เป็นงั้นไป?!? L’Oréal บริษัทผู้หญิ๊งผู้หญิงกับปัญหาการจ้างพนักงานชาย สู่วิสัยทัศน์สร้างความสมดุล

L’Oréal แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก ประสบปัญหาการที่ไม่สามารถดึงดูดพนักงานชายมาร่วมงานเพื่อความสมดุลในการทำงาน รวมไปถึงเรื่องของความเท่าเทียมกันทางเพศ หลังแบรนด์ได้รับรางวัลเรื่องนี้ต่อเนื่องหลายปี ผลเสียที่เกิดขึ้นกลับเป็นการที่ภาพลักษณ์กลายเป็นบริษัทสำหรับผู้หญิง จนผู้ชายน้อยลงเรื่อยๆ และน้อยจนเกินไปส่งผลต่อไลน์โปรดักท์ในฝั่งของผลิตภัณฑ์ผู้ชาย

Rob Imig SVP, global PR and communications ของ L’oreal เล่าถึงงานครั้งแรกของเขากับ L’Oréal เขาใช้เวลา 10 เดือนในการพยายามพรีเซนท์ลิปสติก shu uemura ให้กับบรรณาธิการความงามทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้หญิง ผลตอบรับที่ได้กลับมาคือบางคนดูงงๆ แต่บางคนก็มองเป็นเรื่องตลก Imig ที่ตอนนี้ทำงานมาแล้ว 13 ปี เล่าให้เราฟังว่า “ปฏิกิริยาที่พวกเขาแสดงบางครั้งก็น่าตกใจ ธุรกิจความงามถูกกุมอำนาจไว้โดยผู้หญิง พวกเขาคิดว่ามันค่อนข้างแปลกที่จู่ๆ ผู้ชายชื่อร็อบเดินเข้ามาและบอกว่าจะมาโชว์ลิปสติกใหม่”

 

ในขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ ทั่วโลกกำลังพยายามปรับปรุงความสมดุลทางเพศของพนักงานของตน ส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่การจ้างผู้หญิงให้มากขึ้น แต่สำหรับ L’Oréal ความสมดุลหมายถึงการดึงดูดผู้ชายเข้ามาทำงานด้วยให้มากขึ้น บริษัทผลิตสินค้าเสริมความงามของฝรั่งเศสมูลค่า 2.58 หมื่นล้านยูโร (3.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นผู้ริเริ่มผลักดันความเท่าเทียมทางเพศและได้รับรางวัลจากความพยายามนั้นอยู่เสมอ ผู้หญิงมีส่วนแบ่งร้อยละ 58 ของ L’Oréal และสองในสามของตำแหน่งผู้บริหารก็เป็นผู้หญิง ในปี 2017 บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นเบอร์หนึ่งของ Equileap จากบริษัททั่วโลกกว่า 3,000 แห่งในแง่ของความเสมอภาคทางเพศ

 

L’Oréalประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรกับผู้หญิง นั่นทำให้ปีที่ผ่านมา 77 เปอร์เซ็นต์ของการว่าจ้างพนักงานใหม่เป็นผู้หญิง ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นปัญหา Jonna Sjovall กรรมการผู้จัดการของ Universum ผู้ครองตำแหน่งนายจ้างในอุดมคติที่สุดในหมู่ของนักธุรกิจและวิศวกรรมศาสตร์ทั่วโลก กล่าวว่า “พวกเขามีช่องว่างระหว่างเพศสูงมาก” ในการสำรวจล่าสุดของการจ้างงานในสหรัฐ L’Oréal เป็นอันดับที่ 9 ที่รับผู้หญิงที่จบการศึกษาทางธุรกิจมากที่สุด แต่ตกไปอยู่อันดับที่ 150 ในการรับผู้ชาย

 

ผู้จัดการฝ่ายความงามของบริษัทกังวลว่าช่องว่างนี้อาจทำให้เสียประโยชน์ในการสรรหาพนักงานในอนคต Jean-Claude Le Grand, หัวหน้าแผนก Diversity and Inclusion ของ L’Oréal กล่าวว่า “สำหรับบริษัทใหญ่ๆ แบบเราการดึงดูดคนมีความสามารถในอนาคตเป็นเรื่องใหญ่ เราจำเป็นต้องดึงดูดผู้ชายเก่งๆ มาทำงานด้วยให้มากขึ้น”

