HomeBrand Move !!Big C ร่วมทุน “ช่องวัน” ลงทุนโปรดักชั่นสตูดิโอ ผลิตละคร-ซีรีส์-หนัง ชูเครื่องมือสื่อสารแบรนด์-โอกาสสร้างรายได้ธุรกิจบันเทิง

Big C ร่วมทุน “ช่องวัน” ลงทุนโปรดักชั่นสตูดิโอ ผลิตละคร-ซีรีส์-หนัง ชูเครื่องมือสื่อสารแบรนด์-โอกาสสร้างรายได้ธุรกิจบันเทิง

แชร์ :

จากจุดเริ่มต้นความร่วมมือ Big C และช่องวัน ในปี 2568 ผ่านกลยุทธ์ Retailtainment  สื่อสารแบรนด์ Big C ผ่านเนื้อหาละคร “ตามหารักที่เธอลืม” สร้าง Storytelling ให้การช้อปปิ้งที่ Big C เป็นมากกว่าการใช้จ่าย แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชีวิต

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ผลลัพธ์ของความร่วมมือโปรเจกต์แรก Big C สร้างแบรนด์ให้ดูทันสมัยและเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น จากเดิมลูกค้าหลักคือวัย 30-40 ปี ยอดขายในแผนกอาหารสด อาหารทะเลเติบโต 100% จากพลังของ Branded Content  ส่วน “ช่องวัน” สร้างสถิติละครเรตติ้งสูงของปี 2568

ร่วมทุนตั้งโปรดักชั่นสตูดิโอรุกธุรกิจบันเทิง 

ปีนี้ Big C และช่องวัน จึงจับมือกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ภายใต้ชื่อ บริษัท บิ๊ก วัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ด้านธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์หลากหลายรูปแบบ เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจค้าปลีกสู่อุตสาหกรรมบันเทิง  โดย Big C (บริษัท บิ๊กซี สตูดิโอ จำกัด) ถือหุ้น 50%  และช่องวัน ถือหุ้น 50%  ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท

คุณอัศวิน และ คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี (BJC Big C) กล่าวว่าการร่วมทุนตั้ง “บิ๊กวัน” เป็นการต่อยอดจากความแข็งแกร่งในธุรกิจค้าปลีกและซัพพลายเชนสู่ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

โดยใช้จุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย คือ Big C เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ 63 จังหวัด มีกลุ่มเป้าหมายแมสทั่วประเทศ มีฐานลูกค้า 22 ล้านคน ส่วน “ช่องวัน” เป็นผู้นำธุรกิจผลิตคอนเทนต์ ที่เข้าใจผู้ชม จากทีมผู้สร้างคอนเทนต์มืออาชีพ ความเชี่ยวชาญด้าน Storytelling ซึ่งเป็นจุดสำคัญทำให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้ชม

“ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่การร่วมทุน แต่เป็นรวมจุดแข็งของ Big C และช่องวัน เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พัฒนาโมเดลธุรกิจผลิตคอนเทนต์ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การทำตลาด และต่อยอดเชิงพานิชย์ ด้วยโมเดล Content Meets Commerce” 

นอกจากนี้ “บิ๊กวัน” จะเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนทำงานในวงการบันเทิง ผู้กำกับ นักแสดง ได้สร้างสรรค์ผลงานที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค ผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตในระยะยาว

Big C ชูคอนเทนต์เครื่องมือการตลาด-สร้างแบรนด์ 

การร่วมทุนจัดตั้ง “บิ๊กวัน” โปรดักชั่น สตูดิโอ ผลิตคอนเทนต์ ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ ตอบโจทย์การทำการตลาดธุรกิจของ Big C ในการใช้เป็นเครื่องมือการตลาด การสื่อสารสร้างแบรนด์ในธุรกิจค้าปลีก ด้วยกลยุทธ์ Retailtainment  เพื่อทำให้แบรนด์ Big C เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแมสทั่วประเทศ และเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่

“คอนเทนต์ เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่แตกต่างจากเครื่องมือสื่อ Traditional อื่นๆ เป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่ Hard Sell แต่เป็นการทำ  Branded Content เพื่อให้แฟนคลับเปิดใจทดลอง เป็นคอนเทนต์ที่มีครีเอทีฟมากขึ้น และกระจายไปได้ทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ” 

