ไดรฟ์เมทจับมือ แอลเอ็มจี ประกันภัยรถยนต์ พร้อมระดมทุนจากดีแทค แอคเซอเลอเรท และ 500 Tuk Tuks ตั้งเป้าสู่ตลาด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

0

ไดรฟ์เมท (Drivemate) สตาร์ตอัพฟอร์มฮอตจากดีแทค แอคเซอเลอเรท batch แพลตฟอร์ม Carsharing แห่งแรกของไทย ประกาศพันธมิตร บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทประกันภัยที่ดีที่สุดของประเทศไทย ให้ความคุ้มครองเจ้าของรถและผู้เช่ารถ ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล กับการคุ้มครองตลอดระยะเวลาการใช้บริการเช่ารถ จากไดร์ฟเมท พร้อมได้รับเงินลงทุนในรอบ Seed จากดีแทค แอคเซอเลอเรท และ 500 Tuk Tuks เพื่อมุ่งสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

Drivemate บริษัทสตาร์ทอัพ แพลทฟอร์มให้บริการด้านการเช่ารถระยะสั้นและระยะยาวในระบบ Cars sharing แห่งแรกของเมืองไทย ฉีกกฎการปล่อยเช่าและเช่ารถแบบเดิมๆ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของรถสร้างรายได้ผ่านรถส่วนตัว Drivemate เป็นเหมือนตัวกลางให้ผู้ปล่อยเช่ารถยนต์กับผู้ที่ต้องการเช่ารถยนต์มาพบกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยการนำมาปล่อยให้เช่าบนแพลตฟอร์มของ Drivemate ที่ให้เจ้าของรถสามารถกำหนดราคาปล่อยเช่าได้ด้วยตัวเอง ในส่วนของผู้เช่า Drivemate สร้างมิติใหม่ในการเช่ารถในราคาที่เอื้อมถึง ตอบโจทย์ผู้เช่าที่ต้องการความสะดวกสบาย มีหลากหลายบทบาท ที่มีความต้องการเช่ารถที่แตกต่างในแต่ละช่วงเวลาและโอกาส โดยมีรถให้เลือกเช่าหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Eco cars, SUV cars ,Luxury cars และยังรวมไปถึง Sport cars จากการเช่ารถง่ายๆ แบบ on demand ผ่าน Drivemate Application และ Website https://www.drivemate.asia/

นายศิลป์รัฐ สุขวัฒนศิริ ผู้ร่วมก่อตั้ง “Drivemate” กล่าวว่า ได้เห็นโมเดลธุรกิจนี้จากต่างประเทศในลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น AirBnB ที่นำบ้านมาปล่อยเช่า หรือ Uberที่นำรถยนต์ส่วนตัวมารับส่งผู้โดยสาร ซึ่งในหลายประเทศมีผลตอบรับที่ดี จึงอยากจะนำมาปรับใช้ในเมืองไทย ซึ่งได้เห็นถึงปัญหาของการเช่ารถในเมืองไทยที่มีราคาค่อนข้างสูง มีรถยนต์ที่ไม่หลากหลายที่ตอบสนองความต้องการของผู้เช่า จากการสำรวจผู้มีรถยนต์พบว่า จะใช้รถเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง อีก 19 ชั่วโมงถูกจอดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ให้ประโยชน์ จึงเกิดความคิดที่ว่าทำไมไม่นำเวลาเหล่านั้นมาเพิ่มมูลค่า ประกอบปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองก็เปลี่ยนไป ต้องการเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่อยากไปร่วมกับกรุ๊ปทัวร์ หรือไปรถโดยสาร อยากจะขับรถไปเที่ยวเองเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางในส่วนของมูลค่าตลาดรถเช่านั้นอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาด เริ่มเปิดเว็บไซต์ครั้งแรกของ Drivemate โดยโปรโมทผ่านทางโซเซียลมีเดียต่างๆ ทำโปรโมชั่นไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นใน 6เดือนแรก ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก มีคนมาปล่อยเช่าเพิ่มขึ้นทุกวัน

Drivemate ได้รับเงินลงทุนในรอบ seed round จาก 500 Startup และ ดีแทค แอคเซอเลอเรท เพื่อพัฒนาระบบทางด้านการบริการและเทคโนโลยีให้เข้มแข็งพร้อมสู่การเติบโตทางธุรกิจ sharing economy และประกาศร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันภัยชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในเมืองไทย ด้วยการทำประกันชั้นหนึ่งในทุกการเช่า ซึ่งประกันภัยชั้นหนึ่ง ครั้งนี้จะครอบคลุมอุบัติเหตุจนถึงรถสูญหาย เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการรถเช่าจาก Drivemate

ปัจจุบัน Drivemate อยู่ในครอบครัวดีแทค แอคเซอเลอเรท batch เป็น 1 ใน 12 ทีม Top Qualifier Award ประจำปี 2560 ตลอดเวลาที่ร่วมในโครงการได้รับคำแนะนำจากกูรูระดับโลก เมนเทอร์ และสตาร์ตอัพรุ่นพี่ของดีแทค แอคเซอเลอเรท ช่วยเหลือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ตลอดจนได้รับการสนับสนุนทางการตลาด และโฆษณาประชาสัมพันธ์จากดีแทค จนทำให้ Drivemate เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน Drivemate มีรถในระบบให้เลือกตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ผู้ขับมากกว่า 100 รุ่น ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัด มีการใช้บริการเช่าเฉลี่ย 1,000 ทรานเซคชั่นต่อเดือน ปีนี้ยังมีแผนเพิ่มบริการเช่ารถพร้อมคนขับ “Drivemate Trip” ในเร็ว ๆ นี้

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ด้วยคุณภาพของสตาร์ตอัพที่อยู่ในโครงการบ่มเพาะของดีแทค แอคเซอเลอเรท ทำให้องค์กรใหญ่ที่เป็น CVC (Corporate Venture Capital) สนใจและมั่นใจที่มาร่วมลงทุนเป็นพันธมิตรกับสตาร์ตอัพของเรา ซึ่ง Drivemate เป็นแพลตฟอร์ม On-demand startups ที่ VC ให้ความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะลงทุนในแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น เพราะเป็นโมเดลธุรกิจ ที่จัดการสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค สามารถขยายตลาดให้เติบโตได้เร็วและยั่งยืน จากเมืองสู่เมืองจากในประเทศไปยังต่างประเทศ สามารถบริหารต้นทุนต่ำ ทำให้ส่งมอบบริการไปถึงผู้บริโภคในราคาที่สมเหตุผล ซึ่ง Drivemate นับว่าเป็นอนาคตของแพลตฟอร์มเช่ารถ car sharing ในไทยที่พร้อมจะก้าวขึ้นไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับTURO ที่เป็น 1 ใน 3 ของ Peer to Peer car sharing ที่ใหญ่ที่สุดของโลก