“เฟเดอร์บรอย Federbräu” ลุคใหม่ สตรองที่ภาพลักษณ์ แตกต่างที่รสชาติด้วย “เยอรมัน ซิงเกิ้ลมอลต์” หนึ่งเดียวในไทย

0

นับวันประชากรกลุ่มชนชั้นกลาง (Middle Class) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์กันว่าภายในปี 2030 ประชากรกลุ่มนี้จะมีมากถึง 3,000 ล้านคน และด้วยความที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีรายได้ดี จึงมีการใช้จ่ายมากขึ้น มองหาสินค้าและบริการที่ดีกว่า ทั้งยังต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ ส่งผลให้เทรนด์การบริโภค “สินค้าพรีเมียม” ในภูมิภาคนี้ขยายตัวมากขึ้น โดยประเทศไทยมีการเติบโต 24% เป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซียที่โต 42% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เติบโตถึง 103%

จากทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับ “ตลาดเบียร์พรีเมียม” ที่ปัจจุบันเป็นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นจังหวะดีของ “เฟเดอร์บรอย” (Federbräu) เบียร์พรีเมียมสไตล์เยอรมัน ได้นำเสนอโฉมใหม่ ทั้งบรรจุภัณฑ์ ฉลากผลิตภัณฑ์ และรสชาติที่ใช้วัตถุดิบ “เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์” (German Single Malt) มอลต์จากแหล่งผลิตเพียงแหล่งเดียวจากประเทศเยอรมนี สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Simply German, Passion für Perfektion (Passion for Perfection)” คือ การนำ Passion ทุ่มเททำสิ่งที่ตนรักและเชื่อมั่น สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด

“แบรนด์และผลิตภัณฑ์ต้องปรับเปลี่ยนตามในหลายมิติ เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่เต็มใจจ่ายให้กับสิ่งที่ดีกว่า และการปั้นแบรนด์เพื่อนำเสนอความสดใหม่ที่แตกต่าง ถือเป็นคุณสมบัติหลักของการแบ่งเซ็กเมนต์ในการแข่งขัน นี่จึงเป็นที่มาที่เราตัดสินใจพัฒนาทั้งรสชาติและรูปแบบของ “เฟเดอร์บรอย” (Federbräu) ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อนำเสนอความเป็นเบียร์พรีเมียมในระดับสากลมากยิ่งขึ้น” มร.เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน  CEO Beer Product Group ของ เฟเดอร์บรอย (Federbräu)  เล่าที่มาของการที่ “เฟเดอร์บรอย” (Federbräu) ปรับตัวครั้งใหญ่

เบียร์ “เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์” (German Single Malt) รายแรกและรายเดียวในไทย

การนำเสนอโฉมใหม่ของ เฟเดอร์บรอย (Federbräu ย่อมต้องมาพร้อมกับความโดดเด่น และแตกต่างจากเบียร์พรีเมียมแบรนด์อื่น เพื่อดึงความสนใจของผู้บริโภคที่อยากดื่มด่ำเบียร์พรีเมียมดีๆ

หนึ่งในความโดดเด่นนั้นคือ การสร้างสรรค์รสชาติใหม่ โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ “เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์” (German Single Malt) มอลต์จากแหล่งผลิตเพียงแหล่งเดียว นำเข้าโดยตรงจากประเทศเยอรมนี

ดังนั้น เฟเดอร์บรอย (Federbräu)  ถือเป็นเบียร์พรีเมียมแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ใช้วัตถุดิบ  “เยอรมัน ซิงเกิ้ล มอลต์” (German Single Malt) นำมาหมักบ่มด้วยมาตรฐานระดับสูง สร้างสรรค์รสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเฟเดอร์บรอย (Federbräu)   โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการผลิตเบียร์สไตล์เยอรมัน ที่มีหัวใจสำคัญคือ การให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต ทำให้ได้เบียร์ระดับพรีเมียมที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

Packaging Design เรียบหรู-ทันสมัย ในราคาจับต้องได้

นอกจากความโดดเด่นเรื่องวัตถุดิบและรสชาติแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์ “เฟเดอร์บรอย (Federbräu)” ทั้งแบบขวด และกระป๋อง Sleek Can ยังมีดีไซน์สะดุดตา โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ฉลากผลิตภัณฑ์และอื่นๆ จากศิลปะและปรัชญาสไตล์ “เบาเฮาส์” (Bauhaus) ของเยอรมัน ที่เน้นความคลาสสิค เรียบง่าย และการทำมุมองศาของเส้นสายต่างๆ ลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น เหลือไว้เพียงความสวยงามที่ทรงคุณค่า ไม่ขึ้นอยู่กับการเวลา และมีคุณภาพตามแบบฉบับเยอรมัน

นำมาสร้างเป็น “อัตลักษณ์” ในรูปแบบเฉพาะตัวของแบรนด์ “เฟเดอร์บรอย (Federbräu)”  ถ่ายทอดสู่ลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ รวมถึงโลโก้ และสื่อส่งเสริมการขายอื่นๆ ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวด ได้มีการพัฒนาให้สื่อถึงความมีระดับด้วยเทคโนโลยีการติดฉลาก Pressure Sensitive Label ที่มีคุณภาพสูง

“ปัจจัยความสำเร็จของสินค้าพรีเมียม คือ 1. ผู้ผลิตสินค้าต้องมีนวัตกรรม และความทันสมัย 2. เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่ดี และทันสมัย จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคได้ตัดสินใจซื้อสินค้านั้นๆ  และ 3. กลยุทธ์ราคา แม้เป็นสินค้าพรีเมียม ควรตั้งราคาให้ผู้บริโภคกลุ่ม Urbanization สามารถจับจ่ายใช้สอยได้

“เฟเดอร์บรอย (Federbräu)”  ตอบโจทย์ครบทั้ง 3 องค์ประกอบข้างต้น และเราเล็งเห็นถึงโอกาสของตลาดเบียร์พรีเมียม ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยแผนการตลาดจะเน้นการสื่อสารกับผู้บริโภค ที่รสชาติเบียร์พรีเมียมสไตล์เยอรมันแท้  คือ ทันสมัยและมีระดับ พร้อมทั้งกระจายสู่ช่องทางจำหน่ายต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มีการวางจำหน่าย เฟเดอร์บรอย (Federbräu) โฉมใหม่นี้เช่นกัน ” มร.เอ็ดมอนด์ กล่าวทิ้งท้าย