนสู่สังคมผ่าน 24 โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัด [PR]

Hi School สตาร์ทอัพในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) รายแรกของประเทศไทย บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ในสมุทรสาครโดยใช้เทคโนโลยี Application และ Online platform ครบวงจร พร้อมผสานแนวคิดช่วยเพิ่มรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดโดยชวนร้านอาหารในเครือข่ายเลือกใช้วัตถุดิบ 2 อย่างจากกลุ่มเกษตรกร ช่วยเหลือสังคมโดยแบ่งผลกำไรบางส่วนตรงให้ 24 โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัด ตั้งเป้าขยายโมเดลในรูปแบบแฟรนไชส์ไปในจังหวัดอื่น ๆ ภายใน 3 ปี

นายอภิชาติ จันทร์ทองแท้ กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง Hi School บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด สตาร์ทอัพในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมผู้ให้บริการส่งอาหารในสมุทรสาครภายใต้ชื่อ Hi School กล่าวว่า Hi School เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในจังหวัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของการทำความดีถวายเป็นราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยการทำประโยชน์ให้กับสังคม บวกกับ Pain point ของฝ่ายบุคคลที่ต้องจัดหาอาหารมาให้วิทยากรและพนักงานตามโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัด จึงได้จัดตั้งบริษัทในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมที่กำไรส่วนหนึ่งจากการดำเนินธุรกิจจะต้องคืนกลับไปเพื่อประโยชน์ของสังคมตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มกิจการ

“เราเริ่มต้นจากการพูดคุยกับหลายภาคส่วน ทั้งสรรพากร เกษตรจังหวัด สมาคมโรงเรียนอนุบาล กลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ร้านอาหาร และอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนารูปแบบการบริการและรูปแบบการทำธุรกิจที่ช่วยเหลือทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่กิจการเองก็สามารถมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ จึงเกิดเป็น Hi School ที่เป็นบริการนำส่งอาหารเดลิเวอรี่ภายในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง โดยเพิ่มแนวคิดการเชื่อมโยงเครือข่าย SE ตั้งแต่การช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร และชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยการเป็นตัวกลางรวบรวมสั่งซื้อวัตถุดิบจากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัด นำส่งมาเป็นวัตถุดิบให้ร้านค้าในเครือข่ายฯ  ที่จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรของจังหวัด ทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรส่งถึงมือผู้บริโภคและร้านค้าโดยไม่ผ่านคนกลาง นอกเหนือจากการบริการส่งอาหารถึงบ้านหรือที่ทำงาน จุดสำคัญคือ ร้านค้าที่ใช้บริการ Hi School จะต้องเลือกใช้วัตถุดิบหลักจากกลุ่มเกษตรในจังหวัด อย่างน้อย 2 รายการ ในการทำเมนูอาหารของร้าน” นายอภิชาติกล่าว

นอกจากการสร้างรายได้ให้ชุมชนและร้านค้าในเครือข่ายฯ แล้ว Hi School ยังได้นำส่วนแบ่งจากรายได้ 5 – 10% ของยอดขายหลังหักค่าใช้จ่ายต่อเดือนจากการดำเนินธุรกิจ จะถูกโอนผ่านบัญชีกลางแบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาให้กับกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 24 แห่ง อีกทั้ง Hi School ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อระดมทุน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำสติ๊กเกอร์ไลน์เพื่อรับบริจาค การรวบรวมทุนการศึกษา และการมอบสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากลูกค้าของ Hi School ให้กับโรงเรียนในเครือข่ายเป็นประจำอีกด้วย นายอภิชาติกล่าวเสริม

ในด้านการบริการ Hi School มีบริการผ่านทางแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นด้วย Platform จากผู้พัฒนา  Application ชั้นนำของประเทศ ที่รองรับทั้งระบบ IOS และ Android นอกจากนี้ Hi School ยังมีการทำตลาดโดยตรงกับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งทางเว็บไซต์ www.hischoolthailand.com ทาง Facebook Page Hi School ปิ่นโตสร้างเมือง ทาง Line@ @hischoolthailand และทางโทรศัพท์ 081-140-2024  ระบบหลังบ้านและสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหมดถูก Outsource ว่าจ้างงานผู้พิการเป็นผู้ให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ ทั้งหมด ทั้งนี้ Hi School มุ่งเน้นในการให้บริการแบบเดลิเวอรี่ส่งอาหารที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว โดยมีเมนูเด็ดเป็น Signature ของตัวเองที่พร้อมนำส่งความสด อร่อยให้กับลูกค้าถึงที่บ้าน หรือที่ทำงานภายในจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

“แผนการดำเนินธุรกิจ Hi School ภายในปลายปีนี้จะเปิดหน้าร้านภายใต้แบรนด์ Hi School เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายอาหารกลุ่มเมนู Signature ของแบรด์ที่ไม่ซ้ำกับเมนูปัจจุบันที่ร้านในเครือข่ายจำหน่ายอยู่ นอกจากนี้ในต้นปี 2561 Hi School มีการริเริ่มโครงการส่งปิ่นโตอาหารตอบแทนกลับให้กับคนที่เคยให้โอกาสกับเรา เพราะเชื่อว่าทุกคนเคยมีบุคคลที่ให้โอกาสเราทั้งนั้น และยังเป็นการสร้างคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ เจาะตลาดลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม ที่สำคัญคือ เราตั้งใจจะขยาย Hi School ในรูปแบบของแฟรนไชส์ไปในจังหวัดอื่น ๆ ในอีก 3  ปีข้างหน้า ด้วยความเชื่อในพลังแห่งการแบ่งปัน และความเชื่อในการทำธุรกิจที่การหากำไรไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบเม็ดเงินเสมอไป Hi School จะเป็นโมเดลต้นแบบธุรกิจเพื่อสังคมที่จะเป็นส่วนสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อการสร้างความยั่งยืนแก่ธุรกิจ และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมควบคู่กัน เป็นการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน ” นายอภิชาติ กล่าวทิ้งท้าย