 

การมีพนักงานผู้ชายมากกว่า 90,000 คนทั่วโลกอาจช่วยให้ L’Oréal ทำความเข้าใจและชนะใจลูกค้าผู้ชายซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในธุรกิจความงาม จากข้อมูลของ Euromonitor International ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษจะขยายกว้างขึ้น 3.3% ต่อปีในช่วงห้าปีถัดไป เมื่อเทียบกับตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลโดยทั่วไปที่เพิ่มขึ้นเพียง  2.9%

 

L’Oréal ซึ่งไม่ได้ขายที่โกนหนวด อยู่เป็นอันดับสามในตลาดสินค้าเพื่อผู้ชายที่มีมูลค่า 4.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีส่วนแบ่งร้อยละ 5.6 ในปี 2016 โดยอันดับ 1 เป็นของบริษัท Procter & Gamble, ผู้ผลิตเครื่องโกนหนวด Gillette และโคโลญจ์ Old Spice มีสัดส่วน 18.7 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย Unilever NV ผู้ผลิต Axe มีสัดส่วน 10.9 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีแบรนด์ลูกของ L’Oréal อยู่ใน 10 อันดับแรกในตลาดสินค้าสำหรับผู้ชาย แม้ว่า Baxter of California อีกหนึ่งแบรนด์ลูกของบริษัทจะจับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายก็ตาม นี่ยังไม่รวมถึงสินค้าแบรนด์อื่นๆ เช่น Kiehl’s และ SkinCeuticals ที่วางเป้าหมายจำหน่ายให้กับทั้งสองเพศ

L’Oréal targets men for the first time as it evolves strapline to embrace diversity from Marketing Week on Vimeo.

เป้าหมายของ L’Oréal คือการทำให้พนักงานชายและหญิงมีจำนวนเท่ากันภายในปี 2020 “วิสัยทัศน์ของเราชัดเจน เราต้องการสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างเพศชายและเพศหญิง” Le Grand ผู้นำด้านความหลากหลายของบริษัทตั้งแต่ปี 2005 กล่าว

 

วิธีที่ L’Oréal กำลังทำเพื่อดึงดูดคนมากขึ้น คือการปรับวิธีการที่บริษัทพรีเซนท์ตัวเองกับผู้สมัครงาน ในเว็บไซต์สมัครงานของอเมริกา L’Oréal ใช้ภาพของนายแบบนางแบบที่มีเสน่ห์และเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ของบริษัทจะไม่ปรากฏให้เห็น แต่แทนที่ด้วยรูปถ่ายของนักเคมีหญิงที่ใส่แว่นตานั่งอยู่ที่กล้องจุลทรรศน์และพนักงานชายที่ทำหน้าที่รันเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นแปรงสีฟันไฟฟ้า

 

L’Oréal วันนี้มีแนวโน้มที่จะเน้นด้านการดำเนินการในการจ้างานมากขึ้น เช่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท ไปจนถึงเรื่องของความรับผิดชอบ ซึ่งมักเป็นภาพลักษณ์ของบริษัทที่สามารถดึงดูดผู้สมัครชายได้ดี “เราไม่ใช่แค่บริษัทที่ขายเครื่องสำอาง” Angela Guy หัวหน้าฝ่ายความหลากหลายในสหรัฐอเมริกาของ L’Oréal กล่าว “เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา เรามี R&D, โรงงานผลิต, วิศวกรรม, และงานอื่นๆ ในสาขาเทคโนโลยีที่ผู้ชายอาจสนใจ”

 

