“Eathai” อวดโฉมใหม่ ที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย ใหญ่สุด…มากสุด…ครบสุด ในบรรยากาศไทยร่วมสมัย [PR]

0

eathai

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สุดยอดผู้นำร้านอาหารจากทุกมุมโลก เผยโฉมใหม่ Eathai” (อีทไทย) ที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย ครบครันทั้งสตรีทฟู้ด และรวมเมนูเด็ดจากร้านอาหารดังทั่วไทยมาไว้ในที่เดียวบนพื้นที่ใหญ่ที่สุด..อาหารมากที่สุด และครบที่สุด ในบรรยากาศไทยร่วมสมัยผสานความสนุกสนานภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทิง นอง นอย” โดยจัดงาน Eathai Expansion Press Tour” ในคอนเซ็ปต์ Taste the New Phase of Eathai เปิดตัว 13 โซนใหม่ ต้อนรับนักชิมและคนรักอาหารไทยทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ภายในงาน ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณชั้น LG ได้เชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ฟู้ดบล็อกเกอร์ รวมทั้งได้รับเกียรติจากฟู้ดเลิฟเวอร์ เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์, ณัชชารีย์ กิจวิริยะ, อธิศ กฤตยาพงศ์พันธ์, ชมพูนุจ โรจน์ศิริรัตน์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนที่รักการรับประทานอาหาร อาทิ ชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล, ภัทราวรรณ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, มธุริน พสวงศ์, อภิชา เลาหพงศ์ชนะ ขณะที่สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา นำทีมก๊วนเพื่อน พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์, อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ภัทรพล พึ่งบุญพระ, รวีวรรณ บุญประชม, ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร,

คชาภา ตันเจริญ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อย โดยมี บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมทั้ง 13 โซน ที่พร้อมเสิร์ฟความอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนูจากร้านดัง

เริ่มต้นที่ โซนแห่งความสุขของนักชิม “อีทไทยคาเฟ่” (Eathai Café) บนพื้นที่ 150  ตร.ม. เอาใจคนมีเวลาน้อยด้วยอาหารจานด่วน กับคอนเซ็ปต์ all day dining ที่มาพร้อมเมนูอาหารเช้า ของรับประทานเล่น อาหารจานเดียวทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ซุปหรือแกง ที่พร้อมบริการ ต้อนรับด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษ Mocktail คือ Lychee Ginger Soda และ Cocktail คือ China Town Rum Punch ซิกเนเจอร์ของ Eathai Café

บรม พิจารณ์จิตร ได้เล่าถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอาหารไทยแห่งนี้ว่า “การปรับโฉมใหม่ ‘Eathai’ (อีทไทย) เป็นการขยายพื้นที่จากเดิม 2,500 ตร.ม. เป็น 3,550 ตร.ม.พร้อมจัดสรรเป็น 13 โซน ทำให้  Eathai กลายเป็นอาณาจักรอาหารไทยที่มีร้านอาหารไทยจาก 56 ร้านดังทั่วประเทศ ทั้งสตรีทฟู้ดและครัว 4 ภาค ในบรรยากาศไทยร่วมสมัย พร้อมสีสันและความสนุกสนานภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ทิง นอง นอย’ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์นักชิมและคนรักอาหารไทยทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยและการช้อปปิ้งในที่เดียวด้วยความประทับใจ ภายใต้สโลแกนว่า กลั่นทุกรสชาติและทุกวิถีไทยเอาไว้ในที่เดียว หรือ ‘WHEN AT EATHAI-TRUST US, YOU WILL EAT AND LIVE LIKE A THAI.’ ทั้งยังเป็นการตอบรับแคมเปญ เทศกาลอาหารระดับโลก  ‘Central Bangkok Tastes of the World’ (เซ็นทรัล แบงค็อก เทสต์ ออฟ เดอะ เวิลด์) อีกด้วย”

บรม เล่าด้วยว่า ล่าสุด Eathai” (อีทไทย) ได้รับรางวัล “ชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยมประจำปี 2016” จาก ทริปแอดไวเซอร์ (TripAdvisor) เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในโลก จึงเชื่อมั่นว่าการปรับโฉมใหม่ของ Eathai” (อีทไทย) จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักชิมทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน

จากนั้น ชวนชิมอาหารในโซนใหม่ “มุมอร่อย” (Moom Aroi) ที่คงคอนเซ็ปต์ความเป็นไทย คัดสรรเจ้าอร่อยจากทุกสารทิศมาไว้ที่นี่ โดยจะเวียนเปลี่ยนทุก 2 อาทิตย์ ประเดิมด้วยร้านดัง “จกโต๊ะเดียว” นำเมนูอร่อย เกี๊ยวกุ้ง คำโตมาให้ชิมเรียกน้ำย่อยเป็นเมนูแรก และในโซนถัดไป คือร้านอาหารหลากหลายจาก “สตรีทฟู้ด” (Street Food) ชิมเมนูอาหารยอดนิยมจากร้านดังกับเมนูจานเดียว และของกินเล่น เป็นต้นว่า หมูสะเต๊ะ, หมูปิ้ง, หอยทอด, ผัดไทยเสวย และต้อนรับร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวกั้งบ้านเพ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยกลางกรุงฯ

