
นพ.อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) เปิดเผยว่า Bloom Mental Wellness Hospital เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ EKH ที่ต้องการพัฒนาโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตให้เป็นศูนย์กลางการดูแล Mental Health ที่ทันสมัยและครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการบริการด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัทในระยะยาว
Bloom Mental Wellness Hospital ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ใกล้เดอะมอลล์ บางแค เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ด้วยทุนจดทะเบียน 460 ล้านบาท โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง EKH ซึ่งถือหุ้น 58% บริษัท นารายณ์พร็อพเพอตี้ จำกัด ถือหุ้น 25% และทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ถือหุ้นรวม 17%
รุกตลาด Mental Health ด้วยแนวคิด “ดูแลก่อนป่วย”
จุดเด่นของ Bloom คือการวางตำแหน่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชระดับพรีเมียม ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการรักษาเมื่อเกิดอาการ แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน การทำความเข้าใจตนเอง และการฟื้นฟูสุขภาวะทางใจ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการสามารถกลับมาใช้ชีวิตและศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่
บริการครอบคลุมปัญหาสุขภาพจิตหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาวะซึมเศร้า ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn-out Syndrome) โรคสมาธิสั้นในเด็ก (ADHD) ไปจนถึงภาวะการเสพติด รวมถึงการดูแลผู้ที่ยังไม่ได้มีภาวะเจ็บป่วยทางจิตเวช แต่ต้องการพื้นที่สำหรับทำความเข้าใจตัวเอง จัดการความเครียด หรือค้นหาอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่
โรงพยาบาลมีทีมจิตแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 30 คน ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซับซ้อนและต้องการการดูแลเฉพาะทาง พร้อมทีมนักจิตวิทยาและสหวิชาชีพที่สามารถออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Care ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและการดูแลเชิงป้องกัน ไปจนถึงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
นพ.จตุภัทร คุณสงค์ ผู้อำนวยการ Bloom Mental Wellness Hospital กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่จำนวนโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชยังมีไม่มากเพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นหนึ่งใน Pain Point ที่ Bloom ต้องการเข้ามาแก้ไข ปัจจุบันมีผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทยประมาณ 4 ล้านคน (คิดเป็นสัดส่วนราว 6% ของประชากรไทย) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 1 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าสุขภาพจิตกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่กระทบคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น เด็กที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากครอบครัว วัยทำงานที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ พร้อมกับภาระในการดูแลทั้งตัวเอง ลูก และพ่อแม่ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่เผชิญความกังวลด้านการเงินและการใช้ชีวิต
“ที่ Bloom เราอยากเปลี่ยนมุมมองของสังคมเรื่องสุขภาพจิต เราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพบางอย่างที่สามารถทำได้มากกว่าที่คิด แต่บางครั้งมีบางสิ่งที่เป็นเหมือนตัวล็อก ทำให้เราไม่สามารถใช้ศักยภาพเหล่านั้นได้เต็มที่
หลายคนอาจไม่ได้ตระหนักว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง จนกระทั่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้วิธีการเดิม ๆ ในการแก้ปัญหาได้อีกต่อไป จึงเริ่มรู้สึกเป็นทุกข์และมองหาคำปรึกษา ดังนั้นการมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยสะท้อนและพาให้แต่ละคนกลับมาสำรวจตัวเอง จนมองเห็นสิ่งที่กำลังเป็นอุปสรรคต่อศักยภาพของตัวเอง และสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้ อาจทำให้คนคนหนึ่งกลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมได้” นพ.จตุภัทร คุณสงค์ กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากทีมแพทย์และนวัตกรรมด้านการรักษา Bloom ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบสถาปัตยกรรมและแลนด์สเคป โดยนำแนวคิด Emotional Well-Being มาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ เพื่อช่วยลดความเครียดและสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับทั้งผู้รับบริการและบุคลากร พื้นที่ของโรงพยาบาลจึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าสถานพยาบาล แต่เป็น “ศูนย์บำบัดที่ช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ” ผ่านการนำองค์ประกอบของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ทั้งแสงธรรมชาติ ระบบถ่ายเทอากาศ พื้นที่สีเขียว รวมถึงการเลือกใช้โทนสีอบอุ่นและวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และปลอดภัย
ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านบาทปีแรก ก่อนแตะ 400 ล้านบาทใน 4-5 ปี
ด้านผลการดำเนินงาน หลังเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2569 ปัจจุบัน Bloom Mental Wellness Hospital มีผู้เข้ารับบริการผู้ป่วยนอกประมาณ 10-15 คนต่อวัน และผู้ป่วยในประมาณ 1-3 เตียงต่อวัน สำหรับปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 50 ล้านบาท ขณะที่ปีหน้าวางเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ป่วยนอกเป็น 20-30 คนต่อวัน และผู้ป่วยในเป็น 5-10 เตียงต่อวัน ก่อนขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้แตะ 400 ล้านบาทภายใน 4-5 ปี
การเปิดตัว Bloom Mental Wellness Hospital จึงไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของ EKH ไปสู่ตลาดสุขภาพเฉพาะทาง แต่ยังสะท้อนโอกาสของตลาด Mental Health ที่กำลังขยายตัวตามพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งมองว่าสุขภาพจิตไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาเมื่อเกิดปัญหา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว




