หลังถูกถามมานานกว่า 10 ปี ว่า ทำไม? ถึงไม่ทำร้านอาหารญี่ปุ่นออกมา ล่าสุด ไมเนอร์ ฟู้ด ก็ได้คลอดแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือแบรนด์แรกออกมาในนาม “The Stone” ร้านอุดงหม้อหินร้อน แบรนด์ลำดับล่าสุดที่ออกมาเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญใน Strategic Portfolio ไปพร้อมกับการประกาศเปลี่ยนผ่านองค์กรจาก ‘Operator’ สู่ ‘Innovator’ อย่างเต็มรูปแบบ
Brand Buffet พาไปเจาะลึกกลยุทธ์เบื้องหลังทำไมต้องเป็น “อุด้งหม้อหินร้อน” และทำไมไมเนอร์ถึงกล้าบุกตลาดที่ใครๆ ก็บอกว่า Red Ocean
ทั้งนี้หากมองมาที่มูลค่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยปัจจุบันมีมลูค่ากว่า 50,000ล้านบาท มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศ และยังในช่วง Mature Market ซึ่งผู้บริโภคไม่ได้มองหาร้านใหม่จำนวนมาก แต่เลือกแบรนด์ที่มีความแตกต่างและมีคุณค่าเชิงประสบการณ์มากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ดีแม้ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยอาจเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว แต่ยังเปิดโอกาสอย่างมากสำหรับแบรนด์ที่กล้าคิดต่าง ในขณะที่ตลาดแบ่งเป็น Traditional Japanese Dining และ Premium Japanese Dining ช่องว่างที่ยังเปิดอยู่คือ Experience-driven Japanese Dining ในระดับราคาที่เข้าถึงได้และทันสมัย
“The Stone” บุกร้านอาหารญี่ปุ่น กับเหตุผลทำไม? ต้อง “อุด้งหม้อหินร้อน”
คุณอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่เราเลือกมาเปิดตอนนี้เพราะเราไม่อยากไปแข่งขันกับ Traditional Japanese Cuisine ที่แข็งแกร่ง แต่วิธีของไมเนอร์ฯ คือการศึกษาตลาด เพื่อพัฒนาแบรนด์เข้ามาแข่งขัน ซึ่งเป็นการศึกษาและใช้ประสบการณ์ที่เรามีมาจนเกิดเป็น เพราะต้องการการทำตลาดที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ ส่วนการเข้ามาในตลาด”
แม้ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยอาจเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว แต่ยังเปิดโอกาสอย่างมากสำหรับแบรนด์ที่กล้าคิดต่าง ในขณะที่ตลาดแบ่งเป็น Traditional Japanese Dining และ Premium Japanese Dining ช่องว่างที่ยังเปิดอยู่คือ Experience-driven Japanese Dining ในระดับราคาที่เข้าถึงได้และทันสมัย นอกจากนี้แบรนด์ที่มีคอนเซปต์ชัด กล้าตีความอาหารญี่ปุ่นในมุมใหม่ กลับยังเติบโตได้ นี่สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ปิด แต่กำลังเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้สร้างการเติบโต
“ผู้บริโภคไทยไม่ได้มองอาหารญี่ปุ่นเป็นเรื่องใหม่อีกต่อไป จากประสบการณ์กว่า 10-20 ปี ทำให้คนมีความรู้ เข้าใจรสชาติ และเปรียบเทียบแบรนด์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ ร้านที่เหมือนเดิม ไม่สามารถดึงดูดได้ง่าย และถูกคัดออกจากตลาดอย่างรวดเร็ว”
