เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ฮึดสู้ ทุ่ม 240 ล้านบาท ผุด 3 โซนใหม่ มั่นใจลูกค้ามาเยอะแน่ๆ

Central Embassy บรม พิจารณ์จิตร

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (Central Embassy) เผยกลยุทธ์ทางธุรกิจปี 2559 ตอกย้ำการเป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์เหนือระดับใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมปลุกความคึกคักให้กับตลาดรีเทลในประเทศไทย ด้วยแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และร้านอาหารที่ครบครันมากที่สุด เสริมความแข็งแกร่งให้กับย่านเซ็นทรัล แบงค็อก ด้วยการเปิดตัว 3 โซนไลฟ์สไตล์ใหม่ และโรงแรม Park Hyatt Bangkok ร่วมด้วยการนำเสนออีเว้นท์ที่หลากหลาย กิจกรรมทางการตลาด โปรโมชั่น สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร  มั่นใจสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 25% และสัดส่วนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากจำนวนยอดผู้เข้าใช้บริการทั้งหมด เมื่อเทียบกับปี 2558

นายบรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ว่า  “วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือการเข้ามาเติมเต็มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ด้วยการเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ One Life Infinite Possibilities” (วัน ไลฟ์ อินฟินิท พอสสิบิลิตี้ส์) “ชีวิตหนึ่ง…ทุกสิ่งเป็นไปได้ อย่างไร้ขีดจำกัด” พร้อมสานต่อเอกลักษณ์ของเซ็นทรัล ชิดลม ที่มีมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม กลายเป็นบ้านหลังที่สองสำหรับชาวไทย และนักท่องเที่ยวทุกคน”

ในปี 2558 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ด้วยสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 24% จากปี 2557 โดยสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการคิดเป็นชาวไทย 75%  และนักท่องเที่ยว 25% ทั้งนี้ 5 อันดับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด ได้แก่ จีน ตะวันออกกลาง อินเดีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น ตามลำดับ

ผ่าน กลยุทธ์ 3 ด้านหลักที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้ดำเนินธุรกิจผ่าน คือ

1.นำเสนอแบรนด์แฟชั่น (fashion) ร้านอาหาร (dining) และไลฟ์สไตล์ (lifestyle) ที่มีความหลากหลายและครบครันมากที่สุด

2. สร้างสรรค์งานอีเว้นท์และโปรโมชั่นที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

3. สร้างประสบการณ์การเป็นบ้านหลังที่สองสำหรับลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ ผ่านการให้บริการ  และสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับ

สำหรับแผนการตลาดในปี 2559 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี  ตั้งเป้าลูกค้าเข้ามาศูนย์อีก 25%  ด้วยการเปิดตัว พื้นที่ 3 โซนใหม่ และ โรงแรม Park Hyatt Bangkok ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจให้กับทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม 

1.การขยายโซน Eathai ศูนย์รวมอาหารไทยที่ดีและครบครันมากที่สุดในโลก จะถูกเพิ่มพื้นที่ขึ้นจาก 2,500 ตร.ม.เป็น 3,550 ตร.ม. พร้อมปรับโฉมครั้งใหญ่ ด้วยร้านอาหารจำนวนมากขึ้น เพื่อครอบคลุมเมนูอาหารไทย จานเด็ดจากทั้ง 4 ภาค ซึ่งประกอบด้วย Eathai Café, โซนมุมอร่อย ศูนย์รวมร้านจากตลาดดังในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล, โซนซูเปอร์มาร์เก็ต บนพื้นที่ 900 ตร.ม., โซน Eathai Lifestyle Corner ใหม่ และโรงเรียนสอนทำอาหาร โดยใช้งบลงทุนทั้งหมด 30 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

