มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย ร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริค ไทย ออโต้-พาร์ท จำกัด ตระหนักถึงการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชน ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชน โดยร่วมกันเดินหน้าสานต่อในการจัดกิจกรรม “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยในปีนี้ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรม ณ โรงเรียนบ้านมาบยางพร จังหวัดระยอง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาและยกระดับการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน
โครงการ “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” หมุนเวียนจัดกิจกรรมในจังหวัดที่ตั้งโรงงานและบริษัทในกลุ่ม Mitsubishi Electric ในประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดระยองซึ่งเป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และกระจายโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมและบ่มเพาะทักษะในอนาคต ทั้งกระบวนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้จริง พร้อมเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกับอุปกรณ์การทดลองวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม
กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากอีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค ในการสร้างสรรค์พื้นที่โรงเรียนบ้านมาบยางพรให้กลายเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ขนาดย่อม เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ ลงมือทำ อย่างสนุกสนาน ผ่านฐานกิจกรรมที่เชื่อมโยงหลักการวิทยาศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยี และพื้นฐานทางวิศวกรรม โดยแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม
- ภารกิจสร้างหอคอย (Straw Tower) เรียนรู้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม การวางแผน คิดเป็นขั้นตอน ทำงานเป็นทีม และแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์
- การต่อวงจรไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน (Basic Circuit) เรียนรู้หลักการทำงานและการต่อวงจรไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน ผ่านการทดลองจริงด้วยวัสดุตัวนำไฟฟ้าที่หลากหลาย
- การควบคุมรถ Mecanum Wheel (Robot Engineering) เรียนรู้หลักการควบคุมและบังคับทิศทางรถ Mecanum พร้อมประยุกต์ใช้แนวคิดด้านวิศวกรรม ผ่านการออกแบบสิ่งกีดขวางจาก LEGO และควบคุมรถให้เคลื่อนที่ผ่านเส้นทางที่กำหนด
นายทาคาฮารุ เอกุจิ ประธานบริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริค ไทย ออโต้-พาร์ท จำกัด กล่าวว่า “จังหวัดระยองถือเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของ Mitsubishi Electric เพราะเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตที่สำคัญของเรา การนำกิจกรรมห้องเรียนวิทยาศาสตร์สัญจรมาจัดที่โรงเรียนบ้านมาบยางพรในปีนี้ โดยกิจกรรมนี้ได้ริเริ่มขึ้นที่บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2010 และได้นำมาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมห้องเรียนวิทยาศาสตร์โดยมูลนิธิมาเป็นปีที่ 11 แล้ว จึงเป็นความตั้งใจของมูลนิธิฯ ที่จะร่วมสร้างคุณค่า และแบ่งปันโอกาสดี ๆ ให้กับชุมชนที่สนับสนุนเรามาโดยตลอด เราตั้งใจให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการทดลองทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติที่อยู่ภายนอกห้องเรียน โดยเปลี่ยนสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นการทดลองที่น่าตื่นเต้น เพื่อจุดประกายให้เขารู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา นอกจากการให้ความรู้แล้ว สิ่งสำคัญที่เรามุ่งเน้นคือ การฝึกสอนให้เด็ก ๆ กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ และเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะการทดลองอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่สำเร็จเสมอไป แต่ความผิดพลาดเหล่านั้นจะเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ รู้จักตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์ และหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่รายล้อมเราในปัจจุบัน เราเชื่อว่าการมอบ “การศึกษา” คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด การได้เห็นพนักงานมาร่วมเป็นจิตอาสาในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ สะท้อนถึงความผูกพันและพันธกิจของเราที่พร้อมจะเติบโตและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนไปพร้อมกัน”
ทางด้าน น้องเทนนิส – ด.ช. ปุนณวัฒน์ ปัญจิต ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านมาบยางพร เล่าถึงความประทับใจว่า “ขอบคุณ Mitsubishi Electric มาก ๆ ครับที่จัดกิจกรรมดี ๆ อย่างกิจกรรมห้องเรียนวิทยาศาสตร์ให้ได้ทำอะไรที่สนุก ๆ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบภารกิจสร้างหอคอย (Straw Tower) มาก ๆ ครับ เพราะได้รู้จักการทำงานเป็นทีม มีความสามัคคี ดีใจและมั่นใจในการออกแบบมาก และเป็นผลงานที่ทางผู้บริหารเลือกด้วย”
ในส่วนของ น้องเอิร์น – ด.ญ. จิราวรรณ ไปดง ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านมาบยางพร เล่าว่า “วันนี้ได้ประสบการณ์ดี ๆ ได้ความรู้ ความสนุก ได้คิด ได้ทดลองอะไรหลาย ๆ อย่าง ชอบทุกภารกิจเลยค่ะ ภารกิจสร้างหอคอย การต่อวงจรไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน และก็การควบคุมรถบังคับโรบอต ขอบคุณ Mitsubishi Electric มาก ๆ เลยค่ะ ที่มาจัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ให้พวกเรา”
กิจกรรม “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” โดยมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย และบริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริคไทย ออโต้-พาร์ท จำกัด ไม่เพียงแต่มุ่งสร้างความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียน มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย หวังว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้พัฒนาความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้และการเติบโตในอนาคต






