สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยในวงกว้างตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เริ่มต้นตั้งแต่ผลกระทบต่อต้นทุนและปัจจัยการผลิตของเกษตรกรต้นน้ำทั้งการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และประมง ที่พุ่งสูงขึ้นมากตามราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็น Domino effect ให้ต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ผู้เล่นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตอาหารยังต้องเผชิญกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลางอีกด้วย ยังไม่รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่แพงขึ้นตามราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ขณะที่ในด้านอุปสงค์การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้อำนาจซื้อที่แท้จริง ของผู้บริโภคในตลาดลดลง กดดันการบริโภคและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและภาคบริการ ยิ่งไปกว่านั้นภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงยังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อจากประเทศคู่ค้าและมีผลให้ปริมาณการค้าโลกโดยรวมชะลอลงตามไปด้วย