Big C วางแผนขยายสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งต่างประเทศ การผลิต “โลคอล คอนเทนต์” แบบไทย จึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือการสื่อสารระดับภูมิภาค (Regional) และระดับโลก (Global) ได้ เพราะสามารถดูคอนเทนต์ได้จากหลากหลายแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่สามารถทำงานร่วมกับ “คู่ค้า” พันธมิตรของ Big C ในการใช้คอนเทนต์สื่อสารแบรนด์ให้กับคู่ค้า ทำให้ทั้งคนไทยและระดับภูมิภาครู้จักแบรนด์ Big C และแบรนด์คู่ค้า ที่สามารถส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศได้ รวมทั้งการหาตลาดใหม่ในต่างประเทศของ Big C  เช่น การเปิดตลาดในสหรัฐ หากต้องการสื่อสารแบรนด์ก็ต้องซื้อบิลบอร์ด แต่หากใช้คอนเทนต์ ก็สามารถสื่อสารได้ทั่วโลก

คุณฐาปณี กล่าวว่า “เรามีภาพฝันอยากมีร้านแฟลกชิป Big C ที่สหรัฐ ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก เพราะมีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก กำลังศึกษาทำร้านแฟลกชิปขนาด 1,500 – 2,000  ตร.ม. อาจจะเห็นในช่วงอีก 2 ปีจากนี้”

โอกาสสร้างรายได้ธุรกิจบันเทิง 

การร่วมทุนทำ “โปรดักชั่นสตูดิโอ” เพื่อสร้างละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์  Big C ยังมองเป็นโอกาสการลงทุนในธุรกิจบันเทิงที่สามารถสร้างรายได้และกำไรกลับมา ปกติมีงบการตลาดอยู่แล้ว การใช้งบนี้มาสร้างรายได้ จึงเป็นการเพิ่ม ROI ของงบการตลาด  อย่างการสร้างภาพยนตร์ Big C มีโรงหนังในหลายสาขาทั่วประเทศที่สนับสนุนธุรกิจของบิ๊กวัน

“บิ๊กวัน” วางเป้าหมายรายได้และกำไร 3 ปีแรก

– ปี 2569  รายได้  59 ล้านบาท  กำไร 3 ล้านบาท

– ปี 2570  รายได้ 206 ล้านบาท กำไร 32 ล้านบาท

– ปี 2571  รายได้  353 ล้านบาท กำไร 80 ล้านบาท

ภายใน 3 ปีแรกหรือในปี 2571 จะมีคอนเทนต์ 5 เรื่อง หลังจากนั้นทำปีละ 2 เรื่อง หากเป็นภาพยนตร์ก็จะมีรายได้จากการขายตั๋ว ทั้งในไทยและต่างประเทศ การขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มต่างๆ เหมือนหนังไทยอื่นๆ ที่ทำตลาดได้ทั่วโลก มองการลงทุนมีรายได้และกำไรตั้งแต่ปีแรก และคืนทุนภายใน 3 ปี

“ช่องวัน”มองโอกาสเจาะตลาดต่างประเทศ

คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความร่วมมือกับ Big C เป็นการใช้ศักยภาพของทั้ง 2 องค์กร เพื่อทำให้ 1+1 ได้ผลลัพธ์มากกว่า 2  จึงตัดสินใจร่วมทุนเปิดบริษัท “บิ๊กวัน” เป็นโปรดักชั่น สตูดิโอ ที่มีกลุ่มเป้าหมายแมสทั่วประเทศ ผลิตละคร ซีรีส์ ไมโครดราม่า ภาพยนตร์  ด้วยโมเดล Content Meets Commerce ที่จะประสบความสำเร็จทั้งสองฝ่าย

คุณนิพนธ์ ผิวเณร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตละคร กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าวิธีคิดการทำคอนเทนต์ ทุกเรื่องจะตั้งต้นจากการวางกลุ่มเป้าหมายก่อน ทั้งผู้ชมและกลุ่มเป้าหมายด้านธุรกิจ จากนั้นจึงทำคอนเทนต์ ที่มีหลากหลายรูปแบบทั้ง ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ หนังสั้น ที่จะเป็นเครื่องมือ (tools) ในการทำการตลาด

นอกจากตลาดไทย ยังมองโอกาสทำคอนเทนต์ ซีรีส์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านความร่วมมือในแต่ละประเทศ ที่ Big C  เข้าไปทำตลาดด้วย

กลยุทธ์การตลาดในยุคนี้ “Brand Trust” เป็นสิ่งที่ต้องมี  ทั้ง Big C และช่องวัน ใช้คอนเทนต์สร้าง Trust ในกลุ่มเป้าหมาย เพราะโลกยุคใหม่หากไม่มี Trust ก็ไม่มีใครอยู่กับเรา เชื่อว่าการทำ Content Meets Commerce จะทำให้เกิด Brand Trust ทำให้คนคิดถึงแบรนด์เราเป็นอันดับแรก

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like