บราเดอร์สุดเซอร์ไพร์ส  เทรนด์ DIY และผู้ประกอบการรุ่นใหม่เติบโต ดันยอดขาย “จักรเย็บผ้า” พุ่งพรวด

บราเดอร์(Brother) แถลงผลประกอบการ ปี 2016  (ระหว่างเดือน เม.ย. 59 – มี.ค. 2015) เติบโตจากปีงบประมาณ 2014  (ระหว่างเดือน เม.ย. 58 – มี.ค. 2015) ประมาณ 5% โดยมีส่วนแบ่งการตลาดตามการรายงานของ GFK ดังนี้ โมโตเลเซอร์ปริ้นเตอร์ 28% ถือเป็นอันดับ 2 ในตลาด, โมโนเลเซอร์ มัลติฟังก์ชัน 35% คิดเป็นอันดับ 1 ส่วน อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน มีส่วนแบ่ง 15% มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 4 แต่โปรดักท์ที่เติบโตมากเป็นตัวเลข 2 หลัก ก็คือ สแกนเนอร์และจักรเย็บผ้า

ปัจจุบันจักรเย็บผ้าสามารถสร้างรายได้ให้กับบราเดอร์ ประเทศไทยราว 7% แต่อัตราการเติบโตถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ถึงแม้ว่าจะเปิดเผยอัตราการเติบโตอย่างชัดเจนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม คุณธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ได้อธิบายถึงเทรนด์การเติบโตของสินค้าชนิดนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า

“คนรุ่นใหม่สนใจการเป็นเจ้าของกิจการ มีลูกค้าของเราบางรายซื้อจักรเพื่อเอาไปรับเย็บหรือรับปักเสื้อ หมวก หรือถุงผ้า ซื้อไปไม่กี่เดือนก็มาซื้อเพิ่มเพราะกิจการเติบโต ตรงนี้เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจะตามอง อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อไปเพื่อทำงาน DIY ทำให้ยอดขายจักรเย็บผ้าของเราโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”    

นอกจากนี้ กระแสทางสังคม, เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้บราเดอร์ สำนักงานใหญ่ กำหนดกลยุทธ์ของบราเดอร์ทั่วโลกในแนวทางเดียวกัน นั่นก็คือ Transform For The Future มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ 2559-2561 คุณโทโมยูกิ ฟูจิโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การ Transform มีประเด็นสำคัญ 3 ด้านด้วยกัน คือ ด้านแรก Business Transform เน้นการพัฒนาธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการผลักดันการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรมากยิ่งขึ้น ด้านที่ 2 Operation Transform การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และด้านสุดท้าย Talent Transform การพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีแนวโน้มตอบรับต่อการพัฒนา เพื่อและพัฒนาทักษะความรู้ และเกิดการปรับปรุงงานให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น จากเดิมที่แนวทางการดำเนินธุรกิจของบราเดอร์จะเน้นในเรื่องยอดขายแต่นับจากนี้ไปอีก 3 ปี บราเดอร์จะเน้นการพัฒนาจากภายใน โดยรักษาระดับการเติบโตที่ 5% เอาไว้เช่นเดิม

ที่ผ่านมาถือว่าบราเดอร์ ประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่ามียอดขายอันดับ 1 ในเอเชียยกเว้นในประเทศญี่ปุ่น และจีน สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีงบประมาณ 2017 บราเดอร์จะทำงานร่วมมือกับ Business Partner ซึ่งจำแนกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน กล่าวคือ

1.การจัดอบรมให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของบราเดอร์ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการนำเสนอโซลูชันให้กับแต่ละกลุ่มธุรกิจ

2.ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มสินค้าเครื่องพิมพ์ฉลาก ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์

3.จับมือพันธมิตรทางธุรกิจด้านซอฟแวร์สแกนเนอร์ เพื่อนำเสนอในลักษณะโซลูชั่น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด

4.ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจด้านจักรเย็บผ้า ในการทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ไปยังกลุ่มจักรเย็บผ้าและจักรปัก โดยตลอดทั้งปีจะมีกิจกรรมเพื่อพบปะลูกค้ากลุ่มต่างๆ ผ่านทางการจัดสัมมนา, กิจกรรม Workshops รวมทั้งการติดต่อโดยตรงจากบราเดอร์