ลุงป้า 50 เตรียมเฮ … วัยกลางคนเริ่มต้นที่อายุ 60

0

Happy-elderly

ใครที่กำลังกลัวการเข้าสู่ช่วงอายุที่เริ่มต้นด้วยเลข 5 เลิกกลัวได้แล้วเพราะงานวิจัยล่าสุดได้กล่าวว่าปัจจุบันนั้นวัยกลางคนไม่ได้เริ่มที่อายุ 50 แล้วแต่เป็น 60 ต่างหาก  … นักวิจัยจากสถาบันนานาชาติเพื่อการวิเคราะห์ระบบเชิงประยุกต์ (International Institute for Applied Systems Analysis) และมหาวิทยาลัยสโตนี่บรูคกล่าวว่าเรามีความเชื่อผิดๆกันมาโดยตลอดเกี่ยวกับวัยชราเนื่องจากวัยนั้นไม่ได้วัดกันที่จำนวนปีที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

“อายุสามารถบอกได้ว่าเรามีชีวิตอยู่มากี่ปีแล้วและสามารถใช้ประมาณว่าเรามีเวลาเหลือบนโลกนี้อีกกี่ปี”เซอร์กีย์ เชอเบฟ (Sergei Scherbov) นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์นานาชาติซึ่งเป็นผู้วิจัยงานชิ้นนี้กล่าวตอนแถลงผลการวิจัย “ปัจจุบันนี้ผมจะนับว่าคนอายุ 60 อยู่ในช่วงวัยกลางคนแต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีก่อน ใครที่อายุ 60 นั้นจะถือว่าชรามากแล้ว”
ผู้วิจัยได้คาดการณ์ถึงลักษณะของประชากรยุโรปไปจนถึง ค.ศ. 2050 เพื่อศึกษาว่าการเพิ่มขึ้นของอายุขัยของประชากรจะเปลี่ยนแปลงคำนิยามของคำว่า “วัยชรา” หรือไม่ โดยกำหนดการเพิ่มขึ้นของอายุขัยในอัตราที่แตกต่างกันตั้งแต่การกำหนดให้อายุขัยของประชากรคงที่ไปเรื่อยๆ จนถึงการกำหนดให้อายุขัยเพิ่มขึ้น 1.4 ปีในทุกๆ 10 ปี แล้วจึงทำการหาสัดส่วนของผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรทั้งหมด โดยนับจำนวนผู้สูงอายุจากนิยามคำว่า“ผู้สูงอายุ” ทั้งแบบดั้งเดิมก็คือคนที่อายุตั้งแต่ 65 ขึ้นไปและนิยามคำว่า “สูงอายุ” ที่ปรับใหม่ตามการเพิ่มขึ้นของอายุขัยประชากร

ผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE กล่าวว่าเมื่ออายุขัยของประชากรเพิ่มขึ้น เราก็ควรปรับคำนิยามของคำว่า “ผู้สูงอายุ” ใหม่โดยกำหนดเป็นอายุที่มากกว่าเดิมที่ ซึ่งอยู่ที่ 65 ปี ไม่เช่นนั้นโลกเราจะมีสัดส่วนของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอายุขัยของคนเรายิ่งยาวขึ้น

“สิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับความชรานั้นเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาและมันก็จะเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกในอนาคตเนื่องจากคนมีอายุยืนยาวและสุขภาพดีขึ้น” เชอเบฟกล่าว

ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนความสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือข้อมูลจากการสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรํฐอเมริกาที่รายงานว่าในปี 2014 นั้นอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรอเมริกันอยู่ที่ 78.8 ปีซึ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์โดยผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชายและยังรายงานว่าอัตราการเสียชีวิตได้ลดลง 1.1% นับตั้งแต่ปี 2011

คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะปรับแนวคิดเรื่องช่วงอายุกันใหม่

source

Photo : rama4.mahidol.ac.th