Joelle Emerson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Paradigm บริษัทที่ปรึกษาด้านความหลากหลายในซานฟรานซิสโกกล่าวว่าการใช้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงและผู้ชายที่ไม่ได้มีบทบาทแบบเดิมๆ น่าจะดึงดูดความสนใจของทั้งสองเพศได้ดี “สัญญาณและข้อความ มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยดึงใก้คนสนใจมาทำงานกับคุณ กลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้รับการเลื่อนตำแหน่ง รวมทั้งผู้ชายในวงการความงาม จะไม่มาสมัครงานที่เน้นความสามารถตามกำเนิด เช่น การมีความคิดที่ยอดเยี่ยม หรือความสามารถในการมองเห็นบางสิ่งบางอย่าง พวกเขาเชื่อว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะถูกแช่แข็งหากไม่มีพรสวรรค์บางอย่างติดตัวมา ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิด” เธอกล่าว ซึ่งเธอเห็นว่าแท้จริงแล้วคนเราควรจะใช้โอกาสพัฒนาทักษะของตัวเองในระหว่างการทำงานมากกว่า

 

L’Oréal ยังคงมีเป้าหมายที่ต้องการรวมผู้หญิงไว้ในตำแหน่งสูงสุด ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้หญิงจะเป็นกำลังหลักของบริษัทด้านแฟชั่นและความงาม  Aniela Unguresan หัวหน้าแผนก EDGE องค์กรของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีหน้าที่รับรององค์กรและบริษัท ในเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ (รวมทั้ง L’Oréal) กล่าว “เพราะพวกเธอมีความคุ้นชินกับสินค้ามากกว่า บริษัทของคุณอาจจะมีพนักงานชายนิดหน่อยในระดับปฏิบัติการ แต่สำหรับขั้นบริหารนั้นต้องกลับกัน” เธอกล่าว “คำจำกัดความของการเป็นผู้นำยังคงเป็นของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่”

 

เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาผู้ชายร้อยละ 76 ใน 1,000 ตำแหน่งสูงสุดของ L’Oréal ร้อยละ 83 ของตำแหน่งยุทธศาสตร์และ 93 เปอร์เซ็นต์ของตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร วันนี้ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเป็นผู้นำในการหาเงินเข้าบริษัท แต่ในระดับสูงก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก สาวๆ ทำอันดับได้แค่ 48 เปอร์เซ็นต์ของตำแหน่งระดับบน, 30 เปอร์เซ็นต์ของตำแหน่งยุทธศาสตร์และ 32 เปอร์เซ็นต์ของคณะกรรมการบริหาร Le Grand ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มดังกล่าวภายในปี 2020 และบริษัทให้ความสำคัญกับความลำเอียงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริหาร และจะมีการฝึกอบรมเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถสื่อสารกับพนักงานของตนได้เท่าเทียมกัน และสามารถพัฒนาและส่งเสริมผู้หญิงให้ขึ้นเป็นผู้นำได้เช่นกัน L’Oréal ยังสนับสนุนให้ผู้หญิงได้รับตำแหน่งทางด้านวิทยาศาสตร์เทคนิคและวิศวกรรมตามแบบฉบับของผู้ชายอีกด้วย

 

และเพื่อช่วยให้บรรยากาศในการทำงานเป็นมิตรกับเพศชายมากขึ้น ในช่วงปีหลังๆ L’Oréal ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มความสนใจสำหรับพนักงานชายในสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า Men’s Think Tank ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการพูดคุยและสร้างเครือข่ายต่างๆ มีการแชร์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการ และมีส่วนช่วยในการหาคนมาทำงาน บริษัทเปิดเผยว่าโปรเจคนี้ช่วยเพิ่มจำนวนพนักงานชายขึ้นถึงร้อยละ 27 ในปี 2016

 

Imig ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เต็มไปด้วยผู้หญิงใน Kiehl ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2015 ตอนนี้เขามีพนักงานในความดูแลเป็นผู้หญิงห้าคนและชายสองคนในแผนกการสื่อสารดิจิทัลของแบรนด์ Vichy ในปารีส เจ้านายของเขาก็เป็นผู้หญิง “การสื่อสารที่เราทำกับผู้หญิงเมื่อ 10 ปีที่แล้วใช้ไม่ได้อีกแล้วในตอนนี้ “เขากล่าว “เรายังไม่มีผู้ชายมากพอ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ยอมรับมัน”

 

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM