LINE เปิดตัว 3 ฟีเจอร์ใหม่รับปี 2026 โดยประกอบด้วยฟีเจอร์ “ปฏิทิน” หรือ LINE Calendar ที่สามารถเพิ่มการนัดหมายจากแชทลงไปในปฏิทินได้ทันที พร้อมอีก 2 ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่าง ‘Phishing Site Detection’ และ ‘LINE Safety Check’
สำหรับที่มาของฟีเจอร์ปฏิทินพบว่ามาจากพฤติกรรมที่ผู้ใช้จำนวนมากมีการนัดหมายอยู่ในแชท แต่สุดท้ายลืมบันทึกลงปฏิทิน หรือมีตารางกระจัดกระจายอยู่หลายแอป LINE จึงพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อให้สามารถจบการนัดหมายได้ในที่เดียว ไม่ต้องสลับไปใช้งานแพลตฟอร์มอื่น โดยผู้ใช้สามารถสร้างตารางนัดหมายได้ทันทีจากหลากหลายจุดในแอป ไม่ว่าจะผ่านลิงก์ในแชท เมนูบริบทของข้อความ เมนูในห้องแชท หรือเมนูหลักของแอป ช่วยให้การนัดหมายเกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์ และเชื่อมต่อกับบทสนทนาโดยตรง
ในด้านการจัดการ ผู้สร้างสามารถแก้ไข ลบ หรือปรับรายละเอียดได้ตลอดเวลา เลือกสีตามประเภทนัดหมาย จัดกลุ่มตารางตามหมวดงานหรือชีวิตส่วนตัว หรือกลุ่มตามห้องแชทต่าง ๆ ได้ พร้อมตั้งค่า Reminder แจ้งเตือนล่วงหน้า อีกทั้งยังสามารถเลือกมุมมองการแสดงผลแบบ “ปฏิทิน” หรือ “รายการนัดหมาย” รวมถึงกรองเฉพาะบางกลุ่มได้ด้วย
ทั้งนี้ ฟีเจอร์ ‘ปฏิทิน’ จะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานบน LINE เวอร์ชัน 26.3.0 ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป (การทยอยเปิดใช้งานอาจใช้ระยะเวลาครอบคลุมผู้ใช้ทั้งหมดในประเทศไทย) โดยรองรับการใช้งานบนมือถือ และยังไม่รองรับบน Desktop
เสริมเกราะป้องกันภัยออนไลน์ด้วย ‘Phishing Site Detection’
ในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้ LINE ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Phishing Site Detection หรือระบบตรวจจับเว็บไซต์หลอกลวง ซึ่งช่วยคัดกรองและแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้กดลิงก์ที่อาจเป็นอันตรายจากในแชท
เมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยง หน้าจอจะแสดงคำเตือนก่อนเปิดเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้พิจารณาอย่างรอบคอบ ลดโอกาสตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ที่เมนู “ตั้งค่า” ภายใต้ส่วนแชท พร้อมเปิดฟีเจอร์ “แสดงตัวอย่างลิงก์” และ “ตรวจจับเว็บไซต์หลอกลวง” เพื่อการปกป้องที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น
‘LINE Safety Check’ สื่อสารสถานะความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
ส่วนอีกหนึ่งฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยคือ ‘LINE Safety Check’ ที่พัฒนาร่วมกับหลากหลายหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยให้การสื่อสารในช่วงเวลาวิกฤติเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และมีข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง LINE จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว พร้อมแสดงแบนเนอร์แจ้งเตือนภายในแอป
ผู้ใช้ในพื้นที่สามารถเลือกสถานะของตนเองได้ทันทีว่า “ปลอดภัย” หรือ “ได้รับผลกระทบ” เพื่อให้ครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิดรับทราบสถานะโดยไม่ต้องส่งข้อความหรือโทรสอบถามซ้ำ ๆ ช่วยลดความตื่นตระหนก และทำให้การสื่อสารในช่วงเวลาสำคัญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง







