“คริสตัล” ประกาศชัยน้ำดื่มรอบ 20 ปี ขึ้นแท่นผู้นำตลาด สอย “สิงห์” ร่วง

0

ตลาดรวมน้ำดื่มในไทย มูลค่า 35,000 ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำตลาดครั้งใหญ่ โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของน้ำดื่ม “คริสตัล” จากค่ายเสริมสุขในเครือไทยเบฟ ที่ส่วนแบ่งการตลาดรอบเดือนมิถุนายนปีนี้ ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21.5% เพิ่มขึ้นจาก 19.6%

ขณะที่คู่แข่ง “สิงห์” ร่วงไปอยู่อันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 19.9% ส่วนอันดับ 3 คือ “เนสท์เล่ เพียวไลฟ์” มีส่วนแบ่งการตลาด 12.1%

 

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ “คริสตัล” เป็นเบอร์หนึ่งครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวเข้าสู่ตลาด มาจาก

1.การสร้างจุดขายให้สินค้า เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำดื่ม เป็น Commodity Product ที่ดูเผินๆ แบรนด์ไหนก็เหมือนกัน ดังนั้นการสร้างความแตกต่างในตลาดนี้ได้คือ จุดขายของสินค้า ซึ่งแต่ไหนแต่ไร “สิงห์” ตอกย้ำความเป็นน้ำดื่มสะอาดอย่างต่อเนื่อง จนสามารถ สร้างการจดจำอยู่ในใจของผู้บริโภค

ดังนั้สเต็ปแรกของการเข้าสู่ตลาด “คริสตัล” เลือกยืนบนจุดขายมาตรฐาน NSF จากสหรัฐอเมริกา และสื่อสารตอกย้ำต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้อยู่ในการจดจำของผู้บริโภคไปแล้ว

 

2.ขยาย Pack Size หลากหลายแบบขนาดบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นขวดแก้ว 500 มล. สำหรับเจาะเข้าร้านอาหาร และขวด PET ที่มีตั้งแต่ขนาด 350 มล. 600 มล. 1,000 มล. และ 1,500 มล. ทำให้ตอบโจทย์ได้หลาย Occasion การบริโภคที่ต่างกัน

อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้ “คริสตัล” ยังไม่มีขนาด 6 ลิตร และแกลลอน ซึ่งเป็นการบริโภคภายในบ้าน และสำนักงาน แต่อนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะออกบรรจุภัณฑ์แกลลอน เพื่อตอบสนองความต้องการได้หลายหลายโอกาส

3.กำลังการผลิต ถือเป็นอีกหนึ่ง Key Success Factor ของตลาดน้ำดื่ม เพราะปัจจุบัน demand ในตลาดน้ำดื่มมีสูง ดังนั้นแบรนด์ไหนที่มีกำลังการผลิตมาก ย่อมได้เปรียบ

ปัจจุบัน “คริสตัล” มีโรงงานผลิตมากถึง 13 โรงงาน ทั้งของเสริมสุขเอง และโรงงานในเครือไทยเบฟ เช่น โรงงานเสริมสุขปทุมธานี ที่ภายในปีหน้าจะปรับไลน์การผลิตเครื่องดื่มประเภทอื่น มาผลิตน้ำดื่มคริสตัล, เสริมสุขสุราษฎร์ธานี เพิ่งขยายกำลังการผลิตเมื่อต้นปีนี้, เสริมสุขนครสวรรค์, เสริมสุขนครราชสีมา, เสริมสุขชลบุรี, โรงงานแรงเยอร์ เบฟเวอเรจ, โรงงานโออิชิ อมตะนคร, โรงงานโออิชินวนคร เป็นต้น

4.พลังจัดจำหน่าย และช่องทางการขาย “เสริมสุข” ได้ชื่อว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งด้านระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของไทย โดยปัจจุบันมี Warehouse 43 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยรถ 1,000 คัน แห่งเมื่อผนวกรวมเข้ากับเครือข่ายจัดจำหน่ายของ “ไทยเบฟ” ตามกลยุทธ์ Synergy ยิ่งผลักดันให้ “คริสตัล” สามารถทะลุทะลวงร้านค้าน้อยใหญ่ และช่องทางโมเดิร์นเทรดได้สำเร็จ

ผนวกเข้ากับการใช้ “กลยุทธ์โปรโมชั่น” ทั้งทำโปรโมชั่นราคากับช่องทางจำหน่าย ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภค Switching Brand ณ จุดขายทันที เพราะ “ราคา” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคนำมาใช้พิจารณาเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด นอกจากนี้ได้ทำโปรโมชั่นแคมเปญชิงของรางวัล เพื่อดึงความสนใจจากผู้บริโภค และกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะการจัดแคมเปญช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงหน้าขายของตลาดเครื่องดื่ม ประเภท Refreshment อยู่แล้ว

5.สื่อสารการตลาด ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทุ่มงบการตลาด เพื่อสื่อสารผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ มีเดีย

ที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจจากผู้บริโภคได้คือ การใช้พรีเซนเตอร์ โดยล่าสุดคือ “นาย-ณภัทร” ขณะที่ก่อนหน้านี้คือ “น้ำตาล-วิจักขณา” และ “อเล็ก-ธีรเดช

“ปีนี้ตลาดเครื่องดื่ม Non-Alcohol ติดลบทุก Category ไม่เว้นแม้แต่น้ำดื่ม ที่ติดลบ 4% อย่างไรก็ตามสำหรับคริสตัล มีการเติบโต 10% เราคาดว่าถ้าคริสตัล สามารถเติบโต 8-10% ต่อปี จะทำให้เราสามารถรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดได้ระยะยาว โดยภายใน 2 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 25% เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะในตลาดน้ำดื่ม การมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 1-2% ถือเป็นเรื่องยาก” คุณ Lester Tan, Deputy Chief Executive Officer ไทยดริงก์ และ President เสริมสุข กล่าว

 

ทั้งนี้ปัจจุบัน “คริสตัล” Contribute ยอดขายให้กับเสริมสุข คิดเป็นสัดส่วน 65%