โคนิก้า มินอลต้า จัดงาน Shaping The Future Through Innovation เผยโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ประกาศศักยภาพพร้อมรุกธุรกิจปี 59 [PR]

Konikaโคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัว MGI JETVARNISH 3DS & iFOIL S เครื่องเคลือบสปอร์ต ยูวี แบบ 3 มิติ ระบบดิจิตอล พร้อมพิมพ์ทองในตัว bizhub PRO 1100 แท่นพิมพ์ดิจิตอลขาว-ดำ สแกนสี ความเร็วสูง และเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น bizhub รุ่นใหม่ 6 รุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รองรับการทำงานในยุคดิจิตอล คาดปิดฉากปีงบประมาณ 2559 จะสามารถสร้างอัตราการเติบโตมากกว่า 30 %

มร. โอซาฟูมิ คาวามูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โคนิก้า มินอลต้า เป็นบริษัทอันดับต้นๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจการพิมพ์ดิจิตอล เราจึงได้ค้นคว้าวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ครบครันด้านประสิทธิภาพ ช่วยเติมเต็มความต้องการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การพัฒนาธุรกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้น

- Advertisement -

โดยการจัดงาน Shaping The Future Through Innovation  ในครั้งนี้ ถือเป็นงานที่สำคัญอย่างมากสำหรับ โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย)  เพราะเป็นการรวมผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมาไว้ในงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กร และกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกค้ากราฟิคอาร์ต โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์คือ MGI JETVARNISH 3DS & iFOIL S เครื่องเคลือบสปอร์ต ยูวี แบบ 3 มิติ ระบบดิจิตอล พร้อมพิมพ์ทองในตัว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมทุนระหว่างเอ็มจีไอ ประเทศฝรั่งเศส และ โคนิก้า มินอลต้า อิงค์  โดย โคนิก้า มินอลต้า ถือหุ้น 40.5% ผลิตภัณฑ์เรือธงนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้ากราฟิคอาร์ต และเพิ่มมูลค่าของชิ้นงานพิมพ์มากขึ้นจากการทำยูวีแบบ 3 มิติ ซึ่งถือเป็นการแนะนำสู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก และเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะปัจจุบันในเมืองไทยยังไม่มีผู้เล่นในตลาดกลุ่มนี้ชัดเจนนัก” มร. โอซาฟูมิ คาวามูระ กล่าว

เกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจแท่นพิมพ์ของไทยในปี 2559 นั้น มร. โอซาฟูมิ คาวามูระ กล่าวเสริมว่า “โคนิก้า มินอลต้า มั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจ และการลงทุนในปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามานำเสนอสู่ตลาดในประเทศไทย โดยในปี 2558 ธุรกิจทางด้านแท่นพิมพ์ดิจิตอลมีการเติบโตถึง 4 เท่าตัว โดยปัจจุบันโคนิก้า มินอลต้า ถือเป็น 1 ใน 3 แบรนด์ผู้นำของตลาดแท่นพิมพ์ดิจิตอล และธุรกิจเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่นสีเติบโตถึง 2 เท่าตัว โดยปัจจุบัน โคนิก้า มินอลต้า ถือเป็น 1 ใน 5 แบรนด์ผู้นำของตลาดเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่นสี

ด้านนายอุกฤษฏ์ ตั้งอุทัยสุข   ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดส่วนงานผลิตภัณฑ์แท่นพิมพ์ดิจิตอล บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นของ โคนิก้า มินอลต้า ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และมอบความสะดวกสบายให้แก่การดำเนินธุรกิจของลูกค้า บริษัทฯ จึงได้นำเสนอ MGI JETVARNISH 3DS & iFOIL S เครื่องเคลือบสปอร์ต ยูวี แบบ 3 มิติระบบดิจิตอล พร้อมพิมพ์ทองในตัว ตอบโจทย์งานพิมพ์ดิจิตอล โดดเด่นด้านประหยัดเวลาและลดขั้นตอนการทำงานหลังพิมพ์ไม่ต้องใช้เวลารองานเคลือบแห้ง ไม่ต้องทำเพลท รองรับข้อมูลที่แตกต่างกันในแต่ละชิ้นงานได้ไม่จำกัดจำนวนในการผลิต โดยเครื่องสามารถรองรับกระดาษหนาสูงสุดถึง 450 แกรม และยาวสุดที่ 1 เมตร สามารถทำยูวีแบบ 3 มิติ ได้สูงถึง 200 ไมครอน และพิมพ์ทองเส้นบางถึง 0.5 มิลลิเมตร โดยมีความเร็วในการผลิตอยู่ที่ 1,624 แผ่นต่อชั่วโมง MGI JETVARNISH 3DS & iFOIL S ช่วยเพิ่มมูลค่าให้งานบรรจุภัณฑ์แฟ้มเอกสาร ปกหนังสือ ฉลากสินค้า นามบัตร และโบรชัวร์ต่างๆ

ทั้งนี้ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงานก็คือ แท่นพิมพ์ดิจิตอลขาว-ดำรุ่น bizhub PRO 1100 ที่มาพร้อมกับความสวยงามของงานพิมพ์และความแข็งแกร่งทนทานของเครื่อง แท่นพิมพ์รุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีหัวสแกนสีแบบคู่ ที่ช่วยให้การสแกนเอกสารสี A4 หน้า-หลังแบบอัตโนมัติได้เร็วถึง 180 หน้าต่อนาที และมีความเร็ว ในการพิมพ์อยู่ที่ 100 หน้าต่อนาที ที่ความละเอียด 1,200 dpi สามารถรองรับงานพิมพ์ต่อเดือนสูงสุด ถึง 2.2 ล้านหน้าพิมพ์ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดบริหารจัดการ  งานหลังพิมพ์ เช่น การพับ การเย็บลวด การเจาะรู และการแทรกหน้า/ปก แท่นพิมพ์นี้ เน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กร สถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐบาล และศูนย์บริการงานพิมพ์ต่างๆ ที่มีงานสแกนปริมาณมากและเน้นการพิมพ์  ขาว-ดำเป็นหลัก

สำหรับทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น 6 รุ่นใหม่ ที่เผยโฉมภายในงานครั้งนี้ นาย สัญญา  ชินการุญ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดส่วนงานผลิตภัณฑ์เครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น บริษัท โคนิก้า มินอลต้า บิสสิเนส โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โคนิก้า มินอลต้า ได้เปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ทั้งหมดรวม 6 รุ่น ประกอบด้วย เครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น A3 สี 3 รุ่นได้แก่ bizhub C368, bizhub C258, bizhub C227 และเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น A3 ขาว-ดำ 3 รุ่น ได้แก่ bizhub 367, bizhub 287, bizhub 206 ที่มีความเร็วในการพิมพ์อยู่ที่ 20 – 36  หน้าต่อนาที ตอบโจทย์ทุกขนาดธุรกิจตั้งแต่ SME จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน พร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบโมบิลิตี้ รองรับการทำงานในยุคดิจิตอลที่สามารถเข้าถึงข้อมูล ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก การันตีคุณภาพด้วยรางวัล BLI Winter Pick Award 2016 จากสถาบันทดสอบผลิตภัณฑ์การพิมพ์ระดับโลก หรือ BLI

ทั้งนี้ เครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่น bizhub รุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 9 นิ้วที่มีการใช้งานง่ายเหมือนการใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพียงแค่ แตะ ลาก ปัด นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ต่างๆ ได้ทันทีจากหน้าจอเครื่อง เพื่อสั่งพิมพ์หน้าเว็บหรือไฟล์ PDF ที่อยู่บนเว็บไซต์ หรือแนบมากับอีเมล์โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดคอมพิวเตอร์ การสั่งงานพิมพ์งานจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็ทำได้ง่ายหลากหลายวิธีเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) เพียงแค่นำอุปกรณ์พกพามาสัมผัสที่หน้าเครื่องก็สามารถสั่งพิมพ์ สแกน ได้ทันที

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการทำงานในปัจจุบันคือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล โคนิก้า มินอลต้า ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกวิธีการควบคุมการเข้าใช้งานเครื่องได้หลากหลายวิธีตามความต้องการของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็น การเข้ารหัสพาสเวิร์ด การเข้าใช้งานผ่าน IC Card การกำหนดสิทธิการเข้าใช้งานแบบรายบุคคล หรือตามแต่ละฟังก์ชั่นการใช้งาน และการยืนยันสิทธิการเข้าใช้งานผ่านระบบสแกนหลอดเลือดดำ (Biometric Authentication) ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับการป้องกันการปลอมแปลงวีซ่าในประเทศยุโรป

นอกจากนี้ เครื่องรุ่นใหม่ของ โคนิก้า มินอลต้า ถูกวิจัยเละพัฒนาเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเครื่อง bizhub รุ่นใหม่ มีอัตราการใช้พลังงานต่ำกว่าเครื่องรุ่นก่อนๆ ถึง 18%  พร้อมสัดส่วนการนำพลาสติกรีไซเคิล PC/PET มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตตัวเครื่องเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 70%