นอกเหนือจากอาณาจักรความอร่อยแห่งนี้แล้ว คนรักการทำอาหาร ไม่ควรพลาดกับ “อิษยา คุกกิ้ง สตูดิโอ” (Issaya Cooking Studio) สตูดิโอสอนทำอาหาร โดย “เชฟเอียน กิตติชัย” หรือ พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย และทีมงาน มีทั้งคลาสสอนทำเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิม อาหารไทยเมนูง่ายๆ, อาหารนานาชาติ, เพสทรี (ขนมอบ) รวมไปถึงคลาส Mixology Class (การผสมเครื่องดื่ม) และคลาสทำอาหารสำหรับเด็ก

พร้อมกันนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้อิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันที่ “ครัว 4 ภาค” (Krua 4 Pak) ซึ่งรวบรวมร้านดังมาเสริมทัพมากขึ้น ครอบคลุมทุกเมนูเด็ดทั้งสี่ภาคของประเทศไทย อาทิ ครัวชาววัง ตำรับ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ และชิมเมนูเด่นจาก “ลิตเติลไชน่าทาวน์” (Little Chinatown) โดยร้านแสนยอด โซนอาหารสไตล์ลูกครึ่ง ไทย-จีน ทั้งยังมีโซนใหม่ให้จุใจไปกับผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง เครื่องปรุง, เครื่องแกง, เครื่องเทศพร้อมปรุง สำหรับอาหารทั้งสี่ภาค ที่มาในคอนเซ็ปต์ ร้านขายของชำ ในโซน “โกรเซอรี่ สี่ภาค” (Grocery 4 Pak) ต่อจากนั้น ทุกคนได้ลิ้มลองของหวานจาก “บ้านขนมไทย” (Baan Kanom Thai) ซึ่งรวบรวมขนมไทยรสชาติดั้งเดิมไว้หลากหลาย ทั้งขนมน้ำกะทิ ของเชื่อม และข้าวเหนียวหน้าต่างๆ และ “หวานเย็น” (Wan Yen) กับเมนูไอศกรีม และของหวานคลายร้อน

ปิดท้ายความอร่อยกับการเยี่ยมชม “ตลาดอีทไทย” (Talad Eathai) ซึ่งประกอบด้วย 6 โซน คือภูมิใจ, ใส่ใจ, ปลื้มใจ, สุขกายสุขใจ, น้ำใจ และเพลินใจ บนพื้นที่ 900 ตร.ม. มีทั้งอาหารสด อาหารแห้ง สินค้าอุปโภค บริโภค ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ของสดของแห้งส่งตรงจากโครงการหลวง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) จากทุกภาค รวมถึงขนมไทยของฝากก็มีให้นักท่องเที่ยวเลือกหลากหลาย ขณะที่ “อีท ไทย ไรซ์” (Eat Thai Rice) มีข้าวสารชั้นดีจำหน่ายถึง 23 พันธุ์ ร่วมภูมิใจเอกลักษณ์ไทยในฐานะแหล่งผลิตข้าวชั้นดีของโลก มีให้เลือกทั้งข้าวไทยและข้าวออร์แกนิก คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากแหล่งผลิตชั้นดี จากนั้น ชวนไปชม “ไทยคุกบุ๊ก & ซูวีเนียร์สโตร์” (Thai Cookbook & Souvenir Store) ร้านจำหน่ายตำราอาหารไทย หนังสือทำอาหาร และของที่ระลึกจาก Eathai เช่น เครื่องเบญจรงค์ ชามตราไก่ ผ้าขาวม้า ของที่ระลึกแบบไทยแท้ มาให้ได้เลือกช้อปฯ ฯลฯ พร้อมรับคำปรึกษาด้านสุขภาพ โดยเภสัชกร  “เวชพงศ์โอสถ” (Vejpong Pharmacy) ร้านยาสมุนไพรแผนไทยและจีนโบราณ ที่ได้รับการเชื่อถือมายาวนานกว่า 100 ปี

ด้านฟู้ดเลิฟเวอร์อย่าง อธิศ กฤตยาพงศ์พันธ์ เผยถึงความประทับใจต่อโซนใหม่ของอีทไทยว่า “ชอบตรงที่มีร้านดังๆ เยอะขึ้น มีเมนูให้เลือกมากขึ้น โดยส่วนตัว ปกติจะแวะมาอีทไทยบ่อยมาก เพราะมาช้อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมบ่อยๆ ส่วนร้านที่ชอบที่สุดคือ ‘แสนยอด’ และ ‘มุมอร่อย’ ซึ่งทราบว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนร้านดังๆ มาไม่มีเบื่อ”

 วรรณศิริ คงมั่น เล่าว่า ตนเองมีร้านอยู่ที่อีทไทยจึงแวะมาบ่อย จึงเห็นถึงพัฒนาการที่มีมาโดยตลอด พอปรับโฉมเต็มพื้นที่ทำให้ดูสว่างมีชีวิตชีวามากขึ้น “ชอบตรงโซนโกรเซอรี่ 4 ภาค เพราะมีของแปลกใหม่ที่คัดเลือกมาไว้ที่นี่ นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นอายความเป็นไทยมากขึ้นด้วย ส่วนเมนูที่ชอบคือ เกี๊ยวกุ้งจากร้านสุกี้โบราณ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกั้งบ้านเพ ขนมจีนน้ำยาปูแม่ติ๋ม อยากให้ทุกคนได้ลอง”

อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เผยว่า “แวะมาอีทไทยบ่อยๆ เพราะเดินทางสะดวก พอมีการขยายพื้นที่ ทำให้มีร้านใหม่ๆ มากขึ้น มีทางเลือกเยอะขึ้น ทำให้อยากแวะมารับประทานอาหารที่นี่บ่อยขึ้น ระหว่างนั่งรออาหารก็สามารถแวะเลือกของติดไม้ติดมือกลับบ้านได้สะดวก เพราะมีซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ส่วนเมนูโปรดที่ชอบ คือ เย็นตาโฟนายอ้วน และยังมี ลูกชิ้นปลาทอด ร้านลูกชิ้นจัง ก็อร่อยมาก”

แสงแข เหมกมลเศรษฐ์ เล่าว่า “แวะมาเดินอีทไทยบ่อยมาก เพราะมีอาหารอร่อยครบทุกอย่างยิ่งตอนนี้ขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้น และมีโซนของแห้งโกรเซอรี่ยิ่งทำให้ชอบมาก ส่วนอาหารที่มารับประทานเป็นประจำคือ ก๋วยเตี๋ยวกั้งบ้านเพ และดีใจที่มีร้านโปรดอย่าง ‘จกโต๊ะเดียว’ มาเปิดที่นี่ช่วงนี้ด้วย”

ปิดท้ายที่ ชมพูนุจ โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่าปกติจะชอบเดินซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ก่อนหน้านี้อีทไทยไม่มีพอปรับโฉมเพิ่มโซน “ตลาดอีทไทย” ทำให้ชอบมากอยากมาเดินที่นี่บ่อยขึ้น ชอบที่มีหนังสือเกี่ยวกับการทำอาหารหลายภาษาทั้ง ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น คนต่างชาติก็สามารถซื้อตำราอาหารไปลองทำได้ “สำหรับโซนที่เปิดใหม่ โบว์ชอบโซนของแห้ง และของที่ระลึกไทยๆ น่ารักมากจัดเซตได้ดี ทั้งยังมีอาหารหลากหลายขึ้น และมีเรื่องราว พอเข้ามาแล้วสัมผัสได้ถึงความเป็นไทย และนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ”

นอกจากนี้ Eathai” (อีทไทย) ยังมีบริการ Grab & Go สั่งกลับบ้านเพื่อให้คุณได้อร่อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมสารพัดเมนูให้เลือกในแพ็กเกจแสนเก๋อีกด้วย พิเศษ! ในช่วงบ่ายของวันสบายๆ เสาร์-อาทิตย์ ระหว่างวันที่ 21 ก.ค. – 7 ส.ค. 59 ทุกท่านยังได้อิ่มอร่อยเคล้าความบันเทิงกับการแสดงพิเศษ มากมาย  ชมการแสดงจำอวดหน้าม่าน ( 24 ก.ค. 59 เวลา 13:00-14:00 น.), การแสดงรัศมีอีสาน (30 ก.ค. 59 เวลา 12:00-14:30 น.), Sadub Sound System (7 ส.ค. 59 เวลา 13:00-14:00 น.),  การแสดงผีตาโขน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (23, 24 ก.ค./ 30, 31 ก.ค./ 6 ส.ค. 59) รอบแรก 11:30-14:00 น. รอบที่สอง 17:00-20:00 น. ฯลฯ

พบกับที่สุดของอาณาจักรแห่งความสุข แสนอร่อย ใหญ่สุด มากสุด ครบสุด อย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนโปรโมชั่นสุดคุ้ม และกิจกรรมสร้างสีสันอีกมากมาย ตั้งแต่กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป ณ ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

คุณบรม