SCBX เปิดตัวรายงาน “thAI Consumer AI Adoption 2026” งานวิจัยเชิงลึกชุดแรกของไทยที่ศึกษาพฤติกรรม ทัศนคติ ความคาดหวัง และความกังวลของผู้บริโภคไทยต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการใช้บริการทางการเงิน เพื่อนำเสนอภาพจริงของ “Thai AI Reality” หวังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับองค์กรไทยในการออกแบบนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน AI บนพื้นฐานความต้องการจริงของผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงความล้ำสมัยของเทคโนโลยี
ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับ AI แต่ยังไม่มั่นใจใช้ AI เชิงลึก
ผลการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคไทยกว่า 90% รู้จัก AI และกว่า 80% เคยใช้งานเป็นประจำ ผ่านแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย เช่น ระบบแนะนำคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล การแปลภาษา หรือระบบอัตโนมัติในแอปพลิเคชันธนาคาร แม้ AI จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอยู่แล้ว แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่เป็น “ผู้ใช้ AI แบบเต็มศักยภาพ”
ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่ม “ใช้แบบจำกัดเพื่ออำนวยความสะดวก” หรือ “เห็นประโยชน์แต่ยังไม่ไว้ใจเต็มที่” ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างสำคัญในตลาดไทยระหว่าง ‘การใช้งานจริง’ และ ‘ความเข้าใจที่แท้จริง’
เปิด 9 โปรไฟล์ผู้บริโภคยุค AI ของไทย
รายงานชิ้นนี้ยังสะท้อนระดับการใช้ ตลอดจนทัศนคติต่อ AI ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เรียงตามลำดับความซับซ้อนของลักษณะการใช้งาน และทัศนคติต่อ AI ได้แก่
- Pro-formance – นักสร้างผลงานด้วย AI (5%) ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างผลลัพธ์และความสำเร็จ
- Life Optimizer – คนใช้ AI ให้ชีวิตง่ายขึ้น (8%) ใช้ AI เพื่อยกระดับชีวิตประจำวันให้ไวขึ้น ฉลาดขึ้น
- Smart Minimalist – ฉลาดแบบพอดี ใช้เท่าที่จำเป็น (36%) ไม่คลั่ง AI แต่ใช้เท่าที่เห็นประโยชน์จริง
- Skeptical Practitioner – เชื่อแต่ไม่วางใจ (34%) เปิดรับ AI แต่ยังระแวงในบางแง่มุม
- Silent Doubter – สงสัยแต่ไม่พูดออกมา (10%) ใช้ AI อยู่ แต่ยังไม่มั่นใจหรือไม่กล้ายอมรับ
- Accidental Adopter – ใช้แบบไม่ได้ตั้งใจ (4%) ใช้ AI โดยไม่รู้เลยว่ากำลังใช้
- Unaware Trialist – ใช้โดยไม่รู้ตัว แต่เริ่มค้นหา (3%) เริ่มอยากเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร
- Curious Speculator – กลุ่มที่จับตาแต่ยังไม่ลอง (0.2%) ขอรอดูทิศทางก่อนลงมือ
- Digital Rejector – สายไม่เอา AI (0.1%) ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ไม่อยากให้ AI เข้ามาแทนมนุษย์
ทั้งนี้ ทาง SCBX ยังเผยต่อไปด้วยว่า สามกลุ่มผู้ใช้หลักที่มีผลต่อการผลักดันและขับเคลื่อน AI ในไทย ได้แก่ 1. Smart Minimalist 2. Life Optimizer 3. Pro-formance แต่จุดที่น่าสังเกตคือมี 2 กลุ่มใหญ่อย่าง Smart Minimalist และ Skeptical Practitioner คิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่า 70% ของผู้บริโภคไทยทั้งหมด จึงเป็นกลุ่มที่องค์กรจำเป็นต้องออกแบบ AI ให้ตรงกับความคาดหวัง รวมถึงตอบโจทย์ความกังวลด้านความปลอดภัย ความง่าย และความโปร่งใส
‘ความปลอดภัย-ความยุ่งยาก’ คือ อุปสรรคใหญ่สุด
ในบริบททางการเงิน รายงานยังชี้ให้เห็นว่า ความกังวลสำคัญของผู้บริโภคไทยเกี่ยวกับการใช้ AI มี 5 ประการ ได้แก่
- การโอนไปยังบัญชีต้องสงสัย ความเสี่ยงทางธุรกรรม (60%)
- กลัวบัญชีถูกล่อลวงจนเงินออมสูญหาย (59%)
- ต้องเทียบสินเชื่อ รีไฟแนนซ์เอง (57%)
- ต้องไล่เช็กโปรโมชันบัตรเครดิตเอง (55%)
- ตัวเลือกในการลงทุนมีมาก / ไม่เข้าใจศัพท์การลงทุน (52%)
ดังนั้น ผู้บริโภคต้องการให้ AI ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดภาระงานซ้ำๆ และทำให้การเงินปลอดภัยขึ้น มากกว่าการเป็นฟีเจอร์ล้ำสมัยที่ใช้งานยาก
คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เปิดเผยถึงที่มาว่า “จุดเริ่มต้นของรายงาน SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026 ฉบับนี้เกิดจากคำถามง่ายๆ แต่สำคัญมากว่า ‘ลูกค้ามองเห็นเราเป็นองค์กร AI-first เหมือนที่เรามองตัวเองหรือไม่?’
