กิตติ โกสินสกุล ‘ไฟเบอร์วัน’ โครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก ที่คนไทยต้องจับตามอง

0

กิตติ โกสินสกุล ซีอีโอไฟเบอร์วัน (FiberOne) กับแนวคิด Sharing and Caring แบ่งปัน ห่วงใย และใส่ใจ พลิกโฉมการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกเพื่อผู้ใช้ตามบ้าน

ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครในตลาดวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกของไฟเบอร์วันแบบ Sharing and Caring แบ่งปัน ห่วงใย และใส่ใจ ทำให้ผู้คนในวงการโทรคมนาคมไทยต่างหันกลับมามอง และสนใจว่าผู้บริหารที่มีแนวคิดเช่นนี้ มีประสบการณ์เป็นมาอย่างไร เว็บไซต์ BrandBuffet.in.th  จะมาเผยเรื่องราว ความเป็นมาของ กิตติ โกสินสกุล ซีอีโอ บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกแบบรวมศูนย์ถึงที่พักอาศัยและชุมชนของผู้อยู่อาศัย ผู้คร่ำหวอดในวงการประมงและการเกษตรมามากกว่า 30 ปี รวมถึงการเมือง แต่กลับก้าวเข้ามาสู่วงการโทรคมนาคมไทยได้อย่างน่าจับตามอง

การก้าวเข้ามาในวงการโทรคมนาคมไทยของนายกิตติ มีเหตุผลมาจากความหลงใหลในเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่เป็นการส่วนตัวตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาหลักแสนบาท และมือถือรุ่นที่ทุกคนตั้งฉายาว่ารุ่นกระดูกหมา นายกิตติติดตามข่าวสารทางเทคโนโลยีตลอดเวลา และทำให้เขาศึกษาข้อมูลและเล็งเห็นถึงแนวโน้มในอนาคตของโลกยุคดิจิทัลซึ่งการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกเข้าถึงบ้านเรือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อรองรับกับกระแสดิจิทัลของโลก และเป็นตลาดใหญ่ที่ยังมีช่องว่างให้ทำตลาดได้มากเพราะโครงข่ายที่เดินสายจากชุมสายเข้าถึงตัวบ้านเรือนผู้อยู่อาศัยยังคงเป็นโครงข่ายสายทองแดงซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าและจำเป็นต้องได้รับการอัพเกรดอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีสมัยใหม่

นายกิตติ กล่าวว่า “จุดเปลี่ยนอยู่ที่ตอนปี 2557 ทางทีมได้ศึกษาหาข้อมูลมาทั่วโลก และพบว่าการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกเข้าถึงบ้านที่อยู่อาศัยโดยตรงของผู้ใช้งาน ตอนนั้นที่เราค้นหาเจอ คือ บริการจากกูเกิ้ล และอีกแห่งที่ประเทศเบลเยี่ยม และในตอนนั้นโชคดีที่เรารู้จักกับคนของกูเกิล ทำให้เราเล็งเห็นช่องว่างและโอกาสในตลาดการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก และมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการ”

โครงข่ายอินเทอร์เน็ตตามบ้านที่เราใช้กันในปัจจุบันเป็นโครงข่ายสายทองแดง ซึ่งจะต้องถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีใหม่กว่าอย่างไฟเบอร์ออฟติกแน่นอน การริเริ่มสร้างธุรกิจด้วยการติดตั้งโครงข่ายดิจิทัลแบบรวมศูนย์ (Digital Service Platform) เพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบริการดิจิทัลอื่นๆ ในอนาคต เช่น e-security, e-entertainment, e-heathcare และบริการอื่นๆ

นายกิตติกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมเชื่อว่าไม่มีใครทำเป็นทุกเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมี คือ การบริหารบุคลากร ที่เป็นเรื่องสำคัญและใช้ได้กับการทำทุกธุรกิจ ความรู้เป็นสิ่งที่ศึกษาเพิ่มเติมได้ และก่อนที่ผมจะก้าวเข้ามา ผมศึกษาเทคโนโลยีและตลาดมาก่อน และเล็งเห็นว่าเป็นธุรกิจที่เป็นไปได้ และเป็นที่ต้องการของตลาด ผมจึงตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกแบบส่งตรงถึงบ้านผู้ใช้งาน ด้วยรูปแบบธุรกิจ Sharing and Caring คือ แบ่งปัน ห่วงใย และใส่ใจ ผมและคนไทยทุกคนมีต้นแบบของการแบ่งปัน นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของพวกเราทุกคน ท่านทรงงานมากมาย เรื่องของการแบ่งปันได้จากหลักทรงงาน สังคมของการแบ่งปัน เราควรน้อมนำมาใช้”

ทั้งนี้ หลักการ Sharing and Caring  ของไฟเบอร์วัน มีหลักคิดจากจุดที่ควรแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยยึดหลักคิด คือ คืนประโยชน์ให้กับสังคมโดย

1) ลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ การลงทุนของไฟเบอร์วัน ทำให้ผู้ประกอบการไฟเบอร์ออฟติกรายอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องลงทุนซ้ำซ้อน

2) การกระจายเทคโนโลยีไปสู่่ชุมชน เราสามารถให้ผู้ให้บริการกับผู้บริโภคได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

3) ผลพลอยได้ ในอนาคตเราจะเห็นการเดินสายเพียงเส้นเดียวเข้าสู่่บ้าน สายต่างๆ จะไม่รกรุงรัง

ไฟเบอร์วัน ยึดหลักการในการดำเนินงาน คือ ส่วนแรก สังคมต้องได้ประโยชน์สูงสุด คนส่วนใหญ่ต้องได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ส่วนที่สอง ต้องมีความทันสมัย การสร้างโครงข่าย Digital Service Provider ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากที่สุดในเอเชีย เราเชื่อว่าไฟเบอร์วันใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในประเทศไทย และประการที่สาม อัตลักษณ์ทางธุรกิจ มีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมที่ดีที่สุด เพื่อนำพาธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุดสู่สังคม

ทั้งนี้ ไฟเบอร์วันดำเนินการติดตั้งโครงข่ายให้กับเจ้าของโครงการที่พักอาศัย หรือจากนิติบุคคลที่บริหารจัดการโครงการ โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ พร้อมให้บริการดูแลและซ่อมบำรุงรักษาโครงข่ายดิจิทัลแบบรวมศูนย์นี้เป็นเวลา 15 ปี ผู้ใช้งานหรือลูกบ้านก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก รวมถึงสามารถเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดก็ได้ ทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็ไม่จำเป็นต้องลงทุน แต่สามารถให้บริการได้ในทันที เรียกได้ว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และไฟเบอร์วัน เชื่อว่า หลักคิดในการดำเนินธุรกิจที่ไฟเบอร์วันกำลังดำเนินงานอยู่เป็นหลักคิดที่สร้างความยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน