บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างรายได้รวม 253,165 ล้านบาท เติบโต 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่รายได้พุ่งถึง 71,162 ล้านบาท (+12%) และทำกำไรสุทธิหลังปรับปรุงรวมทั้งปีที่ 7,432 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ชะลอตัว
คุณปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือCRC เปิดเผยว่า “ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันรอบด้านทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว

คุณปเนต มหรรฆานุรักษ์
แต่ยังสามารถรับมือความผันผวนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Multi-category และ Multi-format ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล รวมถึงยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการควบคุมต้นทุน การบริหารโครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องที่มั่นคงและอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น
โดย เซ็นทรัล รีเทล รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) โดยสามารถสร้างรายได้รวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 71,162 ล้านบาท (+12% YoY) พร้อมทั้งสามารถสร้างกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงของทั้งปี 2568 อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท (-6% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 2,729 ล้านบาท (+17% YoY)
หัวใจสำคัญในปี 2568 คือ การปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ของ เซ็นทรัล รีเทล โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ
ไฮไลท์ปี 2568 ของ ซีอาร์ซี ได้แก่
- การปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางรัก
- การเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์รวม 9 แห่ง
- ยกระดับอีก 3 สาขาสู่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์
- โก โฮลเซลล์ เปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง
- ไทวัสดุ ขยายเพิ่ม 3 สาขา
ส่วนธุรกิจในประเทศเวียดนาม
- ขยายสาขาศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! รวม 2 แห่ง รีโนเวทสาขา Flagship 2 แห่ง
ในส่วนของโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
- การเร่งขยายสาขาของออโต้วัน ที่เป็น New Growth Engine เพิ่ม 13 สาขา
- การรุกโมเดลท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด ที่ผสานความครบครันของ TOPS WINE CELLAR, LOOKS และ The Baker เข้าด้วยกัน จนสามารถเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อวันได้ถึง 2 เท่า และดึงทราฟฟิกให้เติบโตแบบก้าวกระโดด
- เพาเวอร์บาย เปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ “Tech Retail Experience” นำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะแบบครบวงจร
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Night Markets และ Outdoor zone เพื่อเป็น Magnet ในการดึง Traffic และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SMEs ในชุมชน
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 1.11 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นเงินปันผลจากกำไรดำเนินงานปกติ 0.53 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า Rinascente ในอิตาลีอีก 0.58 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้หากรวมกับเงินปันผลพิเศษรอบแรกที่จ่ายไปก่อนหน้า จะทำให้ยอดรวมการจ่ายเงินปันผลในปีนี้สูงถึง 1.81 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ยอดเยี่ยมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง






