ต้องยอมรับว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2025 ที่ผ่านมามีหลายประเด็นที่น่าจับตา หนึ่งในนั้นคือเรื่องของ “รายได้” โดยมีตัวเลขจากการ์ทเนอร์ (Gartner) พบว่า Nvidia ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมชิปจากสหรัฐอเมริกาสามารถทำรายได้มากถึง 125,703 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.96 ล้านล้านบาท) แซงหน้าเบอร์สองของตลาดอย่าง Samsung ขาดลอยกว่า 53,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (Samsung ทำยอดขายไว้ที่ 72,544 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.29 ล้านล้านบาท)
ไม่เพียงเท่านั้น ยอดขายของ Nvidia ในปี 2025 ยังถูกจับตาจากทุกฝ่ายในฐานะบริษัทที่ทำยอดขายชิปได้เกิน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการเติบโตดังกล่าว
ทั้งนี้ หากมองย้อนไปในปี 2024 ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ของ Nvidia อยู่ที่ 76,692 ล้านเหรียญสหรัฐ และเติบโตขึ้นอย่างมากในปี 2025 โดยครองส่วนแบ่งตลาดไว้ถึง 15.8% (คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 63.9%)
ขณะที่ Samsung เติบโตไม่เร็วเท่า โดยยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัทในปี 2024 อยู่ที่ 65,697 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 72,544 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 ครองส่วนแบ่งตลาดได้เพียง 9.1% หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 10.4% และทำให้เกิดช่องว่างขนาด 53,000 ล้านเหรียญสหรัฐเอาไว้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ขอบคุณภาพจากการ์ทเนอร์
นอกจากนี้ การ์ทเนอร์ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงรายได้ของ Samsung ด้วยว่า แม้จะมีรายได้หลักมาจากชิปหน่วยความจำ (เพิ่มขึ้น 13%) แต่รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่หน่วยความจำกลับลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าด้วย
“อินเทล” เติบโตลดลง
ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ยังพบด้วยว่า ในบรรดาผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชื่อดัง มีอยู่หนึ่งรายที่ “เติบโตลดลง” นั่นคือ อินเทล (Intel) โดยพบว่ายอดขายเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2025 ของอินเทล อยู่ที่ 47,883 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี 2024 ที่เคยทำได้ 49,804 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง 3.9%) และครองส่วนแบ่งตลาดเซมิคอนดักเตอร์ปี 2025 ไว้ได้เพียง 6% เท่านั้น
ขณะที่อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีการเติบโตรองจาก Nvidia ก็คือ Micron Technology บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากสหรัฐอเมริกาที่ทำรายได้ 41,487 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้น 50.2% จากปี 2024 ที่เคยทำรายได้ไว้ที่ 27,619 ล้านเหรียญสหรัฐ
การ์ทเนอร์ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลักดันให้เกิดความต้องการโปรเซสเซอร์ AI, HBM และชิปเครือข่ายระดับสูง ซึ่งในปี 2025 ชิป HBM คิดเป็น 23% ของตลาดชิป DRAM และมียอดขายทะลุ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐไปแล้วเรียบร้อย ขณะที่โปรเซสเซอร์ AI มียอดขายทะลุ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และภายในปี 2029 คาดการณ์ว่าชิป AI จะครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดเซมิคอนดักเตอร์เกินกว่า 50% ด้วย
คุณราจีฟ ราจพุต (Rajeev Rajput) นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และส่วนประกอบด้านเครือข่าย ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยในปี 2025 คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายรวม และมีแนวโน้มครองตลาดนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าในปีนี้ ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ”




