ธนาคารกรุงศรีเปิดความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 พร้อมประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ “One Krungsri” ชี้เป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ของธนาคารและบริษัทในเครือ ผ่านการใช้ฐานข้อมูล, AI และระบบออโตเมชั่นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สำหรับการประกาศแผนธุรกิจปี 2026 ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีขึ้นภายใต้กลยุทธ์ One Krungsri for a Sustainable Future ซึ่งภายใต้แผนดังกล่าว ได้มีการเผยภาพรวมในหลายส่วน รวมถึงความท้าทายในเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่
โดยคุณเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความท้าทายที่รออยู่ในปี 2026 ของประเทศไทยว่า เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงมาก และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนปัญหาด้านการแข่งขันที่ทำให้คาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของ GDP ไทยในปีนี้อาจต่ำกว่า 2%
ซึ่งสำหรับประเทศไทย ผู้บริหารกรุงศรีมองว่า ปีนี้คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลง และทำให้บทบาทของการเป็นธนาคารจึงต้องเป็นพันธมิตรกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

คุณเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
เปิด 5 วาระเร่งด่วน
ทั้งนี้ คุณเคนอิจิ ยามาโตะได้เผยว่า ธนาคารมีการกำหนด 5 วาระเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วย
- การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรื
อนของไทย ให้ประชาชนกลับมามีเสถี ยรภาพทางการเงิน ผ่านแนวทาง 3 ระดับ ได้แก่ การช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต การร่วมมือกับภาครัฐ ในการส่งมาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ ให้ถึงครัวเรือนที่ต้ องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรื อนอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้ สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความรู้ ทางการเงิน - การเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิ
จไทย ให้สามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง - การยกระดับขี
ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุน เชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา - การเร่งขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิ
อากาศ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรู ปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน - การสร้างความเชื่อมั่
นในระบบการเงิน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิ ดขึ้นในระบบการเงินไทย
เปลี่ยนโฉมสู่ ONE Stop Service
นอกจาก 5 วาระเร่งด่วนแล้ว ผู้บริหารกรุงศรียังได้ประกาศยกเครื่อง “แอปพลิเคชันทางการเงิน” ทั้งหมด สู่การเป็น ONE Platform ที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงมีการผนึกกำลังกับสาขา และศูนย์บริการลูกค้า เพื่อให้สามารถบริการได้อย่างไร้รอยต่อด้วย
สำหรับการปรับแอปพลิเคชันของทางธนาคารและบริษัทในเครือ ได้รับการเปิดเผยจากคุณสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยาว่า จะมีการรวมศูนย์ทั้งในส่วน Mobile Application, สาขา และ Contact Center ไปสู่การให้บริการแบบ ONE Stop Service พร้อมยกตัวอย่างแอปพลิเคชันของธนาคารและบริษัทในเครือที่ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 4 แอป ได้แก่ Kept, Go, Uchoose และแอปธนาคารกรุงศรี ว่าในอนาคตจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า (2027)
เช่นเดียวกับสาขาที่ปัจจุบันมีทั้งสาขาของธนาคาร, สาขาของกรุงศรีออโต้ และสาขาของเฟิร์สช้อยส์ ในอนาคตจะมีการทำงานร่วมกันและทำให้แต่ละสาขาสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทได้ด้วย ส่วนงานด้าน Contact Center ที่ในปัจจุบันแยกให้บริการ 3 หน่วยงาน ในอนาคต ผู้ใข้บริการก็จะสามารถโทรเข้ามาได้ที่เบอร์เดียว และบริหารจัดการร่วมกันภายใต้ Data ชุดเดียว

คุณสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ด้านคุณสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ก็ได้กล่าวถึงโปรเจ็คจูปิเตอร์ ซึ่งเป็น Core Banking ใหม่ของธนาคาร ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า โดยระบุว่า จะช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานบนอุปกรณ์ดิจิทัลมีความเป็น Human-Centric มากขึ้น และลดความยุ่งยากให้ลูกค้าในการใช้บริการธนาคาร รวมถึงในอนาคตจะเปิดให้กับพาร์ทเนอร์ของธนาคารใช้งานได้ด้วย เพราะมองว่า พาร์ทเนอร์ของธนาคารก็ควรให้บริการลูกค้าได้แบบทันท่วงทีเช่นกัน
คุณสายสุนีย์ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เฟสต่อไปของโปรเจ็คจูปิเตอร์คือการสร้างระบบออโตเมชั่น และรวมสิ่งต่าง ๆ ให้อยู่ใน One Platform ซึ่งจะทำให้กรุงศรีปรับตัวได้เร็วขึ้น และสามารถตรวจจับ Fraud ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นด้วย
ดึงองค์ความรู้ “ญี่ปุ่น” ช่วยธุรกิจไทยรับมือภัยพิบัติ
คุณเคนอิจิยังได้กล่าวถึงอีกหนึ่งความท้าทายของภาคธุรกิจไทย นั่นคือภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไทยอาจไม่เคยเจอมาก่อน เช่น แผ่นดินไหว หรือเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ – ภาคเหนือที่สร้างความสูญเสียอย่างมากต่อภาคเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า ประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทจำนวนมากที่มีองค์ความรู้ในการจัดการภัยพิบัติต่าง ๆ และจะมีการดึงบริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นมาร่วมแบ่งปันให้กับบริษัทในไทยต่อไป โดยใช้จุดแข็งจากเครือข่ายของ MUFG ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกรุงศรีในการสนับสนุนดังกล่าว
มุมมองปี 2026 และเป้าหมายระยะยาว
สำหรับเป้าหมายการเติบโตขององค์กร ปี 2026 กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่ 4.0–4.3% โดยที่ NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s%
นอกจากนั้น ยังมีการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาทด้วย
ฝากรัฐบาลใหม่ “คนป่วยแห่งเอเชีย” รักษาได้
คุณเคนอิจิยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญด้วยว่า แม้สื่อตะวันตกอย่าง Financial Times จะกล่าวว่าไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย แต่ในมุมของเขาไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ไทยยังมีความแข็งแกร่งในหลายด้าน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน และจากข้อมูลของ BOI ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่มาลงทุนในไทยมากเป็นอันดับ 4 โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น ค่ายโตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ และภาคธุรกิจยังมองไทยเป็นฮับที่สำคัญของภูมิภาค
อย่างไรก็ดี หลายประเทศรอบ ๆ ไทย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ก็พบว่ามีความพยายามที่จะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่นกัน ซึ่งอยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ ในการหามาตรการกระตุ้นที่น่าสนใจ ซึ่งเชื่อว่าจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติได้ไม่แพ้กัน
“ไทยยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ให้กับหลาย ๆ บริษัทในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่สิงคโปร์ ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่บอกว่าไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย จึงอาจไม่ร้ายแรงดังที่กล่าวหา และเรารู้ว่า สาเหตุของโรคมาจากอะไร และโรคดังกล่าวมี long-term treatment ที่สามารถรักษาอาการป่วยนี้ได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า มันไม่ง่าย สิ่งที่กรุงศรีคาดหวังคือ อยากเห็นมาตรการที่แก้โรคได้จากฐานรากจริง ๆ ไทยจะได้หลุดจากกับดักความป่วยนี้”
อย่างไรก็ดี คุณเคนอิจิกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สิ่งที่จะแก้โรคนี้ไม่ง่าย และญี่ปุ่นก็เจอสถานการณ์นี้เช่นกัน







