วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O เล่ากับ Brand Buffet ภายในจบงานว่า ปีนี้ประสบความสำเร็จคนร่วมงาน 4 วัน เฉลี่ยรวมมากกว่า 100,000 คน บัตรขายหมด 100% ทุกวัน ซึ่งจำนวนคนเข้างานเพิ่มขึ้นราว 40% จากปีที่แล้ว หลังจากลงทุนเปลี่ยนพื้นที่ใหม่จัดกลางเมือง ณ S2O Land (พื้นที่ของอสมท.) ทำให้พื้นที่ใหญ่ขึ้นและการเดินทางสะดวกมากขึ้น ซึ่งเงินสะพัดมากกว่า 400 ล้านบาท (*คำนวณจากค่าบัตรเฉลี่ย 3500 บาท)
“สำหรับประเด็นเสียงดังทางทีมงานได้ทำตรวจสอบพบว่ามีเสียงดังจากงานอื่นๆพร้อมกันด้วย แต่ได้ให้ความร่วมมือทำการปรับลดเสียงเพิ่มเติมเพื่อลดการรบกวนให้ผู้อาศัยโดยรอบอย่างทันที”

วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา
“ความท้าทายของงานปีนี้ คือ คนภายในงานบอกว่าเสียงเพลงเบาไป แต่ขณะเดียวกันคนนอกงานบอกว่าเสียงดังเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเอาไปปรับปรุงหาทางแก้ไขกันต่อ ทำให้คนในงานและคนรอบข้างแฮปปี้”
สำหรับสถานที่ปีหน้าจัดที่ไหนต้องเก็บฟีดแบ็คอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนคน การเดินทาง และ เสียง อาจจะกลับไปรัชมังคลา หรือ ที่ S2O Land ตรงอสมท. ยังไม่ได้ตัดสินใจ พร้อมกับวางเป้าใหม่หากต้องการเป็น Festival อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องเพิ่มเวที 2-3 เวที และความหลากหลาย เพื่อให้กลายเป็น Coachella แห่งเอเชีย
นอกจากนี้ยังมีแผนเตรียมต่อยอดกิจกรรมอื่นๆกับพาร์ทเนอร์ ในการพื้นที่แห่งนี้จัดงานด้วย เพราะถือสิทธิ์สถานตรงอสมท.อยู่ถึงสิ้นปีนี้
ส่วน K2O ปีนี้ จำนวนคนเข้างาน 18,000 คน ถือเป็นการเรียนรู้ปีแรก สำหรับอยากให้คนที่ชื่นชอบ K-POP ได้มาเอ็นจอยกับงานสงกรานต์ด้วย แต่ปีหน้ากำลังมีแนวคิดจัด Zoning โซนเปียก-แห้ง โซนสำหรับเยาวชน หรือโซนสำหรับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการคัดเลือกศิลปินให้โดนใจมากกว่าเดิม
ปีนี้กระแสสงกรานต์ในไทยดังมากไปทั่วโลกอีกครั้งนึง ซึ่งมาพร้อมกับกระแสของงานงานเฟสติวัล Coachella ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสงกรานต์ไทยกลายเป็น World Destination อย่างแท้จริงไปด้วย ดังนั้นช่วงเมษายนจะมี 2 งานใหญ่ระดับโลกพร้อมกัน
“เรา S2O ภาคภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำให้คนทั่วโลกมา Fever สงกรานต์ที่บ้านเราได้ และจากกระแสในโซเซียลคงต้องเตรียมตัวรับจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งเพิ่มจำนวนจาก 30,000 เป็น 40,000 ต่อวัน” วู้ดดี้ สรุปท้าย





