HomeBrand Move !!CJ MORE ทุ่ม 6,000 ล้าน ลุยสยายปีก 500 สาขาทั่วไทย ส่ง CJ STAR ดึงสินค้าชุมชนสู่ศึก ปักเป้ารายได้ทะลุแสนล้านปี 70

CJ MORE ทุ่ม 6,000 ล้าน ลุยสยายปีก 500 สาขาทั่วไทย ส่ง CJ STAR ดึงสินค้าชุมชนสู่ศึก ปักเป้ารายได้ทะลุแสนล้านปี 70

แชร์ :

ศึกร้านสะดวกซื้อเมืองดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ หลัง CJ MORE โดย “กลุ่มคาราบาว” ประกาศกางแผนครั้งใหญ่ทุ่ม 5,000-6,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม 500 แห่งในปีนี้  พร้อมทะยาน 5,000 สาขาในอีก 3 ปี พร้อมเตรียมกรุยทางตลาดหลักทรัพย์ พร้อมเปิด IPO อย่างเป็นทางการในปี 2572

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ท่ามกลางเส้นทางการแข่งขันอันดุเดือดการเติมเต็มความครบวงจรและหลากหลายเข้าไปในร้านให้เปรียบเสมือน “คอมมูนิตี้มอลล์ของชุมชน” ที่ครบครันด้วยบริการ ทั้ง กาแฟ เบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน ยา  และมุมของสดต่างๆ รวมถึงการขยายโมเดลรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ชุมชน

 

 “กิจกรรมการตลาด-โปรโมชั่น”สูตรสำเร็จฝ่าวิกฤตความท้าทายกำลังซื้อ-การแข่งขัน

เส้นทางการเติบโตของ CJ Supermarket (ซีเจซูเปอร์มาร์เก็ต) เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2548 โดย “คุณวิทย์ ศศลักษณานนท์” ในนาม “บริษัท พีเอสดี รักษ์ไทย จำกัด” เพื่อประกอบกิจการค้าปลีกในรูปแบบใหม่ โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ครบครันในราคาประหยัด เปิดบริการแห่งแรกที่จังหวัดราชบุรี และเน้นขยายสาขาในพื้นที่ภาคกลางเป็นหลัก เช่น นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี และรอบนอกกรุงเทพฯ

ก่อนที่ธุรกิจของ CJ Supermarket จะมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปีพ.ศ. 2556 เมื่อ “คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์” ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556  จวบจนปีที่ผ่านมา (2568) มีรายได้อยู่ที่ 79,766 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,955 ล้านบาท ในปี 2568 และมีผู้มาใช้บริการในร้าน CJ (ทุกสาขา) มากกว่า 1.1 ล้านคนต่อวัน โดยมีสัดส่วนเป็นสมาชิกสูงถึง 80-90% หรือคิดเป็นฐานสมาชิกราว 12-13 ล้านคน

 

 

คุณเสถียร เสถียรธรรมะ เล่าถึงสูตรสำเร็จของ CJ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ CJ ยังคงสร้างการเติบโตได้ดีท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น คือเรื่องของการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งการจัดกิจกรรม โปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้ามาจับจ่าย โดยปัจจุบัน Cj มียอดจับจ่ายอยู่ที่ราว 600 บิลต่อวัน และแต่ละบิลมียอดจับจ่ายราว 4.5 รายการ

“ความท้าทายในการทำธุรกิจช่วงนี้ เชื่อว่าทุกคนสัมผัสได้ถึงเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ลดลง โดยเฉพาะร้านอาการกลางคืนที่ลูกค้าน้อยลง  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ธุรกิจอย่าง CJ ต้องพยายามดูว่าอะไรที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามา ทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายโปรโมชั่น” คุณเสถียร กล่าว

ทุ่ม 5,000-6,000 ล้านบาท ขยายเพิ่ม 700 สาขา ปี 2570 

สำหรับแผนงาน ในปี 2569 นี้ วางแผนขยายสาขาไว้ที่ 500 สาขา เฉลี่ยงบลงทุน 9-10 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งทำให้ในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,500 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ 2,100 สาขา ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนที่ในปีนี้หน้าวางแผนขยายเพิ่ม 700 สาขา  พร้อมเร่งขยายสาขาจากประมาณ 2,100 แห่งในปัจจุบัน เป็น 2,500 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และประมาณ 3,200 แห่งในปี 2570

 

 

“เราเติบโตมาจากชุมชน ดังนั้นสาขาหลักจากนี้จะเน้นไปที่การเจาะชุมชน เพื่อรองรับความต้องการและสร้างการเข้าถึง ดังนั้นจะไม่ได้เห็นร้านของเราอยู่ตามถนนหลีกมากนัก”

 

และในปี 2572 วางเป้าขยายสาขาให้ครบ 5,000 สาขา พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง ในและต่างประเทศหลังที่ผ่านมามีตลาดหลักทรัพย์จากต่างประเทศหลายแห่งได้มีการติดต่อเข้ามาพูดคุย ทั้งตลาดหุ้นฮั่งเซง (HSX) ของฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์ (SGX) และตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐ ติดต่อเข้ามา ซึ่งตอนนี้บริษัทยังไม่มีการตัดสินใจเข้าลงทุนในตลาดใดแน่ชัด หากแต่ยังมีการพิจารณาความเหมาะสม โอกาส การระดมทุน นักลงทุน

“เราเห็นการเข้ามาของเทคโนโลยี ที่จะทำให้เรามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สำคัญ ในการบริหารจัดการซึ่งคิดว่าจะทำให้การบริการจัดการร้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้นทุนการแข่งขันลดลง และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และนั้นคืออีกหนึ่งแนวทางที่เรานำมาใช้ในการพัฒนารูปแบบร้านต่อไป”

 

ปั้น “CJ STAR ของดีติดดาว” มุ่งสร้างโอกาสให้สินค้าดีจากชุมชนต่างๆ 

หนึ่งในไฮไลต์ของการเติมแม็กเน็ตใหม่ที่จะดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการใน CJ มากขึ้นคือการ โครงการ “CJ STAR ของดี ติดดาว” โครงการที่มุ่งค้นหาและยกระดับสินค้าของดีจากท้องถิ่น ให้ก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดย CJ MORE จะทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้ค้นหาและผู้สนับสนุน” ด้วยการลงพื้นที่เพื่อค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็ก ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์สินค้า และบรรจุภัณฑ์ 

 พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดี รวมถึงเปิดพื้นที่ให้สินค้าได้พบกับผู้บริโภคผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของ CJ MORE โดยเริ่มต้นผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 538 สาขา ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก และพร้อมเดินหน้าขยายโอกาสอย่างต่อเนื่องไปยังเครือข่ายร้าน CJ MORE ที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ

 

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการติดดาวทั้งสิ้น 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ซึ่งถือเป็นตัวแทน “ของดี” จากชุมชนต่างๆ ที่มีความหลากหลายทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ความพิเศษคือ สินค้าเหล่านี้จะได้วางขายในบริเวณพื้นที่หัวชั้น “CJ STAR ของดีติดดาว” ในร้าน CJ MORE เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง 

“เราตั้งใจให้ CJ STAR ของดี ติดดาว เป็นมากกว่าโครงการสนับสนุนสินค้า แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมต่อของดีจากท้องถิ่น กับโอกาสทางการตลาด และส่งต่อเรื่องราว คุณค่า และความภาคภูมิใจของคนทำของดีจากชุมชนไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ” คุณเสถียร กล่าว 

สำหรับเป้าหมายในอนาคต จากจุดเริ่มต้นในวันนี้ CJ MORE พร้อมเดินหน้าค้นหา “ของดี” และ “คนทำของดี” จากชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดดาวให้กับสินค้าที่มีศักยภาพ และส่งต่อโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เติบโตไปอีกขั้น ในอนาคตมุ่งขยายโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” ไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนและต่อยอดโอกาสให้ ของดีเหล่านี้ได้เติบโตและขยายตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ดาวของคนทำของดีจากทุกชุมชนได้เปล่งประกายและไปได้ไกลกว่าที่เคย

อย่างไรก็ตาม CJ MORE ตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่  80,000 ล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือนแรกสามารถทำยอดขายไปแล้วกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2570 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายแตะ 1 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายคลังสินค้าเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตจากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 5 แห่ง

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like