
แต่ก็มีปัจจัยบวกจากการก้าวขึ้นเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ ในฐานะ Global Safe Zone และ Second Home เป็นปัจจัยผลักดันความต้องการที่อยู่อาศัย รวมทั้งอสังหาฯ ในกลุ่มอื่นๆ ให้เติบโต
ปี 2569 “ออริจิ้น” เข้าสู่ปีที่ 17 ช่วง 6 ปีแรกจนถึงเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 11 ปีก่อน มีเพียงธุรกิจคอนโดมิเนียม จากวิสัยทัศน์กระจายธุรกิจ เพื่อบริหารความเสี่ยงและหาโอกาสใหม่
ปัจจุบัน “ออริจิ้น” ไม่ใช่ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย (บ้านและคอนโด) เพียงอย่างเดียว แต่ใช้กลยุทธ์ Diversify ธุรกิจใหม่ๆ ใน 5 กลุ่มหลัก ประกอบไปด้วย ที่อยู่อาศัย, โรงแรม, สำนักงานเช่า, คลังสินค้า และธุรกิจบริการ
“ออริจิ้น” เดินหน้าปรับพอร์ตฯธุรกิจ
คุณพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า “วันนี้ออริจิ้นปรับตัว Diversify ธุรกิจได้สมบูรณ์แล้ว สร้างน่านน้ำใหม่ ทรานส์ฟอร์มกระจายพอร์ตโฟลิโอ 5 ธุรกิจหลักได้สำเร็จแล้ว”
โดยปี 2568 ผลประกอบการมีกำไรจากกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่บ้านและคอนโด 45% คือกลุ่มบริการพริโม่ โรงแรม คลังสินค้า สำนักงานเช่า ส่วนกลุ่มที่อยู่อาศัยบ้านและคอนโดมีสัดส่วน 55%
ตั้งแต่ออริจิ้นเข้าตลาดฯ เมื่อ 11 ปีก่อน ได้กำหนดไว้ว่าจะใช้เวลา 10 ปีในการ Diversify สร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ 50% คาดว่าจะทำได้เท่ากันในปี 2569
แผนต่อไปหลังจากนี้ธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่บ้านและคอนโดจะทำกำไรให้ได้ 2 ใน 3 ของพอร์ต นั่นหลายถึงกลุ่มที่อยู่อาศัยจะเหลือ 1 ใน 3 ของพอร์ต เพื่อสร้าง Perfect Portfolio ถือว่าออริจิ้นปรับตัวได้เร็วสุดในวงการอสังหาฯ จากการกระจายรายได้ลดความเสี่ยงจากธุรกิจบ้านและคอนโด ถือเป็นการปรับตัวที่ดีและช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้
เปิดแผน 5 ธุรกิจ ปี2569
สำหรับปี 2569 วางกลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” ใน 5 กลุ่มธุรกิจ ด้วยเป้าหมายยอดขาย 25,000 ล้านบาท รายได้รวม 10,000 ล้านบาท ดังนี้
1. คอนโด
– เปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ ทำเลกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯพัฒนา และโครงการร่วมทุน)
– ปัจจุบันมี Backlog จากโครงการคอนโดที่แล้วเสร็จใหม่ ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ปี 2569 รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการ
– ใช้กลยุทธ์ Pet Friendly ที่ออริจิ้น เป็นผู้นำตลาด โดยมีโครงการเลี้ยงสัตว์ได้ 25 โครงการ จำนวน 4,966 ยูนิต
– คอนโดเพื่อการลงทุน (Investment Property) ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการ “รายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง” บริหารและดูแลโดย HHR (Hampton Hotel & Residence Management) มีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ
– เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ รอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวม 6,300 ล้านบาท โดยมีลูกค้ากว่า 30 ประเทศ อาทิ รัสเซีย ไต้หวัน เมียนมา จีน รวมทั้งลูกค้ากลุ่มใหม่อย่าง โปแลนด์ มองโกเลีย เป็นพอร์ตฯ ลูกค้ากระจายตัว ไม่พึ่งพาชาติใดชาติหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างรายได้ต่อเนื่อง
2. บ้าน
– โครงการบ้านจัดสรรของ “บริทาเนีย” จะเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯพัฒนา และโครงการร่วมทุน)
– ล่าสุดได้เปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ในการบริหารธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multi-functional) โดยมีพื้นที่โชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ด้วยกันในพื้นที่เดียวกัน นำร่อง 5 ทำเล คือ พระราม2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง รวมมูลค่า 1,200 ล้านบาท
3. กลุ่มธุรกิจบริการอสังหาฯ “พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น” วางเป้ารายได้ ปี 2569 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท
4. ธุรกิจโรงแรม “ออริจิ้น โฮเทล” กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
– มีแผนเริ่มเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 โรงแรม มูลค่า 5,915 ล้านบาท อาคารสำนักงานและโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท
– มีแผน Divestment ในปีนี้อีก 4 โรงแรม รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษเพิ่มกว่า 1,300 ล้านบาทให้กับกลุ่มธุรกิจ
– ตามโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ รองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวเป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนาน
5. คลังสินค้า
– แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น หรือ ALPHA ณ สิ้นปี 2568 มีศูนย์กระจายสินค้ารวมทั้งสิ้น 403,859 ตารางเมตร เปิดดำเนินการแล้ว 382,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่า 95%
– ปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท และมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ ขนาดพื้นที่ 211,682 ตารางเมตร ในชื่อ “ALPHA REIT”





