HomeBrand Move !!Grab เร่งเครื่อง 2026 ปั้นตลาดใหม่ “คนนอนดึก-นักศึกษา” เปิดตัว Group Ride – AI Shopping เพิ่มการใช้จ่าย

Grab เร่งเครื่อง 2026 ปั้นตลาดใหม่ “คนนอนดึก-นักศึกษา” เปิดตัว Group Ride – AI Shopping เพิ่มการใช้จ่าย

แชร์ :

 

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

แกร็บ (Grab) เปิดกลยุทธ์ 2026 ลุยเจาะเซกเมนต์ใหม่สร้างการเติบโต พร้อมดันฟีเจอร์ “Group Ride – Basket Builder” เพิ่มยอดให้ธุรกิจ เล็งเปิดตัว “สินเชื่อเงินสด” หรือ Quick Cash เจาะกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรกด้วยวงเงิน 20,000 บาท ด้านผู้บริหารชี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งแรง อาจทำให้เงินช่วยเหลือไรเดอร์จำนวน 10 ล้านบาทยืนระยะได้ถึงต้นเดือนเมษายนนี้เท่านั้น

การประกาศกลยุทธ์ปี 2026 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านของ แกร็บ ประเทศไทย โดยคุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงสถานการณ์ในปี 2026 ว่า มีความท้าทายรออยู่มากมาย ทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เติบโตตามคาด รวมถึงประเด็นขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น ผู้บริหารแกร็บ ประเทศไทย ได้เผยว่า ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตที่น่าสนใจในหลายธุรกิจ ได้แก่

  • การเปิดตัว Saver ซึ่งเป็นบริการเรียกรถราคาประหยัด ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ที่พบอัตราการใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 250%
  • ธุรกิจ Mobility เติบโต 19% ขณะที่ยอดการใช้จ่ายต่อลูกค้าหนึ่งคนเพิ่มขึ้น 8%
  • การใช้แกร็บในทุก ๆ วัน (Daily Transacting User หรือ DTU) เพิ่มขึ้น 37%
  • ไรเดอร์ (Active Riders) เติบโต 52%
  • ธุรกิจสินเชื่อเติบโต 40%
  • การจัดส่งอาหารแบบ Saver Delivery โต 77%
  • การสั่งอาหารจากกลุ่ม Expat เพิ่มขึ้น 60% (ส่วนหนึ่งมาจาก Foodpanda ถอนตัวจากตลาดไทยไปในปีที่ผ่านมา โดยลูกค้าของ Foodpanda ส่วนใหญ่เป็น Expat แกร็บจึงทำการทำตลาดเจาะกลุ่มดังกล่าว และสร้างการเติบโตได้ในที่สุด)
  • ส่วนช่วงอีเวนท์คนละครึ่ง พบว่ามีร้าน Orathai Sushi Wang Lang สามารถทำรายได้สูงสุดจากการขายบนแพลตฟอร์ม GrabFood ที่ 1.64 ล้านบาท
  • ธุรกิจ Grab for Business เติบโต 45% โดยลูกค้าส่วนใหญ่มาจากบริษัทที่ปรึกษา, บริษัทเทคโนโลยี, บริษัทโทรคมนาคม, สถาบันการเงิน, ธุรกิจ Hospitality และธุรกิจท่องเที่ยว

ภายในงานประกาศกลยุทธ์ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลจากบริษัทวิจัย Momentum Works ที่มีการศึกษาธุรกิจ On-Demand Food Delivery ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยว่า การสั่งอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นประมาณวันละ 8.5 – 9.5 ล้านออเดอร์ โดยแกร็บ ครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% จากออเดอร์นั้น (สำรวจใน 6 ประเทศได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย)

ส่ง Barbell Strategy 2.0 เจาะทั้ง “แมส-พรีเมียม”

จากปี 2025 มาถึงปี 2026 คุณจันต์สุดาเผยถึงกลยุทธ์ของแกร็บ ประเทศไทยว่า จะมุ่งเน้นใน 3 มิติหลัก นั่นคือ การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง 
(Winning Business Growth) การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) และการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities)

“ในด้านธุรกิจ เราจะเดินหน้ากลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 โดยเน้นสร้างความสมดุลระหว่าง
การเข้าถึงตลาดแมสด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมเพื่อ
จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวต่างชาติ”

นอกจากนั้นยังมีการพัฒนา
ฟีเจอร์ใหม่ เช่น Group Ride สำหรับเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่ม ซึ่งอาจมีการจอดส่งหลายจุด (ปัจจุบันระบบจะคิดค่าใช้จ่ายทุกคนเท่า ๆ กัน  แต่ในอนาคต จะสามารถคิดค่าใช้จ่ายได้ตามระยะทางที่นั่งจริง) Discover ที่ชวนผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังในฐานะ Eatfluencer  รวมถึงฟีเจอร์ Basket Builder ที่ให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพสินค้าที่ต้องการซื้อแล้วระบบจะค้นหาสินค้ามาใส่ในตะกร้าให้อัตโนมัติ (ฟีเจอร์นี้สำหรับบริการ GrabMart) โดยมองว่าจะช่วยลดความยุ่งยากในการสั่งซื้อสินค้าจาก Mart ต่าง ๆ ได้

เปิดเซกเมนต์ใหม่ “คนดูบอลนอนดึก-นักเรียน”

ขณะเดียวกัน ก็มีการรุกตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่เซกเมนต์ใหม่ ๆ ร่วมด้วย โดยกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มคนนอนดึก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการอยู่ในกลุ่มนี้มากถึง 45 ล้านคน และได้มีการเลือก “
สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์” ยูทูบเบอร์เจ้าของช่อง Antihero Thailand มาร่วมเป็นครอบครัว 
Friend of Grab คนล่าสุดเพื่อจับกลุ่มคอบอลด้วย

อีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจก็คือนักเรียนนักศึกษา โดยมีการเปิดตัว GrabForStudent เพื่อรวมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา (คิดเป็นวงเงินราว 9,000 บาท
ต่อปี)

สุดท้ายคือการทดลองเปิดตัว สินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งถือเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไป
เป็นครั้งแรก โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาท
และผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 33%

เดินหน้า GrabForGood ให้ทุนบุตรไรเดอร์ ส่ง AI ช่วยร้านค้า

ในด้านการส่งเสริมความยั่งยืนผ่าน GrabForGood ได้มีการเปิดเผยว่า ทางบริษัทมีการสนับสนุนคนขับ-ไรเดอร์ และพาร์ทเนอร์ร้านค้าใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มทักษะและ
ขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI และโครงการ GrabAcademy และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ

นอกจากนั้น ก็มีการส่งเสริมให้ใช้รถ EV สำหรับคนขับและไรเดอร์, โครงการเพื่อโลกสีเขียว (Green Programme) ที่นำ
เงินบริจาคจากผู้ใช้บริการไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอน และสนับสนุนการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) 
รวมไปถึงการริเริ่มโครงการใหม่อย่าง GrabFood ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก ที่จะร่วมมือกับ Trash Lucky ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารคัดแยกขยะและนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ

ส่วนสุดท้ายคือการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยว 
ด้วยการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ผ่านการจัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี


แชร์ :

You may also like