“The Stone” จึงถูกพัฒนาออกมาในแบบ “อุด้งหม้อหินร้อน”โดยเน้นเจาะตลาด Premium Mass โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Moment of Eating ที่แตกต่าง ผ่าน Brand Character ที่มีความเท่ (Cool), มั่นใจ (Strong & Bold) และเป็นกันเอง (Friendly) เพื่อดึงดูดกลุ่ม Young Professionals และ Social Seekers ที่ชอบแชร์ประสบการณ์ใหม่ๆ ลงโซเชียลมีเดีย โดยดึงจุดเด่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาตีความใหม่ (Reinterpret) รวม 5 องค์ประกอบหลักไว้ในที่เดียว ได้แก่ เส้นอุด้งระดับพรีเมียม, ความร้อนจากหม้อหิน ,รสชาติซุปที่ลุ่มลึก ,เครื่องเคียงแบบไม่อั้น และความคุ้มค่าคุ้มราคา
1. Experience: ครั้งแรกกับการเสิร์ฟอุด้งใน “หม้อหินร้อน” ที่รักษาอุณหภูมิความอร่อยไว้ได้เป็นอย่างดีพร้อมสร้างประสบการณ์ผ่านเสียงน้ำซุปเดือดและไอร้อนที่กระตุ้นประสาทสัมผัสตั้งแต่วินาทีแรกที่วางบนโต๊ะ
2. Udon Variety: ตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลายด้วยเส้นอุด้ง 3 สไตล์ในร้านเดียว ได้แก่ Inaniwa (เส้นแบนเรียบเนียน), Sanuki (เส้นเหลี่ยมเหนียวนุ่ม) และ Mochi Udon (เส้นหนานุ่มพิเศษเคี้ยวเพลิน)
3. Modern Broth: ฉีกกฎซุปอุด้งแบบเดิมๆ ด้วยตัวเลือกน้ำซุปที่มีทั้งซุปใส (Non-Spicy / Clear Broth), ซุปข้น (Rich / Creamy Broth) และซุปเผ็ด (Spicy Broth) รสจัดจ้านถูกปากคนไทย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในราคาที่เข้าถึงได้
4. Unlimited side dishes : เครื่องเคียงที่เสิร์ฟไม่อั้น อ 4 อย่าง ได้แก่ สลัดมันฝรั่ง สลัดข้าวโพด กิมจิ และผักโขมน้ำมันงา มาพร้อมกิมจิก้านไชเท้า และโอเด้งทอดกรอบในอุด้งทุกชาม
5. Value for Money : ความคุ้มค่าคือหัวใจสำคัญ โดยเปิดตัวด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 139 บาท พร้อมไฮไลต์เด็ดคือ “เติมเครื่องเคียงได้ไม่อั้น” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มองหาทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า
“เราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแค่ร้านอุด้งที่ดีที่สุดในความหมายเดิม แต่เราจะเป็นแบรนด์ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าอาหารญี่ปุ่นยังสามารถตื่นเต้นได้เสมอ โดยเน้นจุดแข็งความเป็นร้านอุด้งที่เสิร์ฟพร้อมประสบการณ์สุดพิเศษ และยังตอบโจทย์คนไทยยุคใหม่ที่ไม่ได้ต้องการแค่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความคุ้มค่า คุ้มราคา ”
นำร่องสาขาแรก “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” พร้อมสยายปีก 100 สาขา ใน 5 ปี
ทั้งนี้ “The Stone” สาขาแรกนำร่องทดลองตลาดที่ เซ็นทรัล ปินเกล้า อีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพสูง มีกลุ่มลูกค้าทั้งคนรุ่นใหม่ ครอบครัว ตลอดจนวัยกลางคนอยู่มาก ซึ่งหากยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในระดับ 2 ล้านบาทต่อเดือน มีลูกค้าเข้ามาเกิน 100 บิลต่อวัน หรือมียอดขายต่อบิลเฉลี่ย 300 บาท ถือว่าแบรนด์ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ก็พร้อมจะขยายสาขา 100 แห่งทั่วประเทศ เฉลี่ยจังหวัดใหญ่ๆ ราว 2 สาขาต่อจังหวัด และ 1 สาขาสำหรับจังหวัดอื่นๆ ภายใน 5 ปี อย่างแน่นอน
“หากเรามีจำนวนลูกค้าที่เข้ามาต่อวัน เกิน 100 บิลต่อวัน ถือว่ายอดขายเราเป็นไตปามเป้าหมายเพราะ 1 บิลส่วนใหญ่ลูกค้ามามากกว่า 1 คนแน่นอน”