เมื่อเรานำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรอย่างก้าวกระโดดตลอดหลายปีที่ผ่านมา พบว่าความเปลี่ยนแปลงจำนวนมากเกิดขึ้นในฝั่งองค์กร แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นในมุมมองของผู้บริโภคด้วยหรือเปล่า เราจึงต้องหยุดและกลับมาศึกษาให้ลึกว่า ผู้บริโภคไทยต้องการอะไรจาก AI จริง ๆ — ไม่ใช่ในแบบที่องค์กรคิด แต่ในแบบที่ลูกค้าของเราต้องการจริงๆ ในชีวิตประจำวันของพวกเขา”
“รายงานนี้ตอกย้ำว่าการเดินหน้าสู่ AI-first Organization ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่เริ่มจาก ความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความคาดหวังของผู้ใช้ เพราะถ้า AI ยังไม่ตอบโจทย์พื้นฐานเหล่านี้ มันก็ยังไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าได้ ที่ SCBX เราเชื่อใน AI ที่ ‘มีความหมาย’ AI ที่ช่วยคลายความกังวล ทำให้ชีวิตการเงินง่ายขึ้น และทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุล เพื่อให้ทุกคนก้าวสู่โลกการเงินยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจจริงๆ”
ด้านคุณญาดา เสรีเศวตรัตน์ Senior Consumer Insights and Market Research Management Expert บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลชิ้นนี้ชี้ชัดว่า ผู้บริโภคไทยใช้ AI อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่การใช้ AI ในการบริหารการเงินเชิงลึกยังต่ำกว่าศักยภาพมาก เพราะพวกเขายังกังวลเรื่องความปลอดภัย ความแม่นยำ และความโปร่งใส
การออกแบบ AI สำหรับตลาดไทยต้องเริ่มจากความเชื่อใจและความเรียบง่าย การมีมนุษย์ร่วมตรวจสอบ หรือ Human-in-the-Loop ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในบริการการเงินที่มีความเสี่ยงสูง หากเราต้องการให้ผู้ใช้ก้าวเข้าสู่การใช้ AI ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ทางการเงิน การจัดพอร์ตลงทุน หรือระบบแนะนำอัตโนมัติ AI ต้อง อธิบายได้ ตรวจสอบได้ และเชื่อใจได้ ก่อน”
3 มิติองค์กรไทยต้องโฟกัสสู่ AI-first Organization
Trust Design – ออกแบบให้ความไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
ทุกบริการควรอธิบายได้ว่าทำไมระบบถึงแนะนำสิ่งนี้ ใช้ข้อมูลอะไร และปกป้องข้อมูลอย่างไร ความโปร่งใสต้องไม่ใช่ส่วนเสริม แต่เป็นคุณสมบัติหลัก
Human Validation – ผสานความเป็นมนุษย์กับเทคโนโลยีให้สมดุลกัน
ผู้บริโภคไทยยังต้องการ ‘เสียงสุดท้ายจากมนุษย์’ ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อในระบบ แต่เพราะเชื่อในการมีส่วนร่วมของมนุษย์อยู่ในวงจร (Human-in-the-loop) จะได้รับการยอมรับที่มากกว่า
Meaningful Simplicity – จัดการความซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย
คนไทยไม่กลัวเทคโนโลยีซับซ้อน แต่กลัวประสบการณ์ที่มนุษย์เข้าไม่ถึง การทำให้ระบบสื่อสารด้วยภาษามนุษย์ เข้าใจภาษาได้หลายสำเนียง หรือเชื่อมต่อบริการต่างๆ อย่างราบรื่น คืออาวุธลับที่แท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดรายงาน “SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026” ฉบับเต็มได้ที่: https://www.scbx.com/th/scbx-exclusive/thai-consumer-ai-adoption/







