โรงพยาบาลเฉพาะทาง (Specialized Hospital) ในประเทศไทย เป็นตลาดที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากเศรษฐกิจสูงวัยที่กำลังโตวันโตคืน และหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ โรงพยาบาลด้านการรักษากระดูก และข้ออย่าง “ข้อดีมีสุข” หรือ “kdms” ที่เปิดให้บริการมา 4 ปี แต่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยมารับการรักษากว่า 120,000 คนแล้ว ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในไทยก็มีแผนกที่ดูแลเรื่องข้อและกระดูกให้บริการอยู่แล้ว
แล้ว kdms ทำอย่างไรให้โรงพยาบาลแตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไปที่มีแผนกข้อและกระดูก จนสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น ตามมาฟังวิธีคิดจาก “นพ.ธนพล หวังธีระประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการ และ “นพ.กรกช ธรรมผ่องศรี” ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms พร้อมกลยุทธ์รุกตลาดที่ต้องการเป็นเบอร์ต้นๆ ด้านการรักษาข้อและกระดูกในภูมิภาคอาเซียน
จุดเริ่มต้นที่มาจากการเห็นเทรนด์และช่องว่าง
นพ.ธนพล เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโรงพยาบาล kdmsเกิดจากการมองเห็นเทรนด์การเติบโตของโรงพยาบาลในต่างประเทศที่มักมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น โรงพยาบาลด้านหัวใจ และโรงพยาบาลด้านกระดูก ทั้งยงพบว่าผู้บริโภคชาวไทยมองหาการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนั้นจริงๆ จึงเชื่อว่าเทรนด์โรงพยาบาลเฉพาะทางในไทยจะเติบโตเช่นกัน บวกกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในไทยยังไม่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลทั่วไปที่มีแผนกข้อและกระดูกให้บริการเท่านั้น จึงเห็นช่องว่าง และตัดสินใจปลุกปั้นโรงพยาบาล kdms ขึ้นในปี 2565

“นพ.ธนพล หวังธีระประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการ และ “นพ.กรกช ธรรมผ่องศรี” ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms
และการวางตัวเองเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ทำให้จุดสำคัญที่เป็นข้อได้เปรียบของโรงพยาบาล kdms เลยก็คือ การให้บริการที่ครบ ทั้งเรื่องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ โดยปัจจุบันมีบริการครอบคลุมถึง 16 ด้าน เช่น ข้อเข่าและสะโพก กระดูกสันหลัง เวชศาสตร์การกีฬา เท้าและข้อมือ รวมถึงโรคกระดูกพรุน เป็นต้น พร้อมทั้งการดูแลแบบ Group Practice ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงวิธีการรักษาเและเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย
ทั้งหมดก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม kdms ถึงแตกต่างและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด นับตั้งแต่เปิดโรงพยาบาล ปัจจุบันมีผู้ป่วยมารับการรักษาถึง 120,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังกว่า 13,000 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 12% สำหรับผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา นพ.กรกช บอกว่า หลักๆ มี 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนอายุ 20-50 ปีที่มีกิจกรรมแอคทีฟ และกลุ่มออฟฟิศซินโดรม ขณะที่การเติบโตด้านรายได้ตลอด 4 ปีอยู่ที่ 25% ส่วนปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 32%
ลุยขยายสาขา-เพิ่มลูกค้าต่างชาติ
แม้ว่าโรงพยาบาล kdms จะเป็นโรงพยาบาลด้านข้อและกระดูกแห่งแรกในไทย แถมมีการเติบโตอย่างต่อนื่อง แต่ นพ.ธนพล ยอมรับว่า ปัจจุบันมีเพียงสาขาเดียว ทำให้การรับรู้ยังจำกัด ส่วนใหญ่เป็นการบอกต่อปากต่อปาก และความเชื่อมั่นในคุณภาพการรักษาของทีมแพทย์ ปีนี้จึงต้องการรุกหนักมากขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
โดยกลยุทธ์สำคัญที่จะนำมาใช้รุกตลาดคือ การขยายสาขาเพิ่มอีก 1 สาขาในย่านราชพฤกษ์ โดยใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท คาดเปิดให้บริการกลางปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าในย่านฝั่งธนมากขึ้น รวมถึงขยายฐานลูกค้าชาวต่างเพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็น 20-30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Expat
“เราอยากเป็นโรงพยาบาลด้านกระดูกและข้อที่มีฐานลูกค้าอาเซียนในอันดับต้นๆ” นพ.ธนพล ย้ำเป้าหมายต่อไปของ kdms ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะองค์ความรู้ทางการแพทย์ของไทยไม่แพ้ใครในอาเซียน แต่การจะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ นอกจากการโฟกัสลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือ การต่อยอดองค์ความรู้ให้แพทย์เพิ่มขึ้น เช่นจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษากระดูกสันหลัง ก็เพิ่มความรู้ด้านการรักษาเท้า เป็นต้น
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






