ถ้าพูดถึง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ภาพจำของหลายคนคือศูนย์กลางการคมนาคมที่เรียกได้ว่าครบครันทั้ง รถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้าบีทีเอส ฯลฯ ที่มีทราฟฟิกหนาแน่นตลอดเวลา จนกลายเป็นอีกย่านที่คึกคักไปด้วยร้านค้า ผู้ประกอบการ ล่าสุดย่านนี้กำลังจะถูกเติมเต็มอีกครั้ง ด้วยมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์ที่จะเปลี่ยนง “จุดพัก” ให้กลายเป็น “จุดเติมพลัง” ที่สมบูรณ์ของคนในย่าน
เมื่อ เซ็นเตอร์วัน (Center One) ผู้คร่ำหวอดและเติบโตเคียงคู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ประกาศก้าวย่างสำคัญครั้งใหญ่ด้วยการปั้นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ “ONN ANU” (ออน อนุ) โครงการรีเทลไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้มาเพื่อเป็นเพียงทางผ่าน แต่คือการสร้าง “หัวใจของการเดินทางในเมืองใหญ่” (Transit Hub) ที่พร้อมโอบรับทุกความต้องการของคนเมืองด้วยแนวคิดที่ล้ำสมัยและดีไซน์ ที่พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ 7 โมงไปจนถึงตี 2
Onn To Recharge, Off to the City เมื่อชีวิตเมืองต้องการที่พักใจ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Onn To Recharge, Off to the City” โครงการ ONN ANU ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโอเอซิสของคนเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิต (Uplift Wellbeing) ให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบในทุกวัน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00 น. ไปจนถึง 02.00 น. เพื่อตอบรับทุกจังหวะชีวิต ตั้งแต่มื้อเช้าอันสดใสของนักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงมื้อดึกเพื่อการผ่อนคลายของบุคลากรทางการแพทย์และคนทำงานกะดึก
คุณรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “เราใช้ประสบการณ์กว่า 30 ปีในการบริหารเซ็นเตอร์วัน มาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา ONN ANU เราไม่ได้มองแค่การสร้างศูนย์การค้า แต่เรากำลังสร้างพื้นที่ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในย่านนี้อย่างลึกซึ้ง โดยครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างประสบการณ์อันยาวนาน เข้ากับวิสัยทัศน์ของทีมบริหารเจเนอเรชั่นที่สอง ที่นำเอาวิธีคิดแบบ Data-driven เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ทำให้โครงการนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ”
เจาะอินไซต์คนย่านอนุสาวรีย์ฯ “มากกว่าแค่ทางผ่าน คือพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ”
ทั้งนี้จากการทำ Market Research พบว่า อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นหนึ่งในย่านที่มีคนใช้ชีวิตหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ กว่า 40% เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เกือบทุกวัน โดยประมาณ 1 ใน 4 เข้าใช้บริการศูนย์การค้าในย่านนี้มากกว่า 10 ครั้งต่อเดือน โดยมีผู้สัญจรผ่านจุดอินเตอร์เชนจ์ (ทราฟฟิกโดยรอบ) นี้กว่า 200,000 คนต่อวัน ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 40% เดินทางเข้ามาในพื้นที่แทบทุกวัน และมีกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ถึง 25% ที่เข้าใช้บริการศูนย์การค้าในย่านนี้มากกว่า 10 ครั้งต่อเดือน
อีกหนึ่งอินไซต์สำคัญที่พบคือ ผู้คนในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตัวเลือกร้านอาหาร หรือร้านดังในกระแสเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องการ ‘พื้นที่พัก’ ที่ทำให้สามารถหยุดพักจากความเร่งรีบของการเดินทาง และการทำงานได้จริง ONN ANU (ออน อนุ) จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะโครงการรีเทลไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ครอบคลุมอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเอนเตอร์เทนเมนท์ พร้อมเสริมร้านและกิจกรรมต่างๆ ให้ได้สัมผัสวิวของอนุสาวรีย์ชัยฯ ในยามค่ำคืน
ด้านคุณนราชัย ไกรจิรโชติ ผู้จัดการโครงการและผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้บริหารเจเนอเรชั่น 2 กล่าวเพิ่มเติมถึงอินไซต์สำคัญว่า “คนในย่านนี้ไม่ได้มองหาร้านอาหารดังในกระแสเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขามองหา ‘พื้นที่พัก’ (Breathing Space) ที่จะช่วยให้เขาได้หยุดพักจากความเหนื่อยล้าของการเดินทางและงานที่รัดตัว ONN ANU จึงถูกพัฒนามาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น เราผสานงานดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับพื้นที่สีเขียว และการคัดสรรร้านค้า (Tenant Mix) ที่ไม่ได้มีแค่ร้านอาหาร แต่ยังมีไลฟ์สไตล์และเอนเตอร์เทนเมนท์ ที่สำคัญคือผู้มาเยือนจะได้สัมผัสทัศนียภาพอันสวยงามของอนุสาวรีย์ชัยฯ ในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นวิวระดับ Iconic ที่หาไม่ได้จากที่ไหน”
“5 RE” กลยุทธ์เติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ
การเปิดตัวครั้งนี้ ONN ANU มุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจของทุกคนผ่านกลยุทธ์ “5 RE” ที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต:
- Recharging: สถานีเติมพลังด้วยร้านอาหาร เครื่องดื่ม และขนมแบรนด์ดังที่คัดสรรมาเพื่อความสะดวกและรวดเร็วบนทำเลศักยภาพ
- Restyling: ปรับลุคให้ดูดีในทุกช่วงเวลา ด้วยร้านค้าแฟชั่นและความงามที่คัดมาแล้วว่าตอบโจทย์ความเร่งรีบแต่ยังคงความเป๊ะ
- Reenergising: ชาร์จพลังความสุขด้วยเอนเตอร์เทนเมนท์และกิจกรรมสนุกๆ ให้ทุกก้าวที่ออกจากที่นี่เต็มไปด้วยพลังบวก
- Refilling: สะดวกสบายกับการช้อปปิ้งของใช้จำเป็นที่คัดสรรมาเพื่อคนเมืองโดยเฉพาะ ประหยัดเวลาแต่ได้ของคุณภาพ
- Reinspiring: ให้สถาปัตยกรรมและบรรยากาศในโครงการเป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในทุกวันที่มาเยือน
โครงการ ONN ANU ตั้งเป้าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์จากกลุ่ม Hospital Hub, พนักงานออฟฟิศ, นักเรียนนักศึกษา และผู้พักอาศัยในย่านรอบนอกที่ต้องสัญจรผ่านจุดเชื่อมต่อนี้ ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายแบบ CBD (Central Business District) มาไว้ใกล้ตัว โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองโดย ONN ANU พร้อมเปิดให้บริการไตรมาสที่ 3 ของปี 2569







