จากชาวเมืองเนเธอร์แลนด์ที่เคยเดินเข้าคาเฟ่ได้ในระยะไม่เกิน 1.5 กิโลเมตรจากบ้าน มาวันนี้ พวกเขาอาจต้องเดินไกลมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีตัวเลขชี้ว่า คาเฟ่ในเนเธอร์แลนด์ทยอยปิดตัวลง พร้อมชี้ว่าส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่นิยมเข้าร้านกาแฟมากกว่านั่นเอง
ข้อมูลดังกล่าวมาจากตัวเลขของสมาคมการบริการ Koninklijke Horeca Nederland (KHN) ของเนเธอร์แลนด์ที่ระบุว่า จำนวนคาเฟ่ในเนเธอร์แลนด์ในปี 2026 ลดลงไปประมาณ 200 แห่งเมื่อเทียบกับปี 2025 (เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 เนเธอร์แลนด์มีคาเฟ่ 10,038 แห่งเทียบกับ 10,240 แห่งในปีก่อนหน้า) และหากมองย้อนไปในอดีตจะพบว่า จํานวนคาเฟ่ในเนเธอร์แลนด์ค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ในปี 2013 เนเธอร์แลนด์มีคาเฟ่มากกว่า 12,800 แห่ง)
สำหรับสาเหตุที่ทำให้คาเฟ่ทยอยปิดตัวไปนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก Gen Z ในเนเธอร์แลนด์ที่มักไปร้านกาแฟมากกว่าการเข้าใช้บริการคาเฟ่แบบดั้งเดิมเหมือนคนเจเนอเรชั่นอื่น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ Gen Z เลือกร้านกาแฟ อาจเพราะสถานที่ดังกล่าวไม่ใช่แค่ร้านขายเครื่องดื่ม แต่คือ แพลตฟอร์มทางสังคมขนาดย่อมที่พวกเขาอยากใช้เวลาให้นานขึ้น
ไม่เฉพาะในเนเธอร์แลนด์ แต่พฤติกรรมนี้ยังพบมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เช่นในสหรัฐอเมริกาที่มีผลการศึกษาของ Innova พบว่า คนรุ่นใหม่นิยมการเข้าร้านกาแฟ เนื่องจากมองว่า การเข้าร้านกาแฟเป็นเหมือนพื้นที่ที่เข้าไปสังสรรค์ นอกเหนือจากการดื่มกาแฟนั่นเอง
แม้ผลสำรวจเหล่านี้จะฟังดูเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของร้านกาแฟ แต่ในอีกด้านก็พบว่า พฤติกรรมและความคาดหวังของ Gen Z ต่อการไปร้านกาแฟก็ส่งผลให้ร้านกาแฟยุคใหม่ต้องปรับตัว (และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในอีกหลายด้านด้วยเช่นกัน) เช่น ต้องมีแอปพลิเคชัน ต้องสามารถสั่งล่วงหน้าได้ รวมถึงสามารถจ่ายเงินผ่านระบบดิจิทัลได้ หรือสามารถสะสมแต้มได้ผ่านแอปในโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
แต่หากพิจารณาจากสภาพตลาดของแต่ละประเทศ หาก Gen Z ในตลาดนั้น ๆ มีจำนวนมากพอ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนด้านดิจิทัลก็อาจตอบโจทย์ธุรกิจร้านกาแฟได้ ซึ่งในกรณีของเนเธอร์แลนด์ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติของเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ในปี 2025 เนเธอร์แลนด์มีจำนวนพลเมืองราว 18 ล้านคน และในจำนวนนี้เป็น Gen Z ประมาณ 3 ล้านคน และถือเป็นกลุ่มคนทำงานที่ใหญ่ที่สุดเทียบเท่ามิลเลนเนียล
การหายไปของคาเฟ่ในเนเธอร์แลนด์จึงอาจสะท้อนภาพการใช้พื้นที่ทางสังคมที่กำลังเปลี่ยนไป ซึ่งคำถามที่ภาคธุรกิจควรให้ความสำคัญอาจไม่ใช่การถามว่า Gen Z จะไปอยู่ที่ไหน แต่ธุรกิจจะออกแบบพื้นที่และประสบการณ์อย่างไร ให้คนรุ่นใหม่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยให้มากขึ้น







