ในยุคที่ตลาด FMCG ต้องเผชิญความผันผวนปัจจัยแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่เว้นแม้กระทั่ง “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” อุตสาหกรรมที่ครั้งหนึ่งเคยเคยว่ากันว่าเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
ล่าสุดแบรนด์ระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 54 ปีอย่าง “ไวไว” (Wai Wai) ภายใต้การนำของ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่าง “สงครามตะวันออกกลาง” ที่สั่นคลอนต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ไปจนถึงโจทย์ภายในในการปรับตัวเพื่อครองใจคนรุ่นใหม่
ยุทธศาสตร์หลักของแบรนด์ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งการเจัดแคมเปญในโอกาสครบรอบ 54 ปี แต่เป็นปีแห่งการ “ตั้งรับอย่างมีสติ และรุกอย่างมีชั้นเชิง” ภายใต้การนำของ “คุณยศสรัล แต้มคงคา” ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด ที่พร้อมกางแผนงานสู้ศึกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหมื่นล้านผ่ามรสุมอีกระลอก
เปิด War Room รับมือสงคราม จับตา “เมษายน” วิกฤตต้นทุน
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ต้นทุนต่างๆยังไม่แน่นอน “คุณยศสรัล” บอกว่า ไวไวได้มีการจัดตั้ง “ทีมบริหารฉุกเฉิน” เพื่อติดตามสถานการณ์และราคาต้นทุนอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบและพลังงานที่เป็นหัวใจหลักของการผลิต
“เราจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ไม่รุนแรงและยุติลงได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้ ต้นทุนสินค้าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่ายในระยะสั้น“
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนฉุดไม่อยู่ ไวไวได้วางแผนสำรองไว้หลายระดับ ตั้งแต่การพิจารณาร่วมกับผู้ประกอบการรายอื่นและภาครัฐในเรื่องการปรับราคาสินค้า ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าควบคุมที่กระทบต่อค่าครองชีพวงกว้าง
Lean องค์กร–หยุดไลน์สินค้าที่ไม่ทำกำไร กลยุทธ์ประคองตัวในภาวะวิกฤต
นอกจากปัจจัยภายนอก การบริหารจัดการภายใน (Internal Cost Control) คือสิ่งที่ไวไวให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หากสถานการณ์เลวร้ายลง บริษัทพร้อมใช้มาตรการเข้มข้น ดังนี้:
- การปรับพอร์ตสินค้า (Portfolio Optimization): อาจพิจารณาหยุดผลิตสินค้าบางรายการ (SKU) ที่มียอดขายไม่สูง หรือเป็นสินค้าเฉพาะกิจ เช่น “รสชาติเจ” ที่ปกติจะทำตลาดเฉพาะเทศกาล เพื่อลดความซับซ้อนในไลน์การผลิตและควบคุมต้นทุนต่อหน่วย
- Internal Saving: เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานภายในโรงงานและออฟฟิศอย่างเข้มงวด รวมถึงการนำนโยบาย Work From Home กลับมาใช้ในบางแผนกเพื่อลดค่าใช้จ่ายการจัดการ
- Logistics Strategy: แม้ค่าขนส่งจะพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน แต่ไวไวยังคงรักษาฐานการส่งออกที่ 10% ของรายได้รวม (ครอบคลุมสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง) โดยอาศัยเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งในแต่ละประเทศช่วยบริหารจัดการความเสี่ยง
เมื่อตลาด Mass ติดลบ แต่ Premium โตสวนกระแส
ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปีที่ผ่านมามีมูลค่าราว 2.8 หมื่นล้านบาท แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ตลาดแมส (Mass Market) มียอดขายติดลบ 2%” สวนทางกับ “ตลาดพรีเมียม” ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่หวือหวาเท่าปีก่อนๆ แต่ก็เป็นเซกเมนต์ที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเพื่อ “รสชาติและประสบการณ์” ที่ดีกว่า
นี่คือที่มาของการส่ง “WaiWai WOW” (ไวไวว้าว) ลงสนามเพื่อเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนกำไรและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ หลังจากประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวรสชาติสไตล์ญี่ปุ่น–เกาหลีไปเมื่อกลางปี 2568 ล่าสุดในปี 2569 ไวไวได้เปิดตัว WaiWai WOW 3 รสชาติใหม่ ที่เน้นความจัดจ้านและคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน:
- รสกระดูกหมูพริกไทยดำ: ชูจุดเด่นซุปเข้มข้น หอมพริกไทยดำแท้ๆ
- รสหมูผัดยี่หร่า: รสชาติไทยแท้ที่หาทานยากในรูปแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หอมเครื่องเทศโดดเด่น
- รสไก่กรอบซอสเผ็ด: ไฮไลต์อยู่ที่การใช้ “Ghost Pepper” (พริกปีศาจ) ที่ให้ความเผ็ดร้อนแรงแบบไล่ระดับ ตอบโจทย์ Challenge Culture ของคนรุ่นใหม่
ด้วยราคาจำหน่ายที่ 11 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่นคลาสสิกแต่ยังเข้าถึงง่าย ทำให้ WaiWai WOW กลายเป็น Sub-brand สำคัญที่ไวไวใช้เจาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ต้องการความตื่นเต้นใหม่ๆ
ปักธงมาร์เก็ตแชร์ 25% ในตลาดพรีเมียม
ภายใต้แนวคิด “ทุกวัยมีไวไว” บริษัทไม่ได้ต้องการแค่ยอดขาย แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่อยู่ในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภค การขยายพอร์ตพรีเมียมในครั้งนี้ ไวไวตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย:
- Market Share: ตั้งเป้าคว้าส่วนแบ่งการตลาด 20-25% ในเซกเมนต์พรีเมียมภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
- Growth: คาดการณ์ภาพรวมการเติบโตในปีนี้ที่ 1-2% ซึ่งแม้จะดูน้อยเมื่อเทียบกับเป้าหมายเดิมที่ 5% แต่ถือเป็นการเติบโตที่มีคุณภาพท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและสงคราม
คุณยศสรัล กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “ตลอด 54 ปี ไวไวไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เราคือแบรนด์อาหารที่พัฒนาตามนวัตกรรมและพฤติกรรมคนไทย วันนี้เราพร้อมก้าวสู่ Chapter ใหม่ที่ไม่ใช่แค่การรักษาคุณภาพเดิม แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับครัวไทยในระดับพรีเมียม“







