‘ทิปโก้’ เปลี่ยนแผน ! แยกทางกับ ‘ซันโตรี่’ มุ่งหน้าสู่เป้าหมาย Global Brand

0

จากจุดกำเนิดดำเนินธุรกิจผลิตสินค้าเกี่ยวกับ “สับปะรด” ทั้งสับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรดคั้น และน้ำสับปะรดเข้มข้นเพื่อส่งออก ขยับสู่การผลิตน้ำผลไม้ กระทั่งได้ “ร่วมทุน” กับค่ายเครื่องดื่ม “ระดับเอเชีย”  ที่มี Aim ในการเติบโตระดับ Worldwide เช่น “ซันโตรี” ในบริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด(TFB) ผสานความร่วมมือสู่การขยายตลาดในประเทศ และภูมิภาคอาเซียน ตั้งแต่ปี 2550 แต่ล่าสุด ทิปโก้ ได้ตัดสินใจซื้อหุ้นคืนกลับมา เพื่อถือหุ้นใน TFB สัดส่วน 100%

เมื่อทิปโก้ปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจ จึงทำให้มีการยกเลิกการเป็น “พาร์ทเนอร์” ดังกล่าว และ “ทิปโก้” เลือกเดินก้าวไปสร้างแบรนด์ให้โกอินเตอร์ ด้วยตัวเอง

ฟังแผน TIPCO : Leading Stratergic Move to Global Brand” จาก “เอกพล พงศ์สถาพร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) ที่มีเป้าหมายจะสร้างแบรนด์ผลไม้กระป๋อง และน้ำผลไม้ “Tipco” ให้โกอินเตอร์ภายใน 3 ปีข้างหน้า

โดยพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศตะวันตก ตลอดจนสหรัฐ แคนาดา ดื่มน้ำผลไม้กันในระดับสูงเฉลี่ย 20 ลิตรต่อคนต่อปี ส่วนประเทศไทยเฉลี่ย 4 ลิตรต่อคนต่อปี ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภค คือทางเลือกที่คนไทยสามารถบริโภคผลไม้สดได้มากกว่า

  ดังนั้น “โอกาส” ในต่างประเทศจึงมีศักยภาพสูง เมื่อเทียบกับไทยที่ทิปโก้ทำตลาดมานานกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ ทิปโก้เปิดตลาดผลไม้กระป๋อง และน้ำผลไม้ต่างประเทศมานานระดับหนึ่งจนแบรนด์ที่เป็นรู้จักกันในหลายประเทศ เป็นที่ “ชื่นชอบ” ของต่างชาติ ส่วนตลาดหลักยังอยู่ในทวีปเอเชีย ด้วยข้อจำกัดด้านอายุของผลิตภัณฑ์(Shelf life)ที่่ึ้ค่อนข้างสั้น และนโยบายบริษัทที่ไม่ใส่สารกันบูดในผลิตภัณฑ์ทุกชนิด  เป็นไปตามเงื่อนไขของห้างหลักในต่างประเทศที่มีกฏข้อบังคับเรื่องการอายุสินค้าที่เข้าไปจำหน่ายในห้าง ทำให้การบุกตลาดแดนไกลมีอุปสรรคอย่างบ้าง

ปัจจุบันลูกค้าหลักในต่างประเทศในกลุ่มผลไม้กระป๋องและน้ำผลไม้มีประมาณ 50 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับอิมิเรต จอร์แดน ซึ่งมียอดขายรวมมากกว่า 50% ของยอดส่งออกและมีการเติบโตเฉลี่ยเกินกว่า 20%

อย่างไรก็ตาม การจะเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ บริษัทได้มีดัชนีชี้วัดจากการขยายตลาด “ครอบคลุม” ประเทศต่างๆในโลกให้มากขึ้น โดยผลไม้กระป๋องตั้งเป้าเจาะตลาดเพิ่มเป็น 70 ประเทศ จาก 50 ประเทศ และน้ำผลไม้เพิ่มเป็น 50 ประเทศ จาก 30 ประเทศทั่วโลก

โดยยุทธศาสตร์ที่จะโกอินเตอร์ต่างแดนมีหลายรูปแบบ หลักๆมองโอกาสในการเข้าไป “ร่วมทุน” กับพันธมิตร การ “ตั้งโรงงานผลิตสินค้า” และการบรรจุผลิตภัณฑ์ร่วมกัน(Co-packer)

“ภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะเน้นทำตลาดปั้นแบรนด์ Tipco เจาะตลาดต่างประเทศมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถึงวันนั้นคาดว่าจะทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 55% จากปัจจุบัน 50%”