HomeBrand Move !!มากกว่าแค่ตัวต่อ LEGO เปิดตัว “Smart Brick” ยกระดับการเล่น-โต้ตอบได้แบบเรียลไทม์

มากกว่าแค่ตัวต่อ LEGO เปิดตัว “Smart Brick” ยกระดับการเล่น-โต้ตอบได้แบบเรียลไทม์

แชร์ :

ในยุคที่เด็กโตมากับ iPad, Roblox และเอไอ ของเล่นรุ่นลายครามอย่าง Lego ก็อาจถึงเวลาปรับตัวเพื่อรักษาเสน่ห์ของการเป็นตัวต่อให้ได้เช่นกัน และภาพเหล่านั้นอาจกำลังปรากฏในมหกรรมด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง CES 2026  เมื่อ Lego ตัดสินใจเปิดตัว Smart Brick ที่ทำให้ตัวต่อ Lego สามารถโต้ตอบกับผู้เล่นได้แบบเรียลไทม์

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

Lego อธิบายถึงเหตุผลของการเปิดตัว Smart Brick ว่า เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยบูรณาการ “การเล่น” ให้สมจริงไปอีกขั้น และมองว่า การฝังชิปตัวเล็ก ๆ ลงไปนั้นช่วยได้มาก เพราะมันช่วยให้ตัวต่อเลโก้สามารถโต้ตอบกับผู้เล่นได้อย่างสมจริง

อะไรอยู่ใน Smart Brick

ภายใน Smart Brick มีชิปต่าง ๆ เช่น เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว, ตัวสร้างเสียง, ตัว Accelerator ฯลฯ และเมื่อทำงานร่วมกับ Smart Tag และ Smart Minifigure (ตัวละครของ Lego) ก็จะทำให้การเล่นนั้น ๆ สามารถโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ตามวิธีการเล่นของเด็ก โดยจะส่งเสียงและแสดงพฤติกรรมตามการเคลื่อนไหว

ยกตัวอย่างเช่น หากต่อเลโก้เป็นเค้กวันเกิด (แล้วใส่ Smart Tags เค้กวันเกิดไว้ข้าง ๆ) เมื่อผู้ต่อทำการเป่าเทียน ก็จะมีเสียงเพลง Happy Birthday ดังขึ้นมา หรือหากต่อเป็นเฮลิคอปเตอร์ (แล้วใส่ Smart Tags เฮลิคอปเตอร์ลงไป) ตอนที่ผู้เล่นบินเฮลิคอปเตอร์ไปมา ก็จะมีเสียงของใบพัดดังออกมาจากตัว Smart Brick ด้วย หรือหากเครื่องบินตก ตัวไฟสีแดงบน Smart Brick ก็จะสว่างขึ้น เป็นต้น ซึ่ง Lego เรียกระบบทั้งหมดนี้รวมกันว่า Smart Play และมองว่า การใส่เทคโนโลยีลงในตัวต่อนี้ไม่ได้ทำให้แบรนด์เสียจุดยืนไปแต่อย่างใด เพราะมันยังเป็นการต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามจินตนาการของผู้เล่น (โดยไม่ต้องพึ่งพาหน้าจอ คลาวด์ กล้องดิจิทัล ฯลฯ)

Smart brick, Smart tag และ Smart Minifigure

เปิดเบื้องหลังการพัฒนา Smart Brick

ในขณะที่ของเล่นอัจฉริยะจำนวนมากต้องพึ่งแอปและหน้าจอ แต่ Lego เลือกที่จะทำให้ตัวต่อฉลาดขึ้น โดยไม่ทำให้เด็ก ๆ ต้องละสายตาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ Lego ไม่ได้คิดเองเพียงลำพัง แต่ได้ลงไปศึกษาความต้องการของเด็ก ๆ ว่าอยากเล่นตัวต่อ Lego อย่างไร และสิ่งที่ Lego พบก็คือ

  • เด็ก ๆ อยากเล่นเลโก้กับเพื่อน (ไม่อยากเล่นคนเดียว)
  • เด็ก ๆ อยากเห็นการโต้ตอบจากตัวต่อที่พวกเขาเล่นด้วย เช่น ถ้าต่อเป็นรถ แล้วเด็กแล่นรถไปข้างหน้า ก็อยากให้มีเสียงบรื้น ๆ ออกมา
  • เด็ก ๆ อยากได้รับประสบการณ์จากการเล่นที่เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งแตกต่างจากของเล่นในอดีตที่การโต้ตอบจากของเล่นจะถูกตั้งค่ามาแล้ว

เมื่อได้อินไซต์เหล่านี้ ทาง Lego ก็รวบรวมทีม Avengers จากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิดีโอเกม นักออกแบบ สถาปนิก โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ มาช่วยกันพัฒนาระบบ Smart Play จนออกมาเป็นตัวต่อเวอร์ชันใหม่ดังที่ปรากฏ

ทำไม Lego ต้องยกระดับการเล่นตัวต่อ

ที่ผ่านมา เรามักเห็นเด็ก ๆ ไปเล่นเกมด้วยกันบนโลกออนไลน์ ขณะที่ในโลกจริง ภาพการเล่นด้วยกันของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้น้อยลงเรื่อย ๆ การพัฒนา Smart Brick จึงอาจเป็นตัวเชื่อมสำคัญ เพราะมันทำให้ Lego กล้าที่จะออกแบบของเล่นที่ดึงให้เด็ก ๆ กลับมาเล่นร่วมกันได้ในโลกจริงอีกครั้ง

นอกจากนี้ การพัฒนาดังกล่าวยังมาพร้อมรูปแบบการโต้ตอบที่หลากหลาย (ขึ้นอยู่กับ Smart Tag ที่มี และ Smart Minifigure ที่เด็ก ๆ เล่น) เมื่อเด็กได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างไปในแต่ละครั้ง พวกเขาก็อาจมีจินตนาการเพิ่มขึ้นได้ด้วย ก้าวครั้งนี้ของ Lego จึงไม่ได้เป็นการเข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัลเหมือนแบรนด์อื่น ๆ แต่อาจเป็นการพาโลกดิจิทัลกลับมาอยู่ในมือของเด็กอีกครั้งก็เป็นได้

Source

Source


แชร์ :

You may also like