มาแน่!  เชพ Jamie Oliver เตรียมเปิดสาขาในไทย ที่ สยามดิสฯ ต้นปีหน้าเจอกัน 

2-jamie-oliver-1200x520

เชพซุป’ตาร์จากอังกฤษ Jamie Oliver เตรียมขยายสาขาร้านอาหาร British-Italian ของเขามาเปิดที่กรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เสริมภาพลักษณ์ความเป็น The Exploratorium เปิดประสบการณ์การใช้ชีวิต บนสนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์

ร้านอาหาร jamie’s ITALIAN ภายใต้การควบคุมคุณภาพทั้งเรื่องอาหารและการตกแต่งของ Jamie Oliver และ Gennaro Contaldo ชาวอิตาเลี่ยนผู้ซึ่งเป็นทั้ง Mentor และเพื่อนของเขา มีแผนจะบุกตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีที่ประเทศสิงคโปร์มาแล้ว สานต่อแนวทางที่เขาบุกสู่ตลาดเอเชียตั้งแต่ปี 2010 โดยเปิดที่ฮ่องกงเป็นที่แรก

ในประเทศไทยแนวทางของเมนูจะนำเอาเมนูยอดฮิตในร้านอาหารอิตาเลียน เช่น พิซซ่า, พาสต้า และ Antipasto (Appetizer) รวมทั้งเมนูที่ผู้ร่วมโต๊ะสามารถแชร์กันได้ ในส่วนของการตกแต่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปให้แนวทาง rustic และ industrial-chic ผสานกับความวินเทจจากโต๊ะและเก้าอี้ เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่น ความน่าสนใจอยู่ที่ความตั้งใจจะร่วมมือกับเกษตรกรเพื่อนำเอาวัตุดิบท้องถิ่นมาใช้ในร้านให้มากที่สุด

15036665_10211204698741566_3160962519211974569_n

Jamie Oliver ได้กล่าวถึงการเปิดร้านอาหารของเขาในประเทศไทยว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้นำ  Jamie’s ITALIAN ไปเปิดในประเทศไทย กรุงเทพเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และเป็นเมืองที่สุดยอดมากสำหรับอาหาร ผมไม่มีความสงสัยเลยที่จะนำเอาครอบครัวของ Jamie’s ITALIAN ไปเพิ่มความพิเศษให้กับที่นี่ เรายังต้องการแสวงหาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพจำนวนมาก เพื่อนำมาประกอบอาหารที่มีรสชาติดีเยี่ยมในราคาสมเหตุสมผล ผมแทบรอไม่ไหวกับการเปิดร้านนี้จริงๆ”

15039735_10211204696901520_7214706042333560958_o

ร้านอาหาร jamie’s ITALIAN ถูกเปิดเป็นครั้งแรกที่ Oxford  ในปี 2008 ตอนนี้มีสาขาราว 50 แห่งทั่วโลก สำหรับสาขาในประเทศไทยเดิมมีข่าวว่าจะเปิดตัวในปลายปีนี้ แต่มีแนวโน้มว่าน่าจะเลื่อนเป็นต้นปีหน้าแทน จากเว็บไซต์ https://www.jamieoliver.com/italian/thailand/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของร้าน ระบุว่า สามารถจองโต๊ะผ่านช่องทางออนไลน์ได้ รวมทั้งรองรับลูกค้า Walk-in ด้วยเช่นกัน

สำหรับ สยามดิฟคัพเวอรี่ นับว่าร้านอาหารของเชพชื่อดังรายนี้จะเป็นเป็นอีกหนึ่งสีสันต่อจากร้านค้าไฮไลต์ เช่น ISSEY MIYAKE ที่เป็นร้าน Concept Store มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากร้านในประเทศญี่ปุ่น หรือ Starbucks ที่ใช้กากกาแฟมีรีไซเคิลเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน