“มายรัม” ย้ำซีอีโอไทยเร่งรับมือการแข่งขันยุคดิจิทัล 4.0 พร้อมเปิดบริการใหม่รับ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น”

Mirum_Uraiporn_Polly_Digital-Transformation_2016

จากกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการแข่งขันมากมายในทุกทวีปทั่วโลก ทำให้ มายรัม แนะนำซีอีโอไทยควรเร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น ยกระดับการใช้ดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ในการดำเนินธุรกิจและให้บริการลูกค้า เพื่อรักษาตลาดและสร้างรายได้มากขึ้นรองรับการแข่งขันในยุคการตลาดดิจิทัล 4.0 โดยเผยนโยบายบริการของกลุ่มมายรัม ดิจิทัลเอเยนซี่เครือ WPP จะเน้นการคำปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นโดยทีมงานมืออาชีพจากในประเทศและต่างประเทศ สำหรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ

  • การมาถึงของดิจิทัล 4.0 ในประเทศไทยเพื่อรับมือการเคลื่อนไหวของธุรกิจชั้นนำทั่วโลกที่มุ่งสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น
  • มายรัมเจาะลึกงานออกแบบที่เน้นการศึกษาพฤติกรรมและการใช้งานของลูกค้าเป็นแกนหลัก (User Centered Design)
  • การประสานทีมที่ปรึกษามืออาชีพด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นจากทั่วโลก สำหรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ

นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น บริษัท มายรัม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการมาของแนวโน้มการตลาดสู่ยุค Digital 4.0 ว่า “ปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดของโลกต้องพึ่งพานวัตกรรมด้านดิจิทัล จนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไปแล้ว สำหรับการใช้งานดิจิทัลในธุรกิจของผู้ประกอบการไทยนั้น สามารถแยกเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนี้

ยุคดิจิทัล 1.0

ลักษณะการใช้งาน การใช้อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์ทั่วไป

ยุคดิจิทัล 2.0

ลักษณะการใช้งาน แพลตฟอร์มของการตลาดที่ผู้บริโภคใช้งานสื่อสาร สร้างคอนเทนท์ได้เอง ผ่านช่องทางโซเชียลในวงกว้าง

ยุคดิจิทัล 3.0

ลักษณะการใช้งาน ระบบการสื่อสารแบบคลาวน์คอมพิวติ้ง สามารถเชื่อมการทำงานต่างแพลตฟอร์ม เกิดบริการ Online Service, Omni channel, Mobile etc.

ยุคดิจิทัล 4.0

ลักษณะการใช้งาน ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเพื่อธุรกิจ ในยุคที่การสื่อสารและการทำงานเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ ผ่านเทคโนโลยี Machine-2-Machine หรือ IoT

ซึ่งนางสาวอุไรพรเสริมเรื่องการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยและนักการตลาดในยุคการแข่งขันดิจิทัล 4.0 นี้ว่า “เป็นยุคของการแข่งขันที่การทำงานเกิดขึ้นทั้งระบบอีโคซิสเต็ม นั่นหมายถึงธุรกิจต้องมองถึงการสร้างบริการที่ต่อยอดและล้อมลูกค้าในเกือบทุกทัชพอยต์ของลูกค้า การแข่งขันจะไม่จำกัดอยู่ที่สินค้าหลักขององค์กรอีกต่อไป แต่สามารถขยายผลไปโดยล้อมลูกค้าเป็นสำคัญ นั่นหมายถึงแบรนด์ที่มีลูกค้าอยู่ในมือไม่จำเป็นต้องขายสินค้าหลักอย่างเดียว แต่สามารถต่อยอดสินค้าและบริการออกไปได้อีกตามที่อีโคซิสเต็มของแบรนด์สามารถล้อมบริการไว้กับลูกค้าได้

ดังนั้นองค์กรจึงต้องมองหาจุดแข็งของแบรนด์และสร้างหรือคัดสรรนวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยต่อยอดการขายกับลูกค้าให้ได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจค้าปลีกที่ขยายบริการออกไปหรือจับมือกับพันธมิตรเพื่อต่อยอดสินค้าและบริการไปยังลูกค้าที่มีอยู่ในมือ จากบริการโทรศัพท์เป็นบริการข้อมูลและความบันเทิง จนกลายเป็นบริการทางการเงิน ควบรวมถึงคอมเมิร์ซที่ล้อมรอบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คน    

การที่องค์กรจะสามารถแข่งขันในกระแสธุรกิจที่ขับเคี่ยวและมีผู้เล่นรายใหญ่มีความได้เปรียบรออยู่ จึงต้องมีวิสัยทัศน์และสามารถนำข้อได้เปรียบของแบรนด์มาใช้ในการต่อยอดผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล จึงนับว่าดิจิทัล 4.0 เป็นอีกขั้นของการใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้แข่งขันได้อย่างรวดเร็วเพื่อสามารถเสนอสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการผ่านช่องทางของแบรนด์นั่นเอง”   

ทั้งนี้ นางสาวอุไรพร ได้เผยถึงเนื้อหาจากการประชุมกลุ่มมายรัม ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ความเคลื่อนไหวของดิจิทัลเอเยนซี่ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงสู่การปรับการทำงานในองค์กรด้วยรูปแบบดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นมากระยะหนึ่งแล้ว และยังคงเป็นเทรนด์เช่นนี้ไปอีก ดังนั้น แนวโน้มของการทำงานในรูปแบบเอเยนซี่ที่เป็นดิจิทัลเอเยนซี่ โดยเฉพาะกลุ่มมายรัม จะมีความแตกต่างจากเอเยนซี่อื่นๆ ชัดเจนขึ้น โดยนับจากนี้จะเป็นการทำงานที่ก้าวไปข้างหน้าตามสโลแกน “Let’s make what’s next” พร้อมกับเปิดบริการใหม่ ที่เจาะลึกงานออกแบบที่เน้นการศึกษาพฤติกรรมและการใช้งานของลูกค้าเป็นแกนหลัก (User Centered Design)

สำหรับประเทศไทยในยุคดิจิทัล 4.0 นางสาวอุไรพรเสริมว่า “มายรัม ประเทศไทย จะเน้นการให้บริการที่ปรึกษามืออาชีพด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น ที่มีความแข็งแกร่งในเชิงเทคโนโลยี การออกแบบที่เน้นถึงข้อมูลและการใช้งานของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การขายและการสื่อสารผ่านดิจิทัลครบทุกช่องทาง พร้อมๆ ไปกับการทำงานในกลุ่มมายรัมเอเชียแปซิฟิก มีความแข็งแกร่งในเชิงเทคโนโลยี การออกแบบที่เน้นถึงข้อมูลและการใช้งานของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การขายและการสื่อสารผ่านดิจิทัลครบทุกช่องทาง  เพื่อเตรียมพร้อมการทำงานเชิงกลยุทธ์ร่วมกับผู้บริหารสู่การเป็น “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น” นำเทคโนโลยีดิจิทัลประสานเข้ากับองค์กร เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั่วโลกในคราวเดียว”