หลังจากรอคอยมาพักใหญ่ ในที่สุด “ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา” หรือ “Virtual Bank” ก็เปิดบริการอย่างเป็นทางการในไทยแล้ว และแบงก์แรกที่เปิดตัวก็คือ “ธนาคารคลิกซ์” (CLICX Bank) โดยผู้ให้บริการก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่ยุคใหม่ให้ที่เข้าถึงคนไทยได้ง่ายและเท่าเทียมขึ้น
ดึง 3 จุดแข็ง ลุยแบงก์ไร้สาขา
แม้ปัจจุบันคนไทยจะคุ้นเคยกับธนาคารบนมือถือ (Digital Banking) และหลายคนมีมากกว่า 1 แบงก์ แต่ “คุณสุพร สุนทรโรหิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า ทุกวันนี้คนไทยไม่ได้ต้องการfดิจิทัล แบงก์แห่งใหม่ แต่ต้องการบริการทางการเงินที่สะดวกเพื่อทำให้การใช้ชีวิตดีขึ้น เพราะปัจจุบันยังมีคนไทยหลายกลุ่มที่ระบบการเงินดูแลไม่ดีมาก สะท้อนได้จากข้อมูลคนไทยกว่า 63% ยังเข้าไม่ถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และอีกกว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินใช้ในการดำรงชีพไม่เกิน 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดคิดจึงทำให้ขาดรายได้กะทันหัน
Clicx จึงเกิดขึ้น เพื่อแก้ Pain Point เหล่านี้ และทำให้ไม่ได้วาง Positioning เป็นเพียงแค่ดิจิทัลแบงก์ใหม่ แต่ต้องการเป็น ธนาคารไร้สาขาที่เข้าใจชีวิตลูกค้าลึกซึ้งกว่าเดิม ผ่านการนำข้อได้เปรียบของ Virtual Bank ที่คล่องตัว เนื่องจากไม่มีต้นทุนสาขา มาผสานกับความเชี่ยวชาญที่ไม่เหมือนกันของ 3 องค์กร ทั้งดาต้า เทคโนโลยี และความเข้าใจลูกค้าเพื่อออกแบบโซลูชั่นทางการเงินที่ยึดหยุ่นและตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่าเดิม
“เราเชื่อว่าการเข้าถึงทางการเงินของคนไม่ควรถูกตัดสินด้วยกระดาษหรือเอกสารทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าควรถูกนำมาพิจารณาด้วย ซึ่งจะทำให้เห็นพฤติกรรมจริง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย (NPL) รวมถึงสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางเงินอย่างมีศักยภาพ”
ไม่ได้สู้ด้วยดอกเบี้ย เน้นความ “คุ้มค่า” ในชีวิตประจำวัน
แม้จะเป็นผู้เล่น Virtual Bank รายแรกของไทย แต่ด้วยความที่ตลาดมีดิจิทัลแบงก์หลายแห่ง ทำให้ Clicx ต้องสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นในตลาด ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยในช่วงแรกจะเปิดตัวด้วย “บริการเงินฝาก” ภายใต้แนวคิด “ออม-and-earn” ซึ่งกำหนดวงเงินในการเปิดบัญชีที่ 0 บาท และใช้กลยุทธ์การให้ดอกเบี้ยแบบ “คุ้มค่า” ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงแค่ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยแบบเดิมๆ แต่จะให้สิทธิประโยชน์ที่เชื่อมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจริง เช่น ออมเงินแล้วได้เน็ตฟรี ออมเงินแล้วได้ส่วนลดน้ำมัน หรือกาแฟฟรี เป็นต้น
โดยโฟกัสกลุ่มลูกค้ารายย่อย นั่นคือ กลุ่มอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และไรเดอร์ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินในปัจจุบัน จากนั้นจะทยอยเปิดตัวบริการสินเชื่อออกมาในเดือนถัดไป
และอีกหนึ่งความแปลกใหม่คือ “ฟีเจอร์เลขบัญชีเลือกได้” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ลูกค้าสามารถเลือกเลขบัญชีธนาคารของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขตอง หรือเลือกเลขให้ตรงกับเบอร์โทรศัพท์ เพราะต้องการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้ตอบความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยจะเริ่มเปิดให้จองเลขบัญชีได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนนี้ ก่อนเปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและเปิดบัญชีอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน
คุณสุพร ย้ำว่า เป้าหมายในช่วงแรกต้องการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า ควบคู่กับการให้ลูกค้าเรียนรู้ไปพร้อมกัน ดังนั้น ในปีแรกของการเปิดตัวจึงไม่สามารถบอกเป้าหมายจำนวนบัญชีและยอดเงินฝากหรือสินเชื่อได้ แต่จากฐานลูกค้าของ 3 พันธมิตรในปัจจุบันที่มีกว่า 50 ล้านราย บวกกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจและแหวกแนว ก็ทำให้ Click กลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามอง
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE







