
– เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 คุณชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัทดุสิตธานี ได้รับมรดกเป็นหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.05 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
– ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว คุณชนินทธ์ ถือหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณชนินทธ์ ในบริษัทชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุมในบริษัทชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดุสิตธานี
– ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีอำนาจควบคุมในบริษัทชนัตถ์และลูกดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก
“สุนงค์” ซื้อหุ้นจาก “สินี” 26.66%
– เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 คุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (น้องสาวคุณชนินทธ์) ได้ซื้อหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.66 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทชนัตถ์และลูก จากคุณสินี เธียรประสิทธิ์ (น้องสาวคุณชนินทธ์)
– ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว คุณสุนงค์ ถือหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูกร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณสุนงค์ในบริษัทชนัตถ์และลูก เกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
– การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่คุณสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
– คุณชนินทธ์และคุณสุนงค์ ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทดุสิตธานี เพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้นสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในดุสิตธานี จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง สรุปโครงสร้างผู้ถือหุ้น ดังนี้
1. บริษัทชนัตถ์และลูก จำนวน 422,821,310 หุ้น ร้อยละ 49.7436
2. คุณชนินทธ์ โทณวณิก จำนวน 526,000 หุ้น ร้อยละ 0.0618
3. คุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จำนวน 10 หุ้น ร้อยละ 0
รวมจำนวน 423,347,320 หุ้น ร้อยละ 49.8055
– สรุปการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของดุสิตธานี ดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของดุสิตธานีแต่อย่างใด
ตระกูลเธียรประสิทธิ์ขายหุ้นเกลี้ยงพอร์ต
โครงสร้างผู้ถือหุ้นเดิมในบริษัทชนัตถ์และลูก จำกัด ก่อนการเปลี่ยนแปลงของทายาทท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งดุสิตธานี ทั้ง 3 คน คือคุณชนินทธ์ โทณวณิก (พี่ชายคนโต), คุณสินี เธียรประสิทธิ์ และ คุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (ทั้งสองคนเป็นน้องสาวคุณชนินทธ์) ร่วมถือหุ้นด้วยสัดส่วนใกล้เคียงกัน ดังนี้
– ตระกูลโทณวณิก สัดส่วน 26.66%
– ตระกูลเธียรประสิทธิ์ สัดส่วน 26.66%
– ตระกูลสาลีรัฐวิภาค สัดส่วน 21.68%
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 คุณชนินทธ์ โทณวณิก ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดุสิตธานี (สัดส่วนถือหุ้น 49.74%) โดยคุณชนินทธ์ ได้ซื้อหุ้นบริษัทชนัตถ์และลูก จำนวน 1,200,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.96 จากคุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ทำให้คุณชนินทธ์ ถือหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูก รวมเป็นสัดส่วนเป็น 41.36% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด (เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้หุ้นมรดกอีกร้อยละ 5.05 รวมถือหุ้นร้อยละ 52.12 )
ขณะที่ตระกูลเธียรประสิทธิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 26.66 ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในบริษัทชนัตถ์และลูก ให้กับตระกูลสาลีรัฐวิภาค
3 ทายาทดุสิตธานี ประกาศ “ยุติความขัดแย้ง”
วันที่ 29 มกราคม 2569 ทั้ง 3 ทายาทดุสิตธานี ได้ออกแถลงการณ์ “ยุติความขัดแย้ง” รายละเอียดดังนี้
ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเห็นแตกต่างในการบริหารกิจการ บมจ.ดุสิตธานี ระหว่าง คุณชนินทธ์ โทณวณิก คุณสินี เธียรประสิทธิ์ และคุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดุสิตธานี
ความเห็นต่างดังกล่าวล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่าย ที่ต้องการเห็นกิจการของบริษัท โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี ที่ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ได้วางรากฐานและดูแลมานานกว่า 50 ปี สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
ดังนั้น คุณชนินทธ์ โทณวณิก คุณสินี เธียรประสิทธิ์ และคุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เห็นพ้องร่วมกัน “ยุติข้อขัดแย้ง” ดังกล่าวแล้ว โดยจะนำความเห็นต่างและความปรารถนาดีของทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์มาใช้พัฒนาธุรกิจและกิจการของบริษัทต่อไป
อ่านเพิ่มเติม




