“เลโก้” เจอความท้าทายยุคดิจิทัล! ยอดขายร่วง ปลดพนักงาน 1,400 ตำแหน่ง เพื่อรีเซ็ตองค์กร

Photo Credit : LEGO

คงไม่มีใครคิดว่าผู้ผลิตของเล่น “ตัวต่อพลาสติก” รายใหญ่ระดับโลก “เลโก้” (LEGO) วันหนึ่งจะเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากทางธุรกิจ แต่นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 (มกราคม – มิถุนายน) “เลโก้” ทำได้ 14,900 ล้านโครนเดนมาร์ก (2,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ก่อน ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปีนี้ ทำได้ 3,400 ล้านโครนเดนมาร์ก เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016 ทำได้ 3,500 ล้านโครนเดนมาร์ก

ยอดขายร่วงลงครั้งนี้ เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ โดยตลาดที่ยอดขายลดลงหนัก เช่น อเมริกา และบางประเทศในยุโรป ขณะที่ตลาดเอเชียอย่างจีน ยังมีการเติบโต Double Digit

เพื่อกู้สถานการณ์องค์กรให้ดีขึ้น Jorgen Vig Knudstorp, executive chairman LEGO ได้ตัดสินใจลดตำแหน่งงาน 1,400 ตำแหน่งให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2017 จากปัจจุบัน “เลโก้” มีพนักงานทั่วโลก 18,200 คน

Jorgen Vig Knudstorp เล่าถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “เลโก้” กำลังเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เป็นผลมาจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตสูง และมีการลงทุนสูงเช่นกัน เห็นได้จากการเพิ่มตำแหน่งงานอีกกว่า 7,000 ตำแหน่งในระหว่างปี 2012 – 2016

“วันนี้ เราตระหนักแล้วว่าที่ผ่านมาบริษัทลงทุนสูงเกินไป จนทำให้โครงสร้างองค์กรมีความซับซ้อน ยากต่อการสร้างศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจได้ และการลงทุนที่สูงเกินไปนั้น ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวดอกผลได้กลับมาอย่างเป็นรูปธรรม และขณะนี้เรายังไม่สามารถคาดการณ์ถึงการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นการปรับลดขนาดองค์กรในครั้งนี้ เราได้กดปุ่ม Reset ของทั้งกลุ่มบริษัทแล้ว”

Photo Credit : LEGO

ไม่เพียงแต่การขยายตัวของขนาดองค์กร และการลงทุนสูงที่มากเกินความจำเป็นเท่านั้น ในเวลาเดียวกันของเล่นตัวต่อสุดคลาสสิกจากเดนมาร์กแบรนด์นี้ กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลังเจอกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในอดีต “เลโก้” เป็นของเล่นขวัญใจเด็กๆ แต่วันนี้เด็กยุค Millennials เกิดและเติบโตมาพร้อมกับ Smart Device ประเภทต่างๆ ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีทางเลือกมากขึ้น

ช่วงที่ผ่านมา “เลโก้” พยายามปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล และพัฒนาสินค้าใหม่ให้ผสานระหว่าง Physical ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวต่อ เข้ากับ “Digital” เช่น การเปิดตัว “LEGO BOOST” เมื่อไม่นานนี้ เป็นหุ่นยนต์ 5 แบบ ที่ให้เด็กสามารถเขียนโปรแกรมสั่งการหุ่นยนต์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีให้ทดลองออกแบบถึง 60 โปรแกรม ขณะที่การเล่น ก็บังคับตัวหุ่นยนต์ผ่านทางแอพพลิเคชั่น LEGO BOOST ที่ดาวน์โหลดบนแท็บเล็ต รวมทั้งความพยายามเข้าถึงผู้บริโภคในโซเชี่ยลมีเดียหรือทำแคมเปญการตลาดที่ผสานตัวต่อแบบดั้งเดิมกับดิจิทัลไว้ด้วยกัน (อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่)

แต่ทว่านั่นยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ต่อไปอาจได้เห็น “เลโก้” ว่าจ้างตำแหน่งงานที่โฟกัสดิจิทัลมากขึ้น เพื่อช่วยกันพัฒนาสินค้าใหม่ ที่ตอบโจทย์เด็กรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม “เลโก้” ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น “ตัวต่อ” เพราะเป็น Core Business ขององค์กร เพียงแต่จากนี้ไปต้องนำ “ดิจิทัล” เข้ามาผสานให้มากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ทั้ง Physical และ Digital ให้กับผู้เล่นยิ่งๆ ขึ้นไป

 

Source

Source

Source