
Brand Buffet ผู้นำเสนอคอนเทนต์กลยุทธ์การตลาดและธุรกิจ ได้จัดงานสัมมนาแห่งปี Unlock The Future 2026 ภายใต้ธีม BEYOND LIMITS เพื่อพาผู้นำองค์กรและนักการตลาดไทย “มองให้ไกลขึ้น เข้าใจให้ลึกขึ้น และกลับไปลงมือทำได้จริง” ผ่านมุมมองของกูรูชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อช่วยปลดล็อกอนาคตสู่การตลาดยุคใหม่
คุณศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ AnyMind Group ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา บริษัทเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจแบบครบวงจร ให้บริการซอฟต์แวร์และโซลูชันส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ให้มุมมองในหัวข้อ Influencer & E-Commerce Trends 2026 สรุปได้ดังนี้
4 กลยุทธ์ Influencer Trends 2026
– ข้อมูลจากอุตสาหกรรมอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ ปี 2025 ทั่วโลกมีจำนวน 207 ล้านคน หากย้อนไปในปี 2015 มีจำนวน 30 ล้านคน ปี 2020 มีจำนวน 50 ล้านคน เห็นได้ว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มเพิ่มขึ้น 10 เท่า
– ในประเทศไทยนิยามของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ คือ คนที่ทำคอนเทนต์แคมเปญและโพสต์โซเชียลมีเดียได้ ถือว่าเป็นครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมด โดยมีตั้งแต่ระดับ Nano ไปถึง Mega ราว 9 ล้านคน คาดการณ์ปี 2024-2029 ยังอยู่ในทิศทางเติบโตเฉลี่ยปีละ 10%
– สรุป 4 เทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะมีอิทธิพลต่อวงการ Influencer ในปี 2026
1. AUTHENTICITY คอนเทนต์ที่เรียล แสดงความเป็นตัวตนและชีวิตจริงของผู้สร้าง (Influencer) จะมีความสำคัญมากขึ้น
2. UGC & UGB วิธีการทำคอนเทนต์และโพสต์ที่เป็นเรื่องราวของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย (User-Generated Content : UGC) และผู้ใช้โซเชียลมีเดียทำคอนเทนต์แบรนด์ติดตระกร้า (User-Generate Brand : UGB)
3. AFFILIATE INFLUENCER แบรนด์ต่างๆให้ความสนใจการตลาดแบบพันธมิตร ที่ทำโดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วไปทำคอนเทนต์ช่วยแบรนด์โปรโมตสินค้าและขายสินค้าผ่านลิงก์พันธมิตร (Affiliate Link) เพื่อสร้างยอดขายและรายได้
4. AI & DATA การใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล (Data) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึก (Insights) เพื่อทำคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้ติดตามอินฟลูเอนเซอร์
– กลุ่มท็อปอินฟลูเอนเซอร์ทรงอิทธิพล (Influencer Category)
1. เอนเตอร์เทนเมนต์
2. แฟชั่นและบิวตี้
3. อาหารและเครื่องดื่ม
4. ท่องเที่ยว
5. ครอบครัวและการศึกษา
6. Livelihood, Home และ Shopping
7. กีฬา
8. เพลง
– กลยุทธ์การทำคอนเทนต์ที่เหมาะสมในแต่ละแพลตฟอร์ม
Facebook อิทธิพลของเฟซบุ๊คคือ คอมมูนิตี้ต่างๆ จึงมีความน่าเชื่อถือทางสังคม (Social Trust)
Instagram เป็นคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์
TikTok แพลตฟอร์มการตลาดที่มาแรง สามารถสร้างเอนเกจเมนต์และกระตุ้นการซื้อได้ดี
YouTube คอนเทนต์ที่สร้างความน่าเชื่อถือจากอินฟลูเอนเซอร์และคอมมูนิตี้
X ให้ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว
– บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ในปี 2026 เป็นเครื่องมือการตลาดครอบคลุมทุกด้าน (Marketing Funnel)
Awareness การรับรู้ สัดส่วนการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้จะเพิ่มขึ้น 5% จาก 13% ในปี 2024 เป็น 18% ในปี 2025