Central Embassy Eathai 01

2.เปิดตัวพื้นที่ชั้น 6 เปลี่ยนโฉมพื้นที่กว่า 7,000 ตร.ม. บนชั้น 6 ให้กลายเป็นเป็นพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่มีใครเหมือน พร้อมเป็นจุดดึงดูดที่สำคัญของศูนย์การค้า ประกอบด้วย ร้านอาหารใหม่ 15 ร้าน, ร้านหนังสือและร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะ บนพื้นที่ขนาด 2,000 ตร.ม., โซนสนามเด็กเล่นที่ล้ำสมัย และพื้นที่ทำงานแบบ co-working space บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้ถูกออกแบบให้ผู้เข้าพักของโรงแรม Park Hyatt Hotel ใช้บริการได้เช่นกัน  โดยใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

Central Embassy L6

3.เปิดตัวโซนไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมบนชั้น 5 แหล่งแฮงเอ้าท์ใหม่ล่าสุดใจกลางกรุงเทพฯ ที่นำเสนอวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ในมุมที่สวยที่สุดได้โดยรอบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. โดยใช้งบลงทุนทั้งหมด 60 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

4.เปิดตัว โรงแรม Park Hyatt Bangkok สุดยอดโรงแรมหรูระดับ 6 ดาว ทิ่อยู่บนศูนย์การค้า ถูกออกแบบขึ้นโดยบริษัทออกแบบระดับโลก Yabu Pushelberg มาพร้อมกับจำนวนห้องพักทั้งหมด 222 ห้อง โดยแบ่งเป็นห้อง premier suites ทั้งหมด 30 ห้อง และกระจกของแต่ละห้องที่มีความสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ด้วยงบลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ 6 พันล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้   ซึ่งหมายความว่า ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในสิ้นปีนี้

Park Hyatt Bangkok Hotel embassy

สำหรับด้านงานอีเว้นท์และโปรโมชั่นในปีนี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังมุ่งตอกย้ำในการเป็น “ผู้ริเริ่ม” และผู้นำด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำผลงานศิลปะจากศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงมากขึ้น เริ่มต้นที่งาน 1600 Pandas+ World Tour in Thailand ที่ได้เปิดโครงการที่ประเทศไทยครั้งแรกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นกิจกรรมที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตามติดมาด้วยนิทรรศการ KAWS ผลงานศิลปะจากศิลปินและดีไซเนอร์ชาวนิวยอร์ค ซึ่งเตรียมมามอบความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าช่วงในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดจุดเด่น Special Shingles เกล็ดอะลูมิเนียมจำนวนกว่า 300,000 เกล็ดที่ติดรายล้อมตัวตึก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกล็ดหลังคากระเบื้องเคลือบพระอุโบสถในวัดไทย  เมื่อฉาบแสงอาทิตย์จะเกิดเป็นสีเหลื่อมระยิบระยับสวยงาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของตัวตึก

CentralEmbassy_ExteriorDay

ทั้งนี้ ในแง่ของการให้บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาระดับมาตรฐานของการให้บริการเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่านและมอบความประทับใจสูงสุดทุกครั้งที่มาใช้บริการ โดยปีนี้จะเพิ่มบริการต่างๆ ได้แก่ การเพิ่มเส้นทางให้บริการรถรับส่ง shuttle bus และรถตุ๊กตุ๊ก ในอาณาเขตเซ็นทรัล แบงค็อก เพื่อให้สามารถเข้าถึงเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม ได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะมีการเพิ่มโซนจอดจักรยาน รวมไปถึงสถานีชาร์จไฟสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า ร่วมด้วยการพัฒนาในส่วนของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) โดยจะมีบริการ Lounge services รวมไปถึงการเพิ่มโปรโมชั่นพิเศษ สิทธิพิเศษ และส่วนลดพิเศษต่างๆ ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม สำหรับลูกค้า Central Embassy Club Card ในกลุ่มที่มียอดการใช้จ่ายที่สูงที่สุด (Top spenders)

“ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าตื่นเต้นอย่างมากสำหรับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัล ชิดลม จากการขยายพื้นที่ 3 โซนใหม่ รวมถึงโรงแรม Park Hyatt Bangkok และการปรับปรุงในด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปีนี้ ที่จะทำให้ศูนย์การค้าเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าในปี 2559 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะมีสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 25% และจะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากจำนวนยอดผู้เข้าใช้บริการทั้งหมด เมื่อเทียบกับปี 2558

Comments are closed.