กางแผนกลยุทธ์ ปี 2559 กรุงศรี ออโต้ “ผนึกพลังดิจิตอล สร้างแบรนด์แข็งแกร่ง”

คุณไพโรจน์ ชื่นครุฑ krungsri auto

กรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto) เปิดเผยสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปี 2559 ยังถือว่าชะลอตัว โดยคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ใหม่ 720,000 คัน  ซึ่งลดลงจากปี 2558 ร้อยละ 10  จำนวน 799,000 เนื่องจากขึ้นภาษีรถยนต์ใหม่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินรีบซื้อไปตั้งแต่เมื่อปี 2558 ขณะที่ยอดขายตลาดรถยนต์มือสอง คาดการณ์เติบโต 5-10%  จาก 1,250,000 คัน ในปี 2558 เป็น 1,312,500 – 1,375,000 คัน ในปี 2559

สำหรับยอดสินเชื่อยานยนต์รวมทั้งตลาด ของไตรมาสแรก ปี 2559  อยู่ที่ 122,900 ลดลงจากปี 2558 ประมาณ 4% มูลค่า 127,500 ล้านบาท  สำหรับทั้งปีคาดว่าตลาดรวมจะลดลง 10% อยู่ที่ 455,000 ล้านบาท  ขณะที่ผลการดำเนินงานของกรุงศรี ออโต้ สำหรับยอดสินเชื่อใหม่ไตรมาสแรก ปี 2559 เติบโต 29% อยู่ที่ 35,300 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว  โดยทั้งเป้าหมายยอดสินเชื่อใหม่ทั้งปี 2559 ที่ 115,000 ล้านบาท และยอดสินเชื่อรวม 262,000 ล้านบาท

“ปัจจัยที่ทำให้เติบโตในไตรมาสแรก คือ การรุกตลาดรถใหม่อย่างต่อเนื่อง  เข้าไปอยู่ในอีเว้นท์ใหญ่ๆ ทั้ง Motor show และ Used Car  รวมไปถึงการทำแคมเปญร่วมกับผู้ผลิตและดีลเลอร์ต่อเนื่อง  โดยแบ่งเป็นสัดส่วน สินเชื่อรถใหม่ 48%  สินเชื่อรถมือสองและรีไฟแนนซ์ 47%  และมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์ 5%  สำหรับการเติบโตในปีนี้มั่นใจว่าเราจะเติบโตมากกว่าตลาดรวมอย่างแน่นอน”

กางแผนกลยุทธ์ ปี 2559

สินเชื่อตลาดรถใหม่ แม้ว่าเป็นตลาดที่มีสัดส่วนใหญ่แต่ยังมีการชะลอตัว จึงต้องเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงกับพันธมิตรผู้ผลิตรถยนต์และตัวแทนจำหน่าย  รวมไปถึงทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และ นำ New Model  หรือดิจิตอลเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนำเสนอและต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างครบวงจร

สินเชื่อตลาดรถมือสอง ตลาดที่ยังโตอยู่ต่อเนื่อง ใช้ประโยชน์จากฐานดีลเลอร์หรือผู้ประกอบการรถยนต์มือสองครอบคลุมทั่วประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น  เพิ่มช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางดิจิตอล เช่น Krungsrimarket.com  บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม  และสุดท้ายสร้างมาตราฐานรถใช้แล้วให้ประทศไทย

สินเชื่อรีไฟแนนซ์ (คาร์ ฟอร์ แคช) สร้างแบรนด์ “คาร์ ฟอร์ แคช” ให้แข็งแกร่งและอยู่ในใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางดิจิตอล เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้บริการกับลูกค้าโดยตรง (B2C)