“แกรมมี่” ซัดกลับ “ฟ็อกซ์” เป็นฝ่ายผิดสัญญา จนเป็นเหตุให้ต้องบอกเลิกสัญญาสิทธิ

0

resize-gmm_logo_01

ตามที่มีข่าวกรณี “ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย” ได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ฮ่องกงและไทย ฟ้อง “ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)” กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีสำหรับค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศรายการของฟ็อกซ์ แทน “บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)” และ “บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)”

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (FOX) โจทก์ได้ยื่นฟ้อง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ทป.37/2559 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ในฐานความผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ และค้ำประกัน โดยมีทุนทรัพย์ตามฟ้อง 220,053,519.24 บาท (สองร้อยยี่สิบล้านห้าหมื่นสามพันห้าร้อยสิบเก้าบาทยี่สิบสี่สตางค์)

โดย FOX กล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 FOX ได้เข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัท จีเอ็มเอ็มบี จำกัด เพื่อให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้สิทธิในการทำการตลาดและจัดจำหน่ายช่องรายการที่ได้รับอนุญาต และมีสิทธิในการให้อนุญาตช่วงสิทธิแก่บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด

ต่อมาจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผิดนัดชำระค่าธรรมเนียมให้แก่ FOX ซึ่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้กล่าวอ้างว่า FOX เป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญา และ FOX ได้รับแจ้งจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ว่าบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ได้มีหนังสือแจ้งไปยังจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพื่อขอยกเลิกสัญญาอนุญาตช่วงสิทธิระหว่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด เป็นเหตุให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บอกเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับโจทก์ โดยให้มีผลในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 แล้ว

FOX จึงกล่าวอ้างว่า การกระทำของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ดังกล่าว เป็นการผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและได้ทวงถามธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระเงินค่าสิทธิค้างชำระแล้ว แต่ธนาคารกรุงเทพเพิกเฉย FOX จึงเรียกร้องให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และธนาคารกรุงเทพ ร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และธนาคารกรุงเทพ จะร่วมกันชำระให้แก่โจทก์แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยช่วงปลายปี 2560”