Consideration การให้ข้อมูลและสร้างความสนใจ
Conversion การเปลี่ยนเป็นลูกค้า สัดส่วนการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 16% จาก 19% ในปี 2024 เป็น 35% ในปี 2025
การใช้งานอินฟลูเอนเซอร์กำลังเปลี่ยนจากการเน้นแค่การรับรู้ไปสู่การเน้นผลลัพธ์ที่เป็นการซื้อหรือ Conversion มากขึ้น
เจาะพฤติกรรมนักช้อปอีคอมเมิร์ซ
– ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยยังเป็นเทรนด์เติบโตต่อเนื่อง ปี 2025 คาดการณ์อยู่ที่ 7 แสนล้านบาท และปี 2028 จะแตะ 1.6 ล้านล้านบาท ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีสัดส่วน 53% ของ Digital Economy ในปี 2026
– พฤติกรรมช้อปปิ้งของผู้บริโภคในตลาดอีคอมเมิร์ซแต่ละโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z
46% ของนักช้อปออนไลน์ เลือกใช้ Facebook ในการซื้อสินค้า
60% ของกลุ่ม Gen Z ใช้ Instagram ในการค้นพบและซื้อสินค้า
50% ของกลุ่ม Gen Z มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าโดยตรงบน TikTok
YouTube Shopping เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์และแบรนด์สามารถแสดงและขายผลิตภัณฑ์ได้
– แนวโน้มการตลาดที่สำคัญในปี 2025 พบว่า Affiliate Marketing (การตลาดแบบพันธมิตร) จะเติบโตเร็วกว่า Influencer Marketing ทั่วไป โดยกลยุทธ์ของแบรนด์ต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์ที่สามารถวัดผลได้มากขึ้น และขับเคลื่อนด้วยผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI-driven) ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของการใช้ Influencer ในขั้นตอน Conversion และ Affiliate Marketing ที่เน้นผลลัพธ์โดยตรง
– ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Affiliate Marketing มีมูลค่า 7 แสนล้านบาท ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโต 30%
เทรนด์ Live Commerce มาแรง
– เทรนด์ Live Commerce เติบโตจากพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ชอบดูและซื้อสินค้าผ่าน Live ในฝั่งแบรนด์ถือเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างยอดขายได้ทันที นักการตลาดจึงให้ความสำคัญในการสื่อสารผ่าน Live Commerce
– หากดูแนวโน้มตลาด Live Commerce ทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น เติบโตอย่างน้อยปีละ 30%
– ตลาด Live Commerce ในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก คาดการณ์ปี 2026 มูลค่าอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,000 ล้านบาท) เติบโตอย่างน้อยปีละ 30% มาต่อเนื่อง
– สินค้ากลุ่มท็อปของ Live Commerce
1. อาหารและเครื่องดื่ม
2. บิวตี้และของใช้ส่วนบุคคล
3. สินค้าสุขภาพ
4. แฟชั่น
5. ของใช้ในบ้านและอิเลกทรอนิกส์
6. Home Supplies
7. Household Appliance
8. Baby & Maternity
– เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นใน Live Commerce คือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้กับครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ด้วยการสร้าง AI Avatar ที่ไม่ได้มาทดแทนการทำงานของคน แต่มาช่วยให้ทำไลฟ์สตรีมได้ต่อเนื่องแม้ช่วงที่ครีเอเตอร์ต้องนอนหลับพักผ่อน ที่สามารถสร้างรายได้ 24 ชั่วโมง โดยปกติช่วงพีคของ Live Commerce คือ 17.00 – 20.00 น. ดังนั้นเทรนด์ AI Avatar จะมาตอบโจทย์การทำ Live Commerce แบบพลิกโฉมวงการให้เติบโตไปอีกขั้